ข่าว

'สมช.'ชี้ม็อบขาดชอบธรรม-ลดจำนวน!

'สมช.'ชี้ม็อบขาดชอบธรรม-ลดจำนวน!

27 พ.ย. 2556

'เลขาฯสมช.' ระบุ ม็อบเริ่มลดจำนวน เหตุขาดความชอบธรรม เชื่อสถานการณ์ชุมนุมยังหาทางออกได้ เลื่อนพูดคุย 'บีอาร์เอ็น' ออกไปก่อน เพราะการเมืองไม่นิ่ง

 

                             27 พ.ย. 56  เมื่อเวลา 16.00 น.  พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวแบบดาวกระจายปิดล้อมสถานที่ราชการว่า หน่วยงานความมั่นคงกังวลถึงการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ใช้การพูดคุยไม่ให้ใช้ความรุนแรงควบคุมการชุมนุม ด้วยการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการรักษาความปลอดภัยจากบุคคลไม่หวังดีช่วงการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่เกิดการกระทบกระทั่งขึ้นแน่นอนและจะหาทางออกของปัญหาเหล่านี้ได้โดยที่รัฐบาลยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทุกกระทรวง

                             พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า ขณะนี้พบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มลดลงแล้ว เนื่องจากแกนนำผู้ชุมนุมขาดความชอบธรรมในการเรียกร้อง ทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมพิจารณาและตัดสินใจได้ ทั้งนี้ และจากการประเมินสถานการณ์ชุมนุมเบื้องต้นเหมือนเหตุการณ์ดูเคร่งเครียดและทุกฝ่ายสามารถหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งทางความคิดเห็นแตกต่างได้ ดูได้จากกรณี ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) โดยคณะพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากภาพกล้องวงจรปิด ภาพนิ่ง ข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆ คำให้การของเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารสถานที่และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก 6 แกนนำผู้ชุมนุม ในข้อหาร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ประกอบมาตรา 362 , ข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เพราะประตูเลื่อนไฟฟ้าเสียหาย 4 บาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ส่วน พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ และ สน.สำราญราษฎร์ ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ขออนุมัติหมายจับ นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก , นายสำราญ รอดเพชร , นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับพวก ในข้อหาทำให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนและให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

                             "มีพยานหลักฐานทั้งคำพูด คำปราศรัยบนเวที รวมทั้ง ข้อความที่ปรากฏผ่านสื่อสังคมออนไลน์และพยานบุคคลต่างๆ ประกอบการเสนอขอหมายจับในข้อหาดังกล่าว ถือเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าแกนนำผู้ชุมนุมกระทำเกินขอบเขตของกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี หากประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมชุมนุมกระทำเหตุลักษณะดังกล่าวต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน จึงควรไตร่ตรองให้ดีก่อนเข้าร่วมการชุมนุมด้วย เพราะเป็นเรื่องความไม่ชอบธรรมทางกฎหมายอย่าให้อารมณ์หรือกระแสพาไป ที่สำคัญเมื่อการชุมนุมยุติลงแต่ผู้ที่ถูกดำเนินคดียังไม่สิ้นสุด"

                             พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า ถึงกรณีแกนนำผู้ชุมนุมได้ปลุกระดมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ายึดศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศว่า จากการตรวจสอบเป็นเพียงการปิดล้อมศาลากลางไม่ให้ปฏิบัติงานได้และส่วนใหญ่เป็นศาลากลางในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เช่น ตรัง ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ประมาณกว่า 10,000 คน ซึ่งมีผู้ชุมนุมมากในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานีเท่านั้น ทำให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ประเมินการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า จากตัวเลขผู้ชุมนุม ณ ขณะนี้ จะเดินทางกลับไปรวมตัวกันบริเวณเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน , บริเวณนางเลิ้ง , สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ หลังจากได้เคลื่อนขบวนแสดงสัญลักษณ์การชุมนุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่า การชุมนุมจะเหลื่อมถึงวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.) ที่มีความเชื่อมโยงทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและการเคลื่อนไหวภายนอกสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะไม่เข้าไปจับกุมตัวแกนนำที่ถูกออกหมายจับภายในพื้นที่ชุมนุมแน่นอน ส่วนการให้กำลังตำรวจเข้าดูแลในพื้นที่ใกล้การชุมนุมเป็นการรักษาความปลอดภัยและจัดระเบียบการชุมนุมเท่านั้น

 

 

เลื่อนพูดคุย 'บีอาร์เอ็น' ออกไปก่อน เพราะการเมืองไม่นิ่ง

 

                             ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล  พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการ ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) เป็นประธานในการประชุมร่วมกับ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายรัฐบาลไทย พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ในฐานะอดีตหัวหน้าศูนย์ประสานงานชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน กองทัพบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงการเตรียมพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นอีกรอบ

                             โดย พล.ท.ภราดร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้ใกล้ถึงเวลาการพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศไทยยังไม่นิ่ง คาดว่าจะเลื่อนการพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพออกไปก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาวันที่เหมาะสมต่อไป ส่วนการพูดคุยในครั้งหน้านั้น จะเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มต่างๆ เข้ามาพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น ที่ผ่านมา พล.อ.อกนิษฐ์ มีบทบาทพูดคุยเจรจากับกลุ่มพูโลและสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดนหลายกลุ่มในอดีต ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้การพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพเกิดความหลากหลายมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการพูดคุยขึ้น ที่สำคัญช่วยยกระดับการพูดคุยร่วมกันได้ในอนาคตจากการพูดคุยเพียงกลุ่มเดียว เป็นร่วมกันพูดคุยหลากหลายกลุ่มมากขึ้นและเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อลดช่องว่างด้วยการเพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันและเกิดการแลกเปลี่ยนเปิดเผยข้อมูลในการพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพ ซึ่ง พล.อ.อกนิษฐ์ จะเป็นบุคคลเชื่อมโยงการพูดคุยสร้างสันติภาพในกลุ่มพูโลให้วางใจเข้าร่วมพูดคุยครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามการพูดคุยสันติภาพครั้งนี้ได้จัดเตรียมที่นั่งพูดคุยสันติภาพให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนรวม 3 กลุ่ม กลุ่มละ 2 ที่นั่ง