
'สุรพงษ์'เรียกร้อง'คปท.'ยุติชุมนุม
"สุรพงษ์" เรียกร้องคปท.ยุติชุมนุมส่งผลไทยสูญเสียรายได้โอกาสทำเงินช่วงไฮซีซั่น ชี้กต.เปิด-ปิดรายวันส่งผลต่อเชื่อมั่นต่างชาติ เผยกรมการกงสุลน้ำไฟใช้ได้ตามปกติแล้ว
วันที่ 28 พ.ย.56 เมื่อเวลา 10.20 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แถลงข่าวที่รัฐสภาว่า ในขณะนี้ มีประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย รวม 28 ประเทศ และ 1 องค์การระหว่างประเทศ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงกังวลต่อแถลงการณ์ต่อประเทศไทย โดยโฆษกยูเอ็นเป็นผู้แถลงระบุว่า เลขาธิการยูเอ็นได้ติดตามสถานการณ์ภายในประเทศไทยอย่างใกล้ชิดในหลายสัปดาห์ และมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากจะมีการใช้กำลังอาจส่งผลให้บรรยากาศมีความตึงเตรียดมากขึ้นกว่าเดิม โดยได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายละเว้นความรุนแรง และเคารพสิทธิมนุษยชน
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ ยูเอ็นรับทราบถึงคำมั่นของรัฐบาลที่จะละเว้นการใช้กำลัง และดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย เเม้ยูเอ็นได้กังวลต่อสถานการณ์การบุกยึดสถานที่ราชการและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดทนอดกลั้น และควบคุมสถานการณ์ให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบสุขด้วยวิธีสันติ
"ผมยืนยันว่า รัฐบาลจะเคารพสิทธิประชาชนในประเทศ โดยให้การชุมนุมเกิดขึ้นเป็นตามแนวทางประชาธิปไตย และเป็นไปอย่างสงบสุขไม่กระทบสิทธิของผู้อื่น สิ่งนี้ทำให้สังคมโลกรับรู้ว่า การดำเนินการใดๆ ของรัฐบาลอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และใช้วิธีสันติและเคารพสิทธิของประชาชน" นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ ได้กล่าวเรียกร้องให้ยุติการชุมนุม เนื่องจากการชุมนุมได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ประเทศไทย ยิ่งใกล้เดือนธันวาคม ใกล้ถึงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ซึ่งมีชาวตะวันตกเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อใช้เวลาช่วยวันหยุดเฉลิมฉลองเทศกาลวันคริสมาสต์ และปีใหม่ แน่นอนว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นจากต่างชาติ ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส และสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว โดยยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศไทยยังเปิดทำการเป็นปกติ และตนก็ใช้กระทรวงการต่างประเทศเป็นที่ทำงานในวันนี้
โดยระบุว่า การพิจารณาให้กระทรวงการต่างประเทศหยุดทำการในช่วงที่มีข่าวว่า คปท.จะมาชุมนุมที่กระทรวง ก็เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่และผู้มาติดต่อราชการ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศเป็นช่องทางหลักสำหรับติดต่อความร่วมมือกับต่างชาติ หวังว่า คปท.จะเข้าใจ และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่ คปท. ลักลอบตัดน้ำตัดไฟในกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแก้ไขให้น้ำไฟในกรมการกงสุลกลับมาใช้ได้เรียบร้อยดีแล้ว โดยประชาชนสามารถเข้าไปรับบริการการทำพาสปอร์ตที่กรมการกงสุลได้เป็นปกติ



