
'จอมเต๊ะ'อ้างเหนื่อย'เชลซี'แพ้-เข้ารอบ!
'เชลซี' มีเฮง บุกแพ้ บาเซิล 0-1 แต่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกยูฟ่า ชปล. 'จอมเต๊ะ' อ้างลูกทีมเหนื่อย แถมเผลอจนเสียประตูช่วงท้ายเกม
ศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นการเตะนัดที่ 5 โดยสาย อี "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมดังจากอังกฤษ บุกไปเยือนถิ่นจาคอป ปาร์ค ของบาเซิล ที่สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยเป้าหมายต้องการอย่างน้อย 1 แต้ม เพื่อการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทว่าการเล่นนัดนี้เกมส่วนใหญ่กลับเป็นของเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายพับสนามบุกอยู่แทบจะข้างเดียว ก่อนมาได้ประตูชัยในนาทีที่ 87 จาก โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เอาชนะไปได้ 1-0
หลังการแข่งขัน ชูเซ มูรินโญ กุนซือของเชลซี กล่าวยอมรับความพ่ายแพ้ว่า เจ้าถิ่นเล่นได้ดีกว่า และทีมของเขาเองก็เล่นแบบเนือยๆ ซึ่งมาจากความเหนื่อยล้าจากที่ต้องเล่นเกมหนักๆ ติดๆ กัน ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ
อย่างไรก็ตาม แม้เชลซีจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมนี้แต่ก็ยังมีข่าวดีเมื่อการเตะอีกคู่ในสายเดียวกัน "ราชันสีน้ำเงิน" ชาลเก 04 จากเยอรมนี ทำได้แค่บุกเสมอ สเตอัว บูคาเรสต์ ของโรมาเนีย 0-0 ทำให้ทีมสิงโตน้ำเงินคราม ที่มี 9 แต้ม และจะลงเตะนัดสุดท้ายด้วยการเปิดบ้านรับสเตอัว ที่มี 3 แต้ม ตกรอบแน่นอนแล้ว ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ได้เข้าผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ทันที ปล่อยให้ ชาลเก ที่มี 7 แต้ม ที่จะเปิดบ้านรับบาเซิล ที่มี 8 แต้ม ในวันเดียวกัน ไปตัดเชือกเพื่อแย่งอีกโควตาที่เหลือกันเอง
ขณะที่สาย เอฟ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เปิดบ้านเอาชนะ "โอแอ็ม" โอลิมปิก มาร์กเซย ของฝรั่งเศส 2-0 จากการเหมาสังหารของ แจ็ค วิลเชียร์ นาที 1, 35 โดยเฉพาะประตูแรกเกิดขึ้นเพียงวินาทีที่ 29 ซึ่งถือเป็นประตูที่เร็วที่สุดของทีมปืนโตในรายการนี้ นับตั้งแต่ที่ กิลแบร์โต ซิลวา เคยยิงใส่ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ในวินาทีที่ 20 เมื่อปี 2002 อีกด้วย ขณะที่อีกคู่ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของเยอรมนี เปิดบ้านชนะนาโปลี จากเยอรมนี 3-1 จากจุดโทษของ มาร์โก รอยส์ นาที 10, จาคุป บลาสซีคอฟสกี นาที 60 และปิแอร์ อิเมริค โอบาเมอยอง นาที 78 ส่วนทีมเยือนได้จาก ลอเรนโซ อินซินเย นาที 71
จากผลดังกล่าวทำให้ อาร์เซนอล มี 12 แต้ม ตามด้วย ดอร์ทมุนด์ กับ นาโปลี ที่มี 9 แต้มเท่ากัน ส่วนมาร์กเซยแพ้รวดยังไม่มีแต้ม โดยเกมสุดท้ายที่จะเตะวันที่ 11 ธันวาคม ทีมปืนใหญ่ที่จะบุกเยือนนาโปลี ขอแพ้เพียง 1 ลูก ก็จะได้เข้ารอบทันที เนื่องจากมีสถิติเฮดทูเฮดที่ดีกว่าทีมจากแดนมะกะโรนี ขณะที่ดอร์ทมุนด์ ที่จะบุกเยือนมาร์กเซย ขอแค่ชนะก็จะผ่านเข้ารอบเช่นกัน
ส่วนสาย จี "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ของสเปน ที่เข้ารอบไปก่อนหน้านี้แล้ว บุกเสมอ เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย 1-1 และปอร์โต ของโปรตุเกส เปิดบ้านเสมอ ออสเตรีย เวียนนา ของออสเตรีย 1-1 สายนี้ แอต.มาดริด มี 13 แต้ม นัดสุดท้ายจะเปิดบ้านพบปอร์โต ที่มี 5 แต้ม ขณะที่เซนิต ที่มี 6 แต้ม จะออกไปเยือนออสเตรีย เวียนนา ที่มี 2 แต้ม
สาย เอฟ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ยอดทีมของแดนกระทิงดุ ที่เข้ารอบไปแล้วเช่นกัน บุกพ่าย อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ของฮอลแลนด์ 1-2 โดยเจ้าถิ่นได้จาก ธูลารี เซเรโร กับ แดนนี ฮูเซน นาที 19, 41 ส่วนบาร์ซาตีไข่แตกจากจุดโทษของ ซาบี เอร์นันเดซ นาที 49 ส่วนอีกคู่ "ม้าลายเขียวขาว" กลาสโกว์ เซลติก ของสกอตแลนด์ ถูก "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน บุกถล่ม 0-3 จาก กาก้า, คริสเตียน ซาปาตา และมาริโอ บาโลเตลลี นาที 12, 49, 59 สายนี้ บาร์ซา มี 10 แต้ม ตามด้วย มิลาน 8 แต้ม อาแจ๊กซ์ 7 แต้ม และเซลติก 3 แต้ม โดยนัดนัดสุดท้าย บาร์ซา จะเปิดบ้านพบ เซลติก และมิลาน เปิดบ้านแย่งเข้ารอบกับอาแจ๊กซ์
------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP , AFP)



