
มท.1แจง'ม็อบยังเข้าศาลากลางไม่ได้'
มท.1แจง'ม็อบยังเข้าศาลากลางไม่ได้' ชมผู้ว่าฯสงขลากล้าหาญทำเหมาะสม กลุ่มมวลชนชาวสงขลายึดศาลากลางยืดเยื้อ
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 27 พ.ย. 2556 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ และนายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายจารุพงศ์กล่าวว่า จากที่มีกระแสข่าวว่าผู้ชุมนุมสามารถยึดศาลากลางจังหวัดได้แล้ว ขอชี้แจงว่าจากรายงานเมื่อเวลา 15.30 น. จังหวัดที่ยังไม่มีการชุมนุมมี 51 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีการชุมนุมบริเวณพื้นที่ศาลากลางแต่ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ศาลากลางรวม 25 แห่ง โดยมี 11 จังหวัดที่มีผู้ชุมนุมไม่ถึง 200 คน อีก 14 จังหวัด มีผู้ชุมนุมตั้งแต่ 200 - 1,000 คน และมีจังหวัดที่มีผู้ชุมนุมเกิน 1,000 คนอีก 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง และสงขลา ส่วนจังหวัดที่ผู้ชุมนุมเข้าไปในศาลากลางได้แล้ว คือ จ.สุราษฎร์ธานี
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะคาดโทษผู้ว่าราชการจังหวัดที่ปล่อยให้ผู้ชุมนุมเข้าไปยึดศาลากลางจังหวัดหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ผู้ว่าฯทุกคนทำงานเต็มที่ เต็มความสามารถ ใช้กุศโลบายกับผู้ชุมนุม ใช้น้ำเย็นเข้าลูบแล้วอย่างกรณีนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าฯสงขลาที่ออกไปพบผู้ชุมนุมเป็นพันคนด้วยตัวคนเดียว โดยเมื่อผู้ชุมนุมจะบุกเข้าศาลากลางแต่ท่านได้เจรจาให้เข้าไปแค่สนามหน้าศาลากลาง โดยท่านพาผู้ชุมนุมเข้าไปด้วยตัวเอง แต่กลับถูกโพสต์ภาพออกมาในทางลบ แต่ตนกลับยกย่องว่าผู้ว่าฯ สงขลากล้าหาญ เป็นการกระทำที่เหมาะสมแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ มีมติให้หยุดงานระหว่างวันที่ 28-29 พ.ย. จะมีผลกระทบกับการให้บริการประชาชนหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า หากหยุดจริงก็จะเกิดผลกระทบซึ่งต้องดูกันต่อไป อย่างไรก็ตาม รัฐวิสาหกิจมีกฎหมายอยู่ หากจะหยุดงานต้องเดินต่อไปได้ ไม่เกิดผลกระทบกับการบริการประชาชน
ม็อบสงขลา2พันบุกศาลากลาง
ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.00 น. กลุ่มพลังมวลชนชาวสงขลาประมาณ 2,000 คน รวมตัวเดินทางมายังศาลากลางจังหวัดสงขลาเพื่อแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาลที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี นำโดยนายกาจบัณฑิต รามมาก แกนนำกลุ่มพลังมวลชนที่มีการนำรถติดเครื่องขยายเสียงมาปักหลักเปิดเวทีย่อยบริเวณด้านหน้าศาลากลาง พร้อมประกาศเรียกร้องให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่บนศาลากลางยุติการทำงานแล้วลงมาร่วมชุมนุมกับประชาชน เพื่อร่วมกันปฏิเสธการสั่งการของรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ
โดยมีนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ได้เดินมาพบกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อทำความเข้าใจและทำข้อตกลงกับกลุ่มผู้ชุมนุม กระทั่งอนุญาตให้สามารถชุมนุมบริเวณลานด้านหน้าศาลากลางได้เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่มีเงื่อนไขคืออย่าเข้าไปภายในอาคารและขอร้องไม่ให้ทำลายทรัพย์สินของส่วนราชการเพื่อลดการเผชิญหน้า โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 กองร้อย และ อส.4 กองร้อย คอยดูแลความเรียบร้อยทำให้ต้องปิดราชการไปโดยปริยาย
นายกฤษฎา เปิดเผยว่า ภายหลังการหารือแกนนำกลุ่มฯได้รับปากว่าจะชุมนุมโดยปราศจากความรุนแรงใดๆและขอแสดงพลังประชาชนเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น จึงได้เปิดโอกาสและอนุญาตให้เข้ามาชุมนุมภายในบริเวณศาลากลางจังหวัดแต่ขอร้องไม่ให้ขึ้นบนอาคารสถานที่เท่านั้น ขณะที่ข้าราชการที่ปฎิบัติหน้าที่นั้นบางส่วนได้เดินทางกลับบ้านหรือหากจะร่วมแสดงพลังก็สามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิพื้นฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับบรรยกาศการชุมนุมนั้นเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีประชาชนทยอยเข้าร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญในจังหวัดสงขลา อาทิ นายประเสริฐ ชิตพงษ์ ส.ว.สงขลา,นายนิพนธ์ บุญญามณี นายอกอบจ.สงขลา ,นายประสงค์ บริรักษ์ นายกทม.เขารูปช้าง ,นักวิชาการและเยาวชนจากสถาบันการศึกษาชื่อดังทั่วจังหวัดสงขลาเข้าร่วม
นอกจากนี้บรรยากาศโดยภาพรวมที่จ.สงขลา ยังมีกลุ่มประชาชนอีกจำนวนมากที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีขบวนรถประชาชนชาวจังหวัดสงขลากว่า100คันขับเคลื่อนไปยังตัวเมืองหาดใหญ่เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ที่ไม่ต้องการระบอบทักษิณให้เปิดไฟหน้ารถแสดงสัญลักษณ์ นอกจากนี้ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ก็มีประชาชนจำนวนหนึ่งที่รวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอสะเดาจนทำให้สถานที่ราชการหลายแห่งต้องปิดไปโดยปริยาย
กลุ่มมวลชนชาวสงขลายึดศาลากลางยืดเยื้อ
เมื่อเวลา 17.00 น. สถานการณ์การชุมนุมที่ศาลากลางจ.สงขลา หลังจากที่กลุ่มรวมพลคนสงขลาต่อต้านกฎหมายล้างผิดคนโกงนับพันคน ได้เข้าไปยึดและปักหลักชุมนุมอยู่ภายในศาลากลางจังหวัด ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังมีประชาชนจากอำเภอต่างๆและนักเรียนนักศึกษาเดินทางเข้าร่วมกันอย่างต่อเนื่องนับพันคน ล่าสุดทางแกนนำประกาศปักหลักชุมนุมยืดเยื้อและนอนค้างคืนภายในศาลากลางจังหวัด เพื่อแสดงพลังของชาวสงขลาขับไล่รัฐบาลและระบอบทักษิณจนกว่าจะได้รับชัยชนะ ซึ่งสถานการณ์โดยรวมยังคงเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยไม่ได้มีการเข้าไปภายใต้ตัวอาคาร และแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอส.เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบๆ ทั้งนี้นายกฤษฎาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังกลุ่มผู้ไม่หวังดีหรือมือที่สามที่อาจะสวมรอยเข้ามาสร้างความปั่นป่วนยั่วยุให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
ม็อบปิดถนนหน้าศาลากลางสระบุรี
เมื่อเวลา 17.00 น.ได้มีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลชาวสระบุรี กว่า 1,000 คน ร่วมตัวกันมาเป่านกหวีดขับไล่รัฐบาลที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสระบุรี แต่ ทางจังหวัดทราบมาก่อนจึงสั่งปิดประตูทางเข้าบริเวณศาลากลางจังหวัดทั้งขาเข้า และขาออกกลุ่มชาวสระบุรีขับไล่รัฐบาลจึงเดินมาประท้วงหน้าศาลากลางจังหวัดสระบุรี และปิดถนนสายพิชัย ถนนหน้าศาลากลางจังหวัด สาย สระบุรี-เสาไห้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ผู้ใช้รถสัญจรผ่านเลี่ยงหลบไปใช้เส้นข้างศาลจังหวัดสระบุรี ออกถนนหลังศาลากลางจังหวัดแทน
ผู้ชุมนุมใส่โซ่ประตูเข้า-ออกศาลากลางประจวบฯ
ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มมวลชนในพื้นที่ อำเภอต่างๆของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมารวมตัวปักหลักชุมนุมอยู่ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมาโดยมีการเป่านกหวีด และโบกธงชาติ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นการชุมนุมตามแนวทางของแกนนำที่กรุงเทพ ที่ประกาศระดมมวลชนชุมนุมกดดันหน้าศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ
โดยมีแกนนำกลุ่มต่างๆผลัดกันขึ้นปราศัยโจมตีการออก พรบ.นิรโทษกรรมของรัฐบาล และการขับไล่ระบอบทักษิณ รวมทั้งกรณีที่รัฐบาลไม่ยอมรับคำพิพากษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกันนั้น นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ลงมาพบกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมขอให้ทุกคนชุมนุมอย่างสงบ อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมได้เรียกร้องให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งปิดศาลกางจังหวัด เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งทางผู้ว่าราชการ ยืนยันว่าไม่สามารถสั่งการได้ จนกระทั่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้โซ่และกุญแจปิดประตูทางเข้าด้านหน้า และด้านหลังของศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไว้
ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชมนุมบางส่วนยังคงปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด โดยรอสัญญาณที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุมต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ทางจังหวัดได้จัดกำลัง อ.ส.ดูแลพื้นที่โดยรอบศาลากลางอย่างเข้มงวดในค่ำคืนนี้
ระยองกลุ่มมวลชนปิดถนนหน้าศูนย์ราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มมวลชน ในจังหวัดระยองกว่า500คน เตรียมบุกเข้ายึดพื้นที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากทางจังหวัดได้ปิดประตูทุกด้านพร้อมเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัคร หลายร้อยนายตั้งแถวคุ้มกันพื้นที่อย่างแน่นหนา ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถเข้าไปยึดสถานที่ราชการได้ แม้ว่าจะได้มีการเจรจากับนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ที่มาเป็นคนกลาง และพลตำรวจตรี สมนึก บุรมิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง แล้วก็ตาม ใช้เวลาในการเจรจานานกว่า 3ชั่วโมง ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมยังเข้าไปแสดงพลังไม่ได้ จนเมื่อเวลา 16.30น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของข้าราชการ ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเปลี่ยนจากการจะเข้าไปยึดศาลากลางจังหวัดเป็นออกมาปิดถนนสุขุมวิทหน้าศูนย์ราชการแทน
กลุ่มเฟซบุ๊คเชียงใหม่นัดรวมพลใหญ่
เมื่อเวลา 17.00 น.ที่สวนสุขภาพ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ กลุ่มเฟสบุ๊คเชียงใหม่ต้านระบอบทักษิณ นำโดย นายภาณุพงค์ วีรตันตยาภรณ์ โดยมีการนัดรวมตัวกันบริเวณสวนสุขภาพ ต.สุเทพ ผ่านมาเฟสบุ๊ค โดยมีกลุ่มแพทย์ นักวิชาการ นักธุรกิจ นัดเรียน นักศึกษา รวมทั้งประชาชนที่สนใจจำนวนกว่า 500 คนเข้าร่วมต่อต้านระบอบทักษิณ นอกจากนั้นยังได้เปิดโอกาสให้กลุ่มกลุ่มที่เข้าร่วมชุมนุมในวันนี้ได้เปลี่ยนมาแสดงทัศนคติ และวิสัยทัศน์ในการต่อต้านรัฐบาล
แกนนำนปช.ประกาศชุมนุมใหญ่30พ.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการชุมนุมของ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเป็นวันที่ 4 แล้ว ล่าสุด ผู้ชุมนุมยังปักหลังชุมนุมในพื้นที่ และยังมีประชาชนพร้อมด้วยอุปกรณ์การชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ อาทิ ธงชาติ เสื้อสีแดง เท้าตบ ทยอยเดินทางเข้ามาในสนามกีฬา เพื่อร่วมทำกิจกรรมและรับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่องทำให้จำนวนผู้ชุมนุมดูหนาตามากขึ้น
จากนั้นในเวลา 18.00 น.แกนนำหลักอย่าง นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.และนายจตุพร พรหมพันธู์ แกนนำ นปช. ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ถึงท่าทีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมและโค่นล้มระบอบทักษิณ ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยนัดชุมใหญ่ในวันที่ 30 พ.ย. นี้ที่ราชมังคลากีฬาสถาน



