
นายกฯชี้ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์เป็นการตัดสินใจเอง
อภิสิทธิ์ ชี้ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์เป็นการตัดสินใจเอง ยันรัฐบาลไม่ได้ปิดกั้น เชื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่าย 53 จะไม่เกิดเหตุซ้ำ
(17มิ.ย.) เวลา 09.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ว่า ตนคิดว่าในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 คงไม่มีปัญหา เพราะเป็นการเสนองบประมาณประจำปีตามปกติ และแน่นอนว่าทุกหน่วยงานมีความรู้สึกว่าในปีนี้ได้รับงบประมาณน้อย เพราะจัดเก็บรายได้ได้น้อย ซึ่งเป็นปีแรกในรอบ 10 ปีที่งบประมาณจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นก็คงจะมีเสียงบ่นบ้าง แต่ความจริงแล้วได้แก้ไขปัญหาด้วยการออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ.กู้เงินมาลงทุน ซึ่งตนจะใช้แนวทางนี้ชี้แจง ทำความเข้าใจ ส่วนการอภิปรายในเรื่อง พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.กู้เงินนั้น ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีโอกาสหารือกับนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่บ่นน้อยใจเรื่องการจัดสรรงบประมาณหรือไม่ เพราะนายชาญชัยระบุว่าจะมาหารือกับนายกรัฐมนตรีในการประชุมสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ได้พบกัน แต่ไม่ได้คุยอะไรกันเพิ่มเติม ความจริงก็ทราบว่าทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ อยากได้งบประมาณเพิ่ม เมื่อถามว่านายชาญชัยแสดงอาการน้อยเนื้อต่ำใจผ่านสื่อมวลชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องน้อยใจ เพราะเราดูตามสภาพข้อเท็จจริงและเนื้องานต่าง ๆ และงานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในส่วนของบีโอไอ ตนก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการต่าง ๆ นั้นรัฐบาลได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบการใช้เงินงวดแรกไปเรียบร้อยแล้ว และจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีก ส่วนเรื่องการชำระหนี้จะเป็นไปตามแผนที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงโดยละเอียดในการประชุมสภาไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ร่างพ.ร.บ.กู้เงินผ่าน 3 วาระรวดจะมีส่วนทำให้การใช้เงินในพ.ร.บ.นี้เร็วขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาด้วย ซึ่งเราไม่ทราบว่ากระบวนการหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร หากวุฒิสภาแก้ไขก็ต้องกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อย่างน้อยคงต้องรอเปิดประชุมสมัยสามัญในเดือน ส.ค.นี้
เมื่อถามว่าเป็นห่วงว่าฝ่ายค้านจะวอล์คเอาท์ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 เหมือนที่ได้ทำไปแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าฝ่ายค้านได้แสดงจุดยืนในการเดินออกจากห้องประชุมในเรื่อง พ.ร.บ.กู้เงิน แต่คิดว่าในการประชุมงบประมาณคงไม่เป็นอย่างนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าการพิจารณาเต็มสภาโดยที่ไม่มีฝ่ายค้านร่วมจะถูกมองว่ารัฐบาลใช้เสียงข้างมากลากไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ และให้มีการถ่ายทอดสด เราฟังการอภิปรายและชี้แจงกันทุกประเด็น และที่ทำเป็น พ.ร.บ.กู้เงินนั้น เพราะต้องการเปิดโอกาสให้มีคณะกรรมาธิการ จะได้มีการซักถามรายละเอียดได้ แต่เมื่อเขาตัดสินใจไม่ร่วม คำถามคือกระบวนการสภาจะเดินอย่างไร หากฝ่ายเสียงข้างน้อยหรือพรรคใดพรรคหนึ่งบอกไม่ร่วมเป็นกรรมาธิการแล้ว กระบวนการสภาเดินหน้าไม่ได้ ตนคิดว่าระบบก็จะผิดไป จะกลายเป็นว่าตัวแทนของพรรคการเมืองเพียง 1 พรรค สามารถหยุดกระบวนการของสภาได้ทั้งหมด ซึ่งคงไม่ใช่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าประเด็นนี้จะถูกนำไปโจมตีอยู่เรื่อย ๆ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ก็เราเปิดโอกาสให้แล้ว แต่ฝ่ายค้านตัดสินใจไม่ร่วมเอง ซึ่งเขาจะต้องอธิบายจุดยืนของเขา แต่ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะไปปิดกั้น หากรัฐบาลปิดกั้น คงพยายามออกเป็น พ.ร.ก.ทั้งหมดไปแล้ว แต่นี่ออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อให้มีกรรมาธิการ แต่ฝ่ายค้านตัดสินใจไม่ร่วม ก็เป็นการตัดสินใจของฝ่ายค้าน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ไปใช้โควตาของฝ่ายค้านในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.กู้เงิน พรรคประชาธิปัตย์จะมีการดำเนินการอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เสนอข้อมูลมารัฐมนตรีก็ชี้แจงไปแล้ว



