ข่าว

เสนอขุด"อุโมงค์"เชื่อมมาเลเซีย
ลอดสันกาลาฯ-เพื่อการค้า-ท่องเที่ยว

เสนอขุด"อุโมงค์"เชื่อมมาเลเซีย ลอดสันกาลาฯ-เพื่อการค้า-ท่องเที่ยว

18 มิ.ย. 2552

ยะลา - พ่อเมืองสตูล ร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องรุดศึกษาอุโมงค์เบตงดูเป็นแบบอย่าง เตรียมเสนอขุดอุโมงค์เขาสันกาลาคีรีเชื่อมมาเลเซีย เพื่อการค้าการท่องเที่ยวในอนาคต

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา นายคุณวุฒิ มงคลประจักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองเบตง พร้อมด้วยนายดลเดช พัฒนรัฐ นายอำเภอเบตง ต้อนรับนายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และคณะสื่อมวลชน ในการเดินทางมาศึกษาการขุดเจาะอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ เพื่อที่จะนำไปเป็นข้อมูลในการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ภูเขาสันกาลาคีรีที่เชื่อมต่อกับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย และ จ.สตูล

 โดยพ่อเมืองสตูล กล่าวว่า การมาศึกษาอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ดังกล่าว ก็เพื่อโครงการขุดเจาะส่วนการก่อสร้างอุโมงค์ที่ จ.สตูล กับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการสำรวจพื้นที่พบว่าบริเวณสันปันน้ำรอยต่อพรมแดนไทย-มาเลเซีย มีความเหมาะสมที่จะขุดเจาะภูเขาสันกาลาคีรีเป็นอุโมงค์ และทำการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อกับถนนที่ทางการมาเลเซียได้ก่อสร้างรอไว้แล้ว ซึ่งการก่อสร้างจะเป็นแบบ 2 อุโมงค์ คือ 2 เลนไป และ 2 เลนมา โดยเลี่ยงเส้นทางที่จะกระทบป่าชายเลนทั้งหมด เพื่อไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วย จนท.อุทยาน ทหาร กรมทางหลวงและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อทำการสำรวจออกแบบก่อนว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะสร้างอุโมงค์ลักษณะเหมือนอุโมงค์ที่เบตง

 นายสุเมธกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปยังรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย เพื่อเจรจาฟื้นการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการก่อสร้างถนนสายสตูล-ปะลิส โดยทางรัฐปะลิสได้ให้การสนับสนุนแนวความคิดของ จ.สตูล ที่เสนอให้มีการขุดเจาะอุโมงค์ภูเขาสันกาลาคีรีระยะทาง 4 กม. แทนการสร้างถนน ที่จะใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าการสร้างสะพานที่ใช้งบประมาณถึง 8,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ทางรัฐปะลิสและไทยจะออกค่าใช้จ่ายกันคนละครึ่ง หากดำเนินการก่อสร้างด้านไหนถูกกว่าก็จะคิดตามด้านนั้น โดยแนวคิดดังกล่าวจะนำเสนอรัฐบาลต่อไป

 อย่างไรก็ตาม หากอุโมงค์สร้างแล้วเสร็จก็จะสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ภายใต้กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย ที่จะใช้ประโยชน์ในการคมนาคมเชื่อมโยงพื้นที่ระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อค้าขายและการท่องเที่ยวต่อไป