
รักษาตา-หัวใจให้ผู้ด้อยโอกาส
ไลฟ์สไตล์ : รักษาตา-หัวใจ ให้ผู้ด้อยโอกาส : เรื่อง/ภาพ ณัฐธิดา ภูผิวผา
ทุกคนมีหัวใจดวงเดียว ดวงตาคู่เดียว หากสึกหรอย่อมหมายถึงความเสี่ยงในการสูญเสียชีวิต ปัจจุบันโรคน่ากลัวอย่างหลอดเลือดหัวใจตีบตันและโรคต้อกระจก พบผู้ป่วยรายได้น้อยมีอัตราสูงขึ้น การขาดแคลนทุนทรัพย์ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อีกทั้งการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลภาครัฐมีความล่าช้าเนื่องจากผู้ป่วยมีจำนวนมาก ส่วนโรงพยาบาลเอกชนก็มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ด้วยเหตุนี้โรงพยาบาลปิยะเวท ร่วมกับบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด และสำนักงานหลักประกันสังคมแห่งชาติ (สปสช.) เปิดตัวโครงการ "86 ดวงตา 86 ดวงใจ เฉลิมพระเกียรติ" รับรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันและโรคต้อกระจกที่มีรายได้น้อย ทุกสิทธิการรักษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา และเป็นการส่งเสริมดูแลสุขภาพให้กับผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยเป็นการสร้างประโยชน์ต่อสังคม โดยงานแถลงข่าวขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 โรงพยาบาทปิยะเวท เมื่อวันก่อน
รศ.นพ.องค์การ เรืองรัตนอัมพร ให้ความรู้เรื่องโรคหัวใจว่า ในปี 2553 มีอัตราผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ 20 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจเฉียบพลัน 4-5 คนต่อนาที ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมาจากกรรมพันธุ์ ความเครียด การสูบบุหรี่ แทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และเพศชายมักเป็นมากกว่าเพศหญิงเนื่องจากฮอร์โมนในร่างกาย ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจหรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจตีบตัน จะสามารถประกอบอาชีพได้น้อยลง ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและคุณภาพครอบครัวเสียไปด้วย
"แต่ก่อนคนทั่วไปคิดว่าโรคหัวใจมักเป็นกับผู้มีรายได้สูงนั้นไม่ถูกต้องปัจจุบันพบในผู้มีรายได้น้อยมากกว่าเพราะไม่มีกำลังในการรักษา วิธีรักษาด้วยการรับประทานยาอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอทางที่ดีที่สุดคือการผ่าตัด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก แต่ในปัจจุบันแพทย์มีความชำนาญมากขึ้น ใช้การทำบอลลูนรักษาเพื่อช่วยขยายหลอดเลือดหัวใจ นับว่าโครงการนี้เป็นโครงการเพื่อสังคมที่ดีสำหรับผู้มีรายได้น้อย" อายุรแพทย์โรคหัวใจกล่าว
ตามด้วย พญ.ชลธิชา จารุมาลัย มาให้ความรู้เรื่องโรคตาว่า ต้นเหตุที่ทำให้ตาบอดมากที่สุดคือโรคต้อกระจก จากเดิมเลนส์แก้วตาใสจะค่อยๆ ขุ่นมัวและบอดในที่สุดหากไม่ได้รับการรักษา ส่วนที่มาของโรคนั้นเกิดจากความเสื่อมตามอายุ อุบัติเหตุบริเวณตา การได้รับยาสเตียรอยด์ และผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจกส่งผลให้ปราสาทตาเสื่อมได้
"โรคต้อกระจกไม่ได้เป็นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น สามารถเป็นได้ตั้งแต่แรกเกิด มีอยู่หลายชนิดและความรุนแรงต่างกัน ผู้ป่วยที่ตามัวจะได้รับการตรวจจากจักษุแพทย์ว่าเป็นต้อกระจกหรือไม่ หรือสาเหตุตามัวมาจากโรคอื่น ทำการประเมินหากส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ก็จะพิจารณาให้รักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อเอาส่วนที่ขุ่นมัวบริเวณเลนส์ตาออก การรักษาไม่อาจทำให้โรคหายขาดได้ เพียงช่วยบรรเทาให้สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้" จักษุแพทย์ กล่าว
สุดท้าย จิรวัฒน์ อยู่วิทยา ประธานกรรมการบริหารและประธานกรรมการ บริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวถึงโครงการว่า ครั้งนี้จึงเป็นเพียงโครงการนำร่องอาจมีการต่อยอดเพราะมีผู้สนับสนุนอีกหลายองค์กรที่อยากร่วมกันช่วยเหลือสังคม ปรารถนาที่จะให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การรักษาทั้ง สองกลุ่มโรคมีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่ 5 ธันวาคม 2556-4 ธันวาคม 2557 สำหรับหลักเกณฑ์ในการรับผู้ป่วยต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย เป็นบุคคลที่มีรายได้น้อยหรือใช้สิทธิการรักษาได้ และต้องผ่านการประเมินจากคณะกรรมการโครงการ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2625-6555



