
'หมอวรงค์'ซัด'รบ.'โกงข้าวถุง'อคส.'
'หมอวรงค์' ซัด 'รัฐบาล' โกงโครงการทำข้าวถุงตรา 'อคส.' คิดมูลค่าเสียหาย 5 หมื่นล้าน จวก 'นายกฯ' ฐานะ 'ประธาน กขช.' ไม่ดูแล เหตุปล่อยให้การเมือง-เครือข่ายแทรกแซง
27 พ.ย.56 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระญัตติด่วน การขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่สอง ได้เริ่มขึ้น เมื่อเวลา 09.35 น. โดยมีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเอกสารที่สำคัญมาประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยว่า นายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เนื่องจากพบข้อมูลว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทุจริตในโครงการระบายข้าวของรัฐบาล ในการนำข้าวสารไปทำข้าวถุง ตรา อคส. เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูก โดยตนให้ชื่อตอนว่า “จุดจบจำนำข้าว สู่การอวสานรัฐบาลยิ่งลักษณ์”
ทั้งนี้ในการดำเนินโครงการจัดทำข้าวถุงมีมติ กขช. ให้ดำเนินการทำข้าวถุง จำนวน 4 ครั้งใหญ่ คือ 1.เดือนตุลาคม ปี54 ให้จัดทำข้าวถุง 1 แสนตัน คิดเป็น 20 ล้านถุง 2.เดือนมีนาคม ปี 54 จำนวน 1 แสนตัน คิดเป็น 20 ล้านถุง 3.เดือนพฤษภาคม ปี 55 ให้ทำ 5แสนตัน คิดเป็น 100 ล้านถุง และ 4.เดือนธันวาคมปี 55 ให้ทำข้าวถุง 1.8 ล้านตัน โดยแบ่งให้ทำจำนวน 6 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน ปี56 เดือนละ 3 แสนตัน โดยรวมทั้งหมดจะใช้ข้าว 2.5 ล้านตัน คิดเป็นข้าวถุง 500 ล้านถุง อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน แต่มีการทำแบบพร่ำเพรื่อ เพราะมติแรก ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม ปี 54 ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ, มติที่ 2 ทราบว่าทำเสร็จแล้วแต่มีปัญหา, มติที่ 3 ทำไม่แล้วเสร็จ และมติที่ 4 ดำเนินการไปได้เพียง 2 เดือนเท่านั้นแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2556 ทางอนุกรรมการระบายข้าว ได้สั่งให้ อคส. ทำหนังสือเวียนไปยังบริษัทที่ปรับปรุงข้าวถุงยุติการปรับปรุงดังกล่าว
นพ.วรงค์ อภิปรายต่อว่า ในโครงการทำข้าวถุงส่วนของตรา อคส. พบว่ามีการทำทุจริตในส่วนของเอกสาร ที่พบว่ามีการทำหนังสือสัญญาปลายเปิด โดยไม่ระบุระยะเวลาที่ทำโครงการแล้วเสร็จ นอกจากนั้นแล้วในเอกสารสัญญาในมติที่ 4 เมื่อเดือนธันวาคม ปี55 ไม่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่รัฐร่วมลงนามกับบริษัทคู่สัญญา แต่กลับพบว่ามีการเบิกข้าวเพื่อไปดำเนินการบรรจุถุง ทำให้เกิดกระบวนการที่ส่อทุจริตในการนำข้าวในโครงการมาเวียนเทียน จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบรัฐบาลได้ให้ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัทสยามรักษ์, บริษัทคอน-ไซน์ เทรดดิ้ง และบริษัทร่มทอง เป็นตัวแทนจำหน่ายข้าวตรา อคส. และมีโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว คือ โรงสีเจียเม้ง, โรงสีโชควรลักษ์ และ โรงสีสิงห์โตทอง โดยตามกระบวนการปกติของโครงการ คือ อคส. เป็นผู้ออกใบเบิกข้าวให้กับตัวแทนจำหน่าย เพื่อนำมาเบิกข้าวกับโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว จากนั้นโรงสีจะจัดสงข้าวไปยังสถานที่ที่ตัวแทนจำหน่ายต้องการตามเงื่อนไขสัญญา และขายกับประชาชนถุงละ 70 บาท แต่ข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีกระบวนการนำข้าวไปจำหน่ายประชาชน มีเพียงการออกใบเบิกข้าวเท่านั้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือเป็นการโกงแบบหน้าด้านๆ
“จากการตรวจสอบผ่านกรรมาธิการของสภาฯ และอนุกรรมการธิการของวุฒิสภาเชิญตัวแทนโรงสี และตัวแทนผู้จำหน่าย พบว่ากระบวนการทุจริต คือ บริษัทตัวแทนจำหน่ายนำเงินของโรงสีผู้ปรับปรุงข้าวไปชำระให้ อคส. ด้วยการออกแคชเชียร์เช็ค เมื่อ อคส. ออกใบเบิกข้าวให้ตัวแทนจำหน่ายแล้ว ตัวแทนจำหน่ายนำใบเบิกข้าวคืนให้กับโรงสีผู้ปรับปรุง ก็จบ และถือว่านำกระดาษมาค้าขายกัน โดยไม่มีข้าวถุงจำหน่ายในตลาด ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ข้าวไม่ถึงมือคนจน โดยดิวครั้งนี้เกิดขึ้นที่ อคส. ทั้งนี้ผมมีคลิปการชี้แจงของตัวแทน นานกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นข้อเท็จจริง” นพ.วรงค์ อภิปราย
ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อว่า สำหรับการตรวสอบพบว่ากระบวนการดังกล่าวผ่านบริษัทตัวแทนจำหน่าย บอร์ดอคส. และโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว พบว่ามีความเกี่ยวโยงผ่านนพ.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ รองประธานบอร์ด อคส.ซึ่งเป็นนักเรียนแพทย์รุ่นเดียวกับ นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตกรรมการบริหารบริษัทสยามรักษ์ รวมถึงนักธุรกิจวงการค้าข้าวที่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะรัฐมนตรี อักษรย่อ “ว.” สายตรง เจ้ ด. ที่สนับสนุนโรงสีข้าวสิงห์โตทอง ใน จ.กำแพงเพชร
นอกจากนั้นแล้วจากการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายข้าวถุง ตรา อคส. จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในส่วนของบริษัทสยามรักษ์ พบว่าประกอบธุรกิจส่งดอกไม้, สมุนไพรอบแห้งส่งออก แต่ได้งานเป็นผู้จำหน่ายข้าวถุง และจากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องกรรมการบริหาร พบว่ามีนายเกรียงศักดิ์ ประสงค์สุกาญจน์ น้องชายของนพ.เกรียงชัย เป็นกรรมการบริษัท สยามรักษ์ นอกจากนั้นแล้วมี นพ.วีระวุฒิ เป็นกรรมการบริหาร แต่ได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ก.ค.54
ดังนั้นเมื่อพิจารณาความสัมพันธุ์จึงถือว่ามีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง ขณะที่ 2 บริษัท คือ บริษัทคอน-ไซน์ฯ พบว่าเป็นบริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ผลประกอบการขาดทุน 2 ปีติดต่อกัน, บริษัทร่มทอง สภาพบริษัทตั้งอยู่ในหมู่บ้านโทรมๆ ในอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ขณะที่ป้ายบริษัทได้ระบุว่าเป็นชื่อซอย โดยผลประกอบการขาดทุน 2 ปีติดต่อกัน ซึ่งทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวนั้นทำหน้าที่เป็นเพียงนอมินีเท่านั้น จากกระบวนการนี้หากตรวจสอบไม่พบการทุจริต จะทำให้รัฐเสียหาย มากถึง 5 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้ได้มีการสั่งระงับโครงการไปแล้วเมื่อ 26 ก.ค.56



