
มติปชป.ยัน!ไม่ให้ส.ส.ลาออกเพิ่ม
มติ'ปชป.'ยัน!ไม่ให้ส.ส.ลาออกเพิ่ม พร้อมไฟเขียวเข้าร่วมเวทีชุมนุม ให้เป็นเอกสิทธิ โดยห้ามอ้างถึงพรรค
28 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และส.ส.พรรค เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการปฎิรูปพรรค และเพื่อประเมินสถานการณ์การเมือง และกำหนดท่าทีของพรรค
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า เป็นที่น่าเสียใจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาแถลง และนายกฯไม่สิทธิ์ที่จะออกมาเรียกร้องให้ประชาชนยุติการชุมนุมที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญแบบสันติวิธี ซึ่งการใช้สิทธิ์เป็นสิทธิ์อันชอบธรรม และไม่ปรากฏว่า ผู้ชุมนุมทำความผิดตามกระบวนกฎหมายใด ซึ่งต่างจากรัฐบาลที่พยายามล้มล้างความผิด ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเคลื่อนไหวสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม โดยทุกคนพร้อมรับผิดชอบตามหลักกฎหมาย และจะมีการเคลื่อนไหว ร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.เป็นต้นไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคพร้อมสนับสนุนตามกฎหมายในฐานะ ส.ส.ที่ต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไปช่วยสนับสนุนตามอำนาจหน้าที่ อีกทั้ง พรรคให้เอกสิทธิ ส.ส.ทุกคนยกเว้นผู้ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค สามารถไปร่วมเวทีชุมนุมได้อย่างอิสระ แต่มีเงื่อนไขว่า ห้ามอ้างถึงพรรค หรือดึงพรรคเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่อนุญาตให้ ส.ส.ลาออกเพิ่มอีก เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ รัฐบาลที่ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ พยายามผลักดันกฎหมายอันตราย โดยรัฐบาลใช้เล่ห์กลต่าง ๆ หัวหน้าพรรคปราศจากสำนึก
"นายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิเป็นเจ้าภาพในการตั้งเวทีเชิญเข้าร่วมพูดคุย เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งในประเทศไปแล้ว โดยพรรคประชาธิปัตย์จะขับเคลื่อนแบบคู่ขนาน โดยมติพรรคได้มีการพูดคุยและเห็นพ้องว่า ต้องพิจารณาไปสู่การต่อสู้ที่ดีที่สุด และถ้าหากการลาออกนำไปสู่ความสำเร็จ ทั้งพรรคพร้อมลาออก แต่ทั้งนี้ถ้าหากมีเงื่อนไข การลาออกสามารถล้มล้างระบอบทักษิณ ก็พร้อมลาออกโดยไม่ลังเล" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ กล่าวต่ออีกว่า พรรคประชาธิปัตย์จะระดมมวลชนเพื่อแสดงให้รู้ว่า นายกรัฐมนตรีหมดความชอบธรรม และไม่ร่วมเวทีใด ๆ หากรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ และข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นถือเป็นสิทธิ โดยการเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคใด ๆ ต่อประเทศ ทั้งนี้ ส่วนยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย หรือไทยเฉย จะทำให้รัฐบาลอยู่นานเท่าไหร่นั้น แต่ก็ไม่อาจลบล้างความผิดได้ จะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน "หนูไม่รู้" ซึ่งตนมั่นใจว่า ผู้ที่เป็นแกนนำมีวิธีการในการต่อสู้ และสังคมก็จะไม่ให้อยู่เฉย เชื่อว่า คนหน้าด้านเอาชนะสำนึกของสังคมไม่ได้



