ข่าว

'ตร.'ยันไม่สลายการชุมนุม'ไม่จับแกนนำ'

'ตร.'ยันไม่สลายการชุมนุม'ไม่จับแกนนำ'

28 พ.ย. 2556

ตร. ยันไม่สลายการชุมนุม "ไม่จับแกนนำ" ด้านรองผบ.ตร."กำชับตำรวจอดทนไม่หวั่น"ผู้ชุมนุมยั่วยุกดดัน"แนวกั้นมัฆวานฯ



          วันที่ 28 พ.ย.56  พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ โฆษกนครบาล กล่าวว่า ศอ.รส. และกองบัญชาการตำรวจนครบาลขอยืนยันว่า ตำรวจจะไม่สลายการชุมนุมอย่างแน่นอน ส่วนข่าวลือที่ว่าจะมีการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมและเข้าสลายการชุมนุมที่กระทรวงการคลังนั้นไม่เป็นความจริง เพราะข้อเท็จจริงแล้วเป็นเพียงการนำกำลังตำรวจไปดูแลความเรียบร้อยเท่านั้นโดย ศอ.รส. สนธิกำลังตำรวจออกตรวจตราในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
    
          ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลรายงานจุดที่มีการชุมนุมดาวกระจายว่ามีเพียง 2 จุดคือ กระทรวงการคลัง และในศูนย์ราชการหน้าอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มผู้ชุมนุมพักค้างแรม ส่วนหน่วยงานราชการอื่นๆ สามารถเปิดทำการได้ตามปกติ สำหรับอาคารที่ทำการหน่วยงานราชการ หรือ ศาลากลางจังหวัดอื่นๆ ยืนยันว่า ไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปบุกรุก หรือชุมนุมภายในอาคารที่ทำการ มีเพียงที่ทำการอาคารศาลากลางจังหวัดพัทลุง สตูล ตรัง สงขลา และยะลา ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมชุมนุมอยู่ภายนอกอาคารเท่านั้น
    
          ขณะที่การชุมนุมที่บริเวณศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณบางส่วน ยังคงปักหลักพักค้าง ฟังการปราศัยบนเวทีรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียง โดยมีแกนนำสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย ขอความร่วมมือให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ร่วมกันด้วยความสงบเรียบร้อย และช่วยกันรักษาความสะอาดพื้นที่การชุมนุม ซึ่งภาพรวมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

"รองผบ.ตร." กำชับตร.อดทนไม่หวั่น"ผู้ชุมนุมยั่วยุกดดัน"แนวกั้นมัฆวานฯ

          พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กำชับสั่งการมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่กำกับดูแลควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลที่ยืนทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยตามแนวกั้นพื้นที่หวงห้ามดูแลเอาใจใส่และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเครียดและความกดดันที่อาจเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ ที่ยืนตากแดดตากฝนและลดภาวะความเครียดจากการกดดันยั่วยุของมวลชนที่พยายามสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นโดยให้ดูแลกองกำลังที่เผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นพิเศษโดยเฉพาะบริเวณเชิงสะพานมัฆวานฯ และกองกำลังที่ดูแลบนถนนราชดำเนินภายหลังแพทย์พยาบาลตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ในจุดนี้ป่วยเป็นจำนวนมากด้วอาการความดันโลหิตสูงที่มีผลจากความเครียดและภาวะกดดันจากการยั่วยุต่างๆ ของกลุ่มผู้ชุมนุม ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวบางวันแดดจัดตลอดทั้งวัน ขณะที่บางวันมีฝนตกลงมาทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายเจ็บป่วยเป็นไข้หวัดเจ็บคอ คออักเสบ หลายรายด้วยกันทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาได้จัดให้มีกิจกรรมสันทนาการรูปแบบต่างๆ ร่วมกันเพื่อคลายเครียดและเป็นพักผ่อนหลังจากที่ออกเวรจากการทำหน้าที่
    
          รายงานด้านการข่าวกองบัญชการตำรวจนครบาลระบุว่า ผู้ชุมนุมที่อยู่ในแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจสะพานมัฆวานฯจะพยายามยกระดับการยั่วยุและสร้างสถานการณ์ให้มีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับเพื่อสร้างความกดดันให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อต้องการให้มีภาพการปะทะกันเกิดขึ้น ผบช.น. จึงมีคำสั่งให้ตำรวจหาวิธีการป้องกันการยั่วยุในรูปแบบต่างๆ ทุกวิถีทาง  เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความเครียด  และได้รับบาดเจ็บจากขว้างปาสิ่งแปลกปลอมเข้ามาบริเวณที่ทำการส่วนหน้าสะพานมัฆวานรังสรรค์ อาทิ หัวน็อต ขวดแก้ว ประทัดยักษ์ หรือวัตถุระเบิด เล็ดลอดเข้ามาได้แม้ว่าล่าสุดมีการติดตั้งตาข่ายยึดติดเสาไม้ไผ่ความสูง 5 เมตรเพิ่มเติมบริเวณตลอดแนวแบริเออร์และรั้วลวดหนามปิดช่องว่างที่อาจเป็นอันตรายแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันทำการติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและสัญญานรบกวนอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมทราบความเคลื่อนไหวและการบัญชาการสั่งการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดต่างๆ
    
          พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผู้ช่วย ผบ.เหตุการณ์ ในฐานะผู้ควบคุมศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สะพานมัฆวานรังสรรค์ กล่าวว่า เหตุระเบิดบริเวณเชิงสะพานมัฆวานฯ ฝั่งทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาลเมื่อค่ำวานนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บตรวจสอบแล้วเป็นระเบิดปิงปองที่ทำขึ้นเองมีเศษพลาสติกสีดำและเขม่าดินปืนตกอยู่ข้างรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานและบริเวณโคนต้นไม้ใกล้กัน จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบคนร้ายเป็นกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คนอยู่ในฝั่งที่มีการชุมนุม กปท. ขว้างระเบิดเข้ามาจากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมด้านใน เหตุการณ์เช่นนี้เกิดมาแล้วเช่นเดียวกับเมื่อคืนวันก่อนเวลาไล่เลี่ยกันซึ่งฝ่ายสืบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    
          "ผมเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าการใช้หนังสติ๊กยิงหัวน็อตและลูกแก้วใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดีหรือการโยนระเบิดปิงปองเข้ามาแนวกั้นตำรวจนั้น เป็นการพยายามของคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ยั่วยุเจ้าหน้าที่ให้ตอบโต้ในรูปแบบต่างๆเพื่อให้เกิดความรุนแรง จึงขอยืนยันว่าตำรวจจะไม่ตอบโต้ใดๆ เพราะผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำตลอดเวลาว่า ต้องอดทน อดกลั้น ไม่หวั่นไหว ห้ามตอบโต้ใด ๆ และไม่สลายการชุมนุม ถ้าหากสุดท้ายจะมีการสลายการชุมนุมจริงๆ ก็ให้ทำตามขั้นตอนหลักสากลจากมาตรการเบาไปหาหนัก " พล.ต.ต.วัลลภกล่าวยืนยัน