ข่าว

'สุเทพ'ปรับเกมส่อลากม็อบยื้อยาว

'สุเทพ'ปรับเกมส่อลากม็อบยื้อยาว

28 พ.ย. 2556

'สุเทพ'ปรับเกมส่อลากม็อบยื้อยาว 'ทักษิณ'สั่งงดประชุมร่วมรัฐสภาหวั่นหยิบปมแก้รธน.ทั้งฉบับถก 'มศว'จี้ 'ปู-สมศักดิ์-นิคม' ลาออก ม.อ.หาดใหญ่แนะคืนอำนาจให้ประชาชน

               28พ.ย.2556 รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากที่ก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศว่าจะปิดเกมภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายสุเทพได้เปลี่ยนแผน เป็นเล่นเกมยื้อ โดยอาจต้องสู้กันยาวเหมือนตอนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมกันยาวถึง 193 วัน
 

"ทักษิณ"สั่งงดประชุมร่วมรัฐสภา


               แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยเครือเนชั่นว่า หลังจากนายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล ประสานให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ยกเลิกนัดประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 เนื่องจากมีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐบาล เพราะเกรงจะสร้างประเด็นให้ฝ่ายค้าน ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ใช้เป็นเหตุผลในการเคลื่อนไหวได้อีก เนื่องจากนายสมศักดิ์ เตรียมจะหยิบยกประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ คือมาตรา 291 วาระที่ 3 ที่ค้างอยู่ในวาระของสภา เพื่อให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาให้เร็วขึ้น หลังจากการแก้รายมาตราประเด็นที่มา ส.ว.ตกไป

               นอกจากนี้ กรณีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา ก็จะเสนอให้ส.ว.สายเลือกตั้ง แสดงท่าทีไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้ถอดถอนตนเองและนายสมศักดิ์ออกจากตำแหน่ง ซึ่งก่อนหน้านี้นายนิคมก็ได้พยายามหารือกับส.ว.ถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณทราบสองประเด็นนี้ จึงเป็นเหตุให้สั่งห้ามดำเนินการใดๆ ที่จะสร้างปัญหาซ้ำเติมสถานการณ์รัฐบาลอีก


ยื่นถอดนายกฯ-ส.ส.,ส.ว.โหวตแก้รธน.


               แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นถอดถอน ส.ส.และ ส.ว.จำนวน 308 คน ที่ยื่นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญแล้ว รวมทั้งสมาชิกรัฐสภา ที่โหวตสนับสนุนร่างแก้ไขนี้ในวาระที่ 3 จำนวน 383 คน ซึ่งรวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด้วย โดยยื่นต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ไปตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.)
 
               นอกจากนี้ ได้ยื่นถอดถอน ส.ส. และ ส.ว. ที่โหวตสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 11 และ มาตรา 11/1 ในร่างแก้ไขดังกล่าวเกี่ยวกับการตัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่จะออกตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย รวมถึง ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนคนอื่น ก็ถูกยื่นถอดถอนด้วย
 
               แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ภายในสัปดาห์นี้จะไปยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีอาญา ส.ส. และ ส.ว. ที่เสนอญัตติ และเสียบบัตรแทนคนอื่นด้วย

 

แนะขอพระราชทานกก.ปฏิรูปประเทศ


               ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวบนเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง "วิกฤติประเทศไทย จุดเปลี่ยนเพื่อการปฏิรูป" ที่คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า การเมืองไทยนับตั้งแต่ปี 2535-2556 นักกฎหมายและประชาชนต่างเชื่อว่าประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ความจริงแล้ว ประเทศไทยตกอยู่ในการปกครองระบอบเผด็จการนายทุนในระบบรัฐสภามาโดยตลอด เห็นได้จาก 3 ข้อ คือ 1.ส.ส.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 2.ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง และ 3.พรรคการเมืองสามารถไล่ ส.ส.ได้ ทำให้พรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรกุมอำนาจ ทั้งการบริหารและนิติบัญญัติ
 
               ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่กำหนดไว้แบบนี้ ทำให้นักการเมืองมาร่วมกัน และแบ่งรัฐมนตรีตามโควตา ต่างฝ่ายต่างคอร์รัปชั่นโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ซึ่งเป็นระบบที่เลวร้าย กรณีของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ใช่กฎหมายฉบับแรกที่เอื้อประโยชน์ให้แก่นักการเมือง แต่ก่อนหน้านี้ก็ออกกฎหมายขายดาวเทียมไทยคม ทำให้วันนี้ประชาชนทนไม่ไหวออกมารวมตัวกันต่อต้าน
 
               “ทางออกประเทศไทยที่จะผ่านวิกฤติครั้งนี้ อันดับแรกต้องยกเลิกระบอบเผด็จการนายทุนในระบบรัฐสภา และกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยขอพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่การขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน หรือสภาประชาชน แต่เป็นการขอพระราชทานคณะกรรมการความมั่นคงเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และขอพระราชทานคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แต่ไม่ได้มาเป็นประธานคณะกรรมการความมั่นคงเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมือง ทุกฝ่ายในสังคมยอมรับ มีความรู้ และเสียสละเพื่อชาติมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และให้ประชาชนทั้งประเทศมาออกเสียงลงประชามติ การขอพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศไทยสามารถทำได้โดยสภา การปฏิวัติ หรือประชาชนร่วมกันลงรายชื่อ 4-5 ล้านรายชื่อเพื่อถวายฎีกา” ศ.ดร.อมรกล่าว

               วันเดียวกันคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ออกแถลงการณ์ เนื้อหาโดยสรุปดังนี้ หลังจากรัฐบาลไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่รับฟังเสียงของประชาชนที่แสดงการคัดค้านการกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ซึ่งใช้เสียงข้างมากผ่านการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ และยังแสดงการคัดค้านต่อต้านคำสั่งศาลในรูปแบบต่างๆ อาทิ การส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบการกระทำของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการใช้อำนาจบริหารเข้าแทรกแซงอำนาจตุลาการอย่างทุจริต เป็นต้น จึงขอรวมพลังกับประชาชนเพื่อคัดค้านการดำเนินการดังกล่าว และขอให้รัฐบาลดำเนินการ 8 ข้อ คือ
 
               1.ให้รัฐบาลขอโทษต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ล่วงละเมิดอำนาจศาล และยุติการกระทำในการใช้อำนาจทางบริหารแทรกแซงอำนาจตุลาการของศาลรัฐธรรมนูญ 2.ให้รัฐบาลขอโทษต่อประชาชนที่ได้ดำเนินการต่างๆ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 3.ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก 4.ให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลาออก 5.ขอให้นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ลาออก 6.ให้ผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภาต้องขอโทษต่อประชาชน 7.ให้สมาชิกรัฐสภาผู้ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ 312 คน ต้องขอโทษประชาชนและลาออก และ 8.ขอวิงวอนให้ข้าราชการ ทหาร และตำรวจ โปรดใช้วิจารณญาณในการปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลที่หมดความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ต่อการกระทำต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์และเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง
 
               เช่นเดียวกับ สภาอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) หาดใหญ่ จ.สงขลา ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่องขอเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกเพื่อบรรทัดฐานที่ถูกต้องในสังคมไทย อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ขอแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ปัจจุบันดังนี้ จากสังคมไทยที่ถูกครอบงำด้วยนักการเมืองอันไร้ซึ่งจริยธรรม ขาดสุจริตเที่ยงธรรม มีการใช้อำนาจเงิน อำนาจทางการเมืองไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางจริยธรรมของผู้นำประเทศ และประจักษ์ชัดต่อประชาชน เช่น กรณีสภาผู้แทนราษฎรผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. ดังนั้น เพื่อมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทย และความสงบสุขของชาติบ้านเมือง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดยการนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการเมืองที่การใช้อำนาจรัฐต้องเป็นไปด้วยคุณธรรมตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง และเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานที่ถูกต้องในสังคมไทยสืบไป