ข่าว

'ปู'ยันซ้ำ!ไม่ยุบสภา-วอนม็อบยุติ

'ปู'ยันซ้ำ!ไม่ยุบสภา-วอนม็อบยุติ

28 พ.ย. 2556

'นายกฯ'ยันไม่ยุบสภา วอนทุกฝ่ายพูดคุยหาทางออก เชื่อแม้ปิดศูนย์ราชการก็สามารถทำงานได้

                28 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันลงมติในญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า นายกฯ เดินทางออกจากบ้านพักเมื่อเวลา 09.00น. และเดินทางถึงรัฐสภา ใน 09.35 น. พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือกรณีผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่ยึดสถานที่ราชการ ว่า การบุกยึดกระทรวงนั้นเป็นสัญลักษณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราก็ทำงานได้แต่หน่วยงานราชการอาจจะมีความติดขัดบ้าง ซึ่งหน่วยงานราชการนั้นต้องเดินหน้า เพราะเราทำงานบริการประชาชน ซึ่งการชุมนุมและการบุกเข้าไปยังสถานที่ราชการเป็นลักษณะในเชิงสัญลักษณ์ ก็อยากขอความร่วมมือว่า อย่าทำเลย เพราะอย่างไรการทำงานของราชการก็ยังทำได้อยู่

                ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลได้มีการวิเคราะห์อย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็หวังว่าตามที่ผู้ชุมนุมประกาศไว้ว่าจะชุมนุมุถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้ จึงอยากขอความกรุณาว่า ได้แสดงจุดยืนกันพอแล้ว และทุกฝ่ายก็ได้ทราบในจุดยืนของกลุ่มผู้ชุมนุม ก็น่าจะมีวิธีทางออกอื่น แทนที่จะเป็นการชุมนุมและปิดสถานที่ราชการ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ได้แสดงออกมาทุกคนก็ทราบแล้ว จึงอยากขอความร่วมมือและรัฐบาลยังยืนยันว่า เวทีในการหารือน่าจะเป็นเวทีที่เป็นทางออกที่ดีที่สุด

                เมื่อถามว่า แต่วันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศเปลี่ยนวัตถุประสงค์การชุมนุมเป็นการโค่นล้มระบอบทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ก็นี่ล่ะค่ะ เป็นสิ่งที่เรายังไม่รู้ว่าทางออกของผู้ชุมนุมมีความต้องการอย่างไร และแนวทางจะเป็นอย่างไร ซึ่งถ้ามีโอกาสพูดคุยและหารือกัน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี วันนี้ยุติการชุมนุมเถอะค่ะ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และความสุขของคนไทย จึงอยากขอความกรุณาและขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมว่า การดำเนินการขณะนี้ก็ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ดีขึ้นเลย”

                เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่วันนี้ผู้ชุมนุม มองข้ามเรื่องการยุบสภา และลาออกของนายกฯ แต่มองไปถึงการเปลี่ยนระบอบการเมืองใหม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือเป็นการมองระยะยาว แต่คำถามคือ ณ ปัจจุบันนี้ เราจะไปหาจุดๆ นั้น ได้อย่างไร ก็ต้องมานั่งคุยกันว่า วิธีการแนวทาง รูปแบบหรือสิ่งที่จะปฏิบัติได้ จะเป็นอย่างไร เพราะแค่การพูดเช่นนี้ ก็ไม่สามารถช่วยในการสนอง ข้อเรียกร้องอย่างไรได้ ก็ต้องมานั่งคุยกันและการยุติการชุมนุมก่อน แล้วมานั่งคุยกันน่าจะเป็นทางออก ก็จะทำให้บรรยากาศต่างๆ รวมทั้งประชาชนเกิดความผ่อนคลาย จากนั้นก็มาช่วยกันถกว่า เราจะหาทางออกในการแก้ปัญหาประเทศอย่างไร
 
                 เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯ จะร่วมพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อหาทางออกของประเทศ นายกฯ กล่าวว่า “จริงๆ ถ้าคุณอภิสิทธิ์ จะคุย ดิฉันก็ยินดีอยู่แล้ว เพราะในเวทีปฏิรูปประเทศ ก็ได้เรียนเชิญไปแล้ว”

                เมื่อถามว่า นายกฯ ยืนยันว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อการชุมนุมยุติลง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยพูดถึงเงื่อนไขกับผู้ชุมนุม แต่จะเป็นการขอความร่วมมือมากกว่า เพราะในขณะที่มีการชุมนุมการเจรจาก็สามารถเกิดขึ้นได้ ในขณะเดียวกันหากผู้ชุมนุมกลับเข้าสู่ที่ตั้ง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ รวมถึงภาคเศรษฐกิจด้วย และเรามาร่วมพูดคุยหารือกัน ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ดี หากการเจรจาเกิดขึ้นแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่พอใจจะกลับมาชุมนุมกันใหม่ก็ยังได้ รัฐบาลก็ไม่มีปัญหาเพราะถือเป็นการเรียกร้องตามกรอบของกฏหมาย
 
                เมื่อถามว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิเสธการเจรจากับรัฐบาลมาโดยตลอด รัฐบาลจะมีช่องทางอื่นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้ชุมนุมเกิดความสบายใจ เพราะเหตุผลที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงก็เพื่อป้องกันเท่านั้น แต่วันนี้การชุมนุมลามไปจนถึงต่างจังหวัดแล้ว เราเองก็ไม่อยากเห็นความเดือดร้อนเกิดขึ้นนี้ ตนจึงอยากขอความร่วมมือให้ช่วยกันกลับบ้านแล้วกลับมาคุยกัน
 
                เมื่อถามว่า วันนี้หากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว หลายคนเริ่มพูดถึงแนวทางการยุบสภา นายกฯมองเรื่องนี้ออย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรายังไม่ได้ถึงมองถึงจุดนั้น อย่างไรก็ตามวันนี้เราคงต้องคุยกันทั้งภาคประชาชน ภาควิชาการ เพื่อร่วมกันถก ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวทางที่ทุกๆ ฝ่ายยอมรับ เพราะหากยังมีทั้งฝ่ายที่ยอมรับและไม่รับการพูดคุยก็ทำไม่ได้
 
                 “อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่สนใจพี่น้องประชาชน แต่ต้องกราบเรียนว่าวันนี้เราต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย เพราะมีหลายเสียงที่ไม่เหมือนกัน หากวันนี้เราพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลไม่ใช้อารมณ์ จะทำให้มีทางออกที่ดีกว่า รวมถึงบรรยากาศที่ดีกว่า” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว