
'จาตุรนต์'ไม่คิดว่าทหารจะทำรัฐประหาร
"จาตุรนต์" ให้สัมภาษณ์ BBC ไม่คิดว่าทหารจะทำรัฐประหาร ด้านบัน คี-มุน กล่าวว่ารู้สึกห่วงสถานการณ์ไทย
วันที่ 28 พ.ย.56 สำนักข่าว BBC รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า เขาไม่เชื่อว่า การรัฐประหารกำลังใกล้จะเกิดขึ้น ในขณะที่การเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้านรัฐบาล เข้าสู่วันที่ 5 แล้ว
นายจาตุรนต์ กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า รุนแรงอย่างยิ่ง และจุดประสงค์ของผู้ประท้วงที่จะโค่นรัฐบาล เป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เขาบอกว่า ยังห่างไกลที่กองทัพจะออกมาสนับสนุนผู้ประท้วง ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่จำเป็นต่อการทำรัฐประหาร
BBC รายงานว่า เมื่อวานนี้ แม้ว่าหน่วยงานต่อต้านอาชญากรรมก็ยังต้องอพยพหนีมวลชน โดยผู้เข้าร่วมเดินขบวนประท้วง ที่ต้องการขับไล่รัฐบาล ได้พุ่งเป้าไปที่หน่วยราชการต่างๆ ซึ่งแกนนำของพวกเขาบอกว่า ต้องการจะปิดล้อมกระทรวงทุกแห่งเพื่อขัดขวางการทำงาน โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลอยู่ภายใต้การควบคุมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของนายกรัฐมนตรี
นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า รู้สึกกังวลต่อความตึงเครียดทางการเมืองที่กำลัง เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในเมืองหลวงของไทย และได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด ไม่ใช้ความรุนแรงและแสดงความเคารพต่อหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่
นายจาตุรนต์ ได้บอกกับโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวของ BBC ด้วยว่า รัฐบาลจำเป็นต้องกอบกู้ความไว้วางใจและศรัทธาของประชาชนคืนมา โดยระบบรัฐสภา แต่เขาก็บอกว่า ความจริงก็คือ การที่มีบางคนไม่เชื่อถือรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะสามารถล้มล้างรัฐบาลหรือเปลี่ยนแปลงระบบได้
เมื่อถูกถามถึง พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีผู้สร้างความแตกแยก นายจาตุรนต์ได้เลี่ยงไปตอบว่า พรรคเพื่อไทยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และจะต้องหาใครสักคนมาสร้างความสมดุลย์จำเป็นจะต้องมีความชัดเจนว่า ใครที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องสามารถแสดงให้สมาชิกในพรรคเห็นว่า พวกเขาเป็นอิสระ และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ส่วนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน กำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นอิสระจากพี่ชายของเธอ และแม้ว่าเขาจะไม่คิดว่าจะเกิดการรัฐประหาร แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การรัฐประหารสามารถเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้
ด้านลูซี่ วิลเลียมสัน ผู้สื่อข่าว BBC รายงานว่า ผู้ประท้วงเมื่อวันพุธเต็มไปด้วยไมตรีจิต ในขณะที่พวกเขาบุกเข้าไปตามหน่วยราชการต่างๆ เมื่อช่วงบ่าย มวลชนหลายร้อยคน ได้เข้าปิดล้อมกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางของ สหรัฐ หรือ FBI ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถูกกล่าวหาว่า เลือกทำแต่คดีที่จะเล่นงานแต่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล
BBC ระบุด้วยว่า ผู้ประท้วงเริ่มการเคลื่อนไหวเมื่อวันอาทิตย์ และพุ่งเป้าไปที่กระทรวงการคลังกระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐบาลระบุว่า ยังคงเปิดทำการตามปกติ ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญ ถูกออกหมายจับ แต่ตำรวจบอกว่า จะยังไม่เข้าไปจับกุมเขา ส่วนนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ในการประกาศเคอร์ฟิว บอกว่า รัฐบาลจะไม่ใช้กำลังจัดการผู้ประท้วง
การประท้วงของมวลมหาประชาชนในครั้งนี้ นับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นับตั้งแต่เกิดความรุนแรงเมื่อปี 2553 ที่ผู้สนับสนุนพตท.ทักษิณ ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯกลายเป็นอัมพาต ขณะที่ปัจจุบัน พตท.ทักษิณ ยังคงควบคุมการทำงานของรัฐบาลแม้จะลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้มวลชน โดยเฉพาะการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่จะทำให้พตท.ทักษิณ กลับบ้านได้โดยไม่ต้องรับโทษจำคุกในข้อหาคอร์รัปชั่น



