
ลองของ!มะกันส่ง'บี-52'บินเขตห้ามจีน
'มะกัน' ส่ง 'บี-52' บินผ่านเขตป้องกันทางอากาศที่จีนกำหนดขึ้นใหม่ เพื่อยืนยันว่าเป็นน่านฟ้าสากล จีนไม่ว่าแต่ยันยังคุมได้
27 พ.ย. 56 เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-52 ซึ่งไม่ได้ติดอาวุธจำนวน 2 ลำของสหรัฐ บินจากฐานทัพในเกาะกวม เข้าไปในบริเวณเขตป้องกันทางอากาศของจีนในทะเลจีนตะวันออกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก่อนกลับฐานทัพตามเดิมเมื่อวันอังคาร (26 พ.ย.) โดยเขตป้องกันทางอากาศดังกล่าว เป็นเขตที่จีนประกาศขึ้นใหม่ฝ่ายเดียวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่เกาะพิพาทเตียวหยู หรือเกาะที่ญี่ปุ่นอ้างกรรมสิทธิและเรียกชื่อว่า เกาะเซนกากุ รวมทั้งเกาะพิพาท ซู่เหยียน เกาะที่เกาหลีใต้อ้างกรรมสิทธิ์และเรียกชื่อว่า เกาะลีโอโด
โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุว่า เครื่องบินปฏิบัติภารกิจซ้อมรบตามปกติ ไม่ได้มุ่งตอบโต้จีน นอกจากนี้สหรัฐถือว่าบริเวณนั้นเป็นน่านฟ้าสากล จึงยึดตามระเบียบเดิม คือไม่มีการแจ้งแผนการบิน ไม่มีการติดต่อทางวิทยุ และไม่แจ้งเรื่องความถี่วิทยุที่ใช้ ซึ่งเป็นข้อบังคับที่จีนได้ประกาศไว้ตอนเผยแผนที่ใหม่ของเขตป้องกันทางอากาศ มิฉะนั้น จีนมีสิทธิ์ดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อป้องกันตัวเอง ซึ่งรวมถึงการยิงเครื่องบินทุกลำที่รุกล้ำอธิปไตยของจีน
อย่างไรก็ดี กระทรวงกลาโหมจีน แถลงเพียงว่า กองทัพเฝ้าติดตามตลอดระยะเวลาที่เครื่องบินรบสหรัฐเข้าไปในเขตป้องกันทางอากาศ และมีการตรวจสอบจนมั่นใจว่าเป็นเครื่องบินรบของสหรัฐ พร้อมยืนยันว่าจีนสามารถควบคุมน่านฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แถลงการณ์ที่เป็นปฏิกิริยาแรกของจีน มุ่งหลีกเลี่ยงการผชิญหน้ากับสหรัฐ โดยไม่แสดงความไม่พอใจ หรือความโกรธเคืองใดๆ แต่มุ่งตอกย้ำถึงอำนาจการควบคุมของตัวเอง
นับตั้งแต่จีนประกาศแผนที่เขตป้องกันทางอากาศ ได้สร้างความไม่พอใจให้ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในน่านน้ำพิพาทในทะเลจีนตะวันออก และสหรัฐที่เป็นพันธมิตรของทั้งสามชาติมองว่า การกระทำของจีนเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะของพื้นที่พิพาทเพียงฝ่ายเดียวที่อาจทำให้เกิดการเผชิญหน้าได้
มีรายงานว่า สายการบินยักษ์ใหญ่ 2 แห่งของญี่ปุ่น ได้แก่ เจแปน แอร์ไลนส์ และออล นิปปอน แอร์เวย์ส หยุดแจ้งแผนการบินในการบินผ่านน่านฟ้าบริเวณนั้นแล้ว หลังจากสมาคมสายการบินของญี่ปุ่น ได้รับการยืนยันจากจีนแล้วว่าไม่มีเจตนาขัดขวางเที่ยวบินของสายการบินพาณิชย์
แต่สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ของสิงคโปร์ และสายการบินแควนตัสของออสเตรเลียจะปฏิบัติตามกฎใหม่ แม้รัฐบาลออสเตรเลียได้เรียกเอกอัครราชทูตจีนเข้าพบเมื่อวันอังคาร เพื่อคัดค้านการกระทำของจีนโดยมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมในช่วงที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดในภูมิภาค
------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



