ข่าว

ประชาธิปไตยในใจตน

ประชาธิปไตยในใจตน

27 พ.ย. 2556

ประชาธิปไตยในใจตน : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

             มีคำถามว่าประชาธิปไตยบ้านเรามาถึงทางตันแล้วหรือยัง? และจะผ่าทางตันออกไปได้อย่างไร? ผมคิดว่าปัญหาทุกเรื่องไม่มีทางตันหรอกครับ เพียงแต่ถ้าเรายังคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม เมื่อเจอกับปัญหาเดิมๆ เราก็จะคิดว่ามาถึงจุดที่ไม่สามารถจะคิดจะทำอะไรได้อีกต่อไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังมีวิธีการอื่นๆ อีกมากมาย ที่เรายังไม่ได้ลองทำ ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคย หรือไม่กล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ และการผ่าทางตัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้ความรุนแรงเสมอไป อาจจะเพียงแค่ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์บางอย่างเท่านั้น

             เมื่อคนส่วนใหญ่ในประเทศยอมรับว่าประชาธิปไตย เป็นระบอบที่เหมาะสมที่สุดกับคนไทย เราก็ควรต้องหาทางที่จะรักษาระบอบการปกครองนี้ให้คงอยู่ต่อไป รัฐธรรมนูญหรือกติกาต่างๆ ก็เป็นเพียงสิ่งค้ำประกันว่าประชาธิปไตยจะดำเนินไปในแนวทางที่เราต้องการ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะทำให้ได้รัฐบาลและนักการเมืองที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย หรือการเมืองจะเป็นไปตามครรลอง เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งต่างๆ ที่เราไม่คาดคิดจึงย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งจากตัวบุคคล นโยบาย และกลไกต่างๆ ทางการเมือง

             การสร้างประชาธิปไตยให้งอกงามนั้น ไม่ใช่เกิดจากคำพูดที่หรูหรา การมีรัฐสภาที่โอ่อ่า หรือการโฆษณาชวนเชื่อของพรรคการเมือง แต่อยู่ที่จิตใจของประชาชนที่จะต้องมีความเป็นประชาธิปไตย และรู้จักประชาธิปไตยทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติอย่างดีพอ เพราะประชาธิปไตยย่อมไม่ใช่การทำอะไรหรือได้อะไรตามใจตน แต่ต้องคำนึงถึงความต้องการและผลประโยชน์ของคนหมู่มาก ประชาธิปไตยต้องเคารพกฎเกณฑ์กติกาและเสียงของประชาชนไม่ว่าจะส่วนมากหรือส่วนน้อย และประชาธิปไตยต้องมีความอดทน อดกลั้น เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม

             สาเหตุประการสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยของไทยเปราะบาง ก็เพราะนักเมืองส่วนหนึ่งมีความคิดว่าการเข้ามาทำงานการเมืองเป็นเพียงการประกอบอาชีพอาชีพหนึ่ง และเป็นอาชีพที่มีช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ สามารถตั้งเนื้อตั้งตัวได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว มิใช่เป็นการอาสาหรือเสียสละเพื่อบ้านเมือง ดังที่กล่าวอ้าง

             ขณะที่ประชาชนก็ขาดความเข้าใจในเรื่องสิทธิและหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้คนไทยบางส่วนยังมีลักษณะของอำนาจนิยม ที่พอใจกับการแก้ไขปัญหาด้วยความเด็ดขาด มากกว่าการให้เป็นไปตามกระบวนการทางการเมืองและกระบวนการยุติธรรมประชาธิปไตยในเมืองไทย ก็ไม่ต่างไปจากพุทธศาสนาในเมืองไทย หรือแนวคิดดีๆ ของต่างประเทศ ที่คนไทยรับมาแต่เปลือกหรือโครงสร้างภายนอก แต่เนื้อในก็ยังคงเป็นไปตามความพอใจของคนไทย โดยไม่คำนึงว่าสิ่งที่ตนพอใจนั้นจะขัดกับหลักการหรือความถูกต้องเป็นจริงหรือไม่ คำถามที่เรามักได้ยินบ่อยๆ ว่า ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธแต่ทำไมคนไทยยังดื่มเหล้า ยังมีคดีทางเพศ มีคดีลักทรัพย์ และคดีอุกฉกรรจ์ต่างๆ มากมาย ก็เป็นคำถามทำนองเดียวกันกับเมืองไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ทำไมนักการเมืองบางส่วนจึงมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

             คำถามเหล่านี้ ผู้ที่จะตอบได้ดีที่สุดก็คือตัวของเราเองแหละครับ