ข่าว

'สื่อนอก'ตีข่าว!ม็อบยึดราชการกดดัน'รบ.ปู'

'สื่อนอก'ตีข่าว!ม็อบยึดราชการกดดัน'รบ.ปู'

26 พ.ย. 2556

'บลูมเบิร์ก'ชี้'นายกฯไทย'กำลังตกอยู่ในสถานการณ์กดดันจากการที่กลุ่มผู้ประท้วงบุกยึดสถานที่ราชการ ด้าน'สหรัฐ'ห่วงการเมืองไทยวอนสองฝ่ายเจรจาอย่างสันติ

               26 พ.ย.56 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้าไปยังอาคารรัฐบาลสองแห่ง ขยายความพยายามที่ยาวนานนับเดือน ในการขับไล่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรื้อเครือข่ายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของเธอ ขณะที่ สหรัฐได้แสดงความวิตกต่อการประท้วง โดยเจน เพสกี้ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ได้แถลงผ่านอีเมล เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้นต่อความรุนแรง และเคารพกฎหมาย

               ทั้งนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ถูกระบุว่า เป็นคนสั่งการให้มีการกวาดล้างผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อปี 2553 ในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในอำนาจ ได้เรียกร้องให้ผู้สนับสนุน บุกยึดอาคารที่ทำการของรัฐบาลเพิ่มขึ้น และให้ข้าราชการเข้าร่วมในสิ่งที่เขาเรียกว่า "การปฏิวัติประชาชน"

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กำลังเผชิญญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ หลังถูกกล่าวหาว่า คอรัปชั่นและพยายามผ่านกฎหมายล้างผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เขาก่อไว้ในสมัยที่ยังอยู่ในอำนาจ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การประท้วงอาจกัดเซาะความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ ที่ต้องมีสภาพยับเยินเพราะความรุนแรงทางการเมือง นับตั้งแต่พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกรัฐประหาร เมื่อปี 2549

               ด้านไมเคิล มอนเตซาโน่ นักวิจัยของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาของสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า ผู้ประท้วงยังคงขาดการสนับสนุนด้านกองกำลังที่เปี่ยมไปด้วยความพร้อมและศักยภาพ ที่จะโค่นรัฐบาลได้อย่างรวดเร็ว ถ้าความวุ่นวายแพร่ขยายออกไป เราก็จะได้เห็นว่า กองกำลังที่ว่านี้ จะหลบอยู่ได้นานแค่ไหน

               อีกทั้ง รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้พยายามมาหลายสัปดาห์ ที่จะยับยั้งการประท้วงต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมที่จะล้างผิดทางการเมือง ที่ขยายไปถึงเมื่อครั้งการรัฐประหาร และยังรวมถึงกฎหมายที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยวัตถุประสงค์ของการประท้วงได้เปลี่ยนจากการต่อต้านกฎหมายเหล่านี้ เป็นความพยายามต่อสู้เพื่อหลุดพ้นจากการตกอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณและเหล่าบริวารของเขา

               โดยรัฐบาลได้ขยายพื้นที่บังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และรอบนอกที่รวมทั้ง นนทบุรี ปทุมธานี และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม หลังการประกาศใช้ในพื้นที่รอบอาคารรัฐสภา ในกรุงเทพฯ นับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ที่นำไปสู่การปิดถนน การจับกุมและดำเนินการต่อผู้ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง

               ทางการ ระบุว่า จะพยายามเจรจากับผู้ประท้วง เพื่อให้พวกเขาออกไปจากสถานที่ราชการ ส่วนกองทัพที่เคยโค่นอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณ ตอนที่เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดที่สหประชาชาติที่นครนิวยอร์ค ปี 2549 ไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ ต่อการประท้วงครั้งล่าสุด

               สำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะไร้เสถียรภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต่างชาติแห่ขายหุ้น-พันธบัตรไทย เป็นมูลค่า 2,100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในเดือนนี้จนถึงวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากหุ้นตกถึง 7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเดือนที่แล้ว ถือว่า มากที่สุดในเอเชียรองจากฟิลิปปินส์ ส่วนค่าเงินบาทอ่อนทำสถิติที่ 32.003 บาทต่อดอลล่าร์ เมื่อวันจันทร์

               กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือIMF ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนว่า เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลได้ประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และใช้นโยบายจำนำข้าวตามแผนเมื่อปี 2554 ด้วยการรับซื้อข้าวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชนบท ขณะที่ ภาพรวมนั้น ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการนโยบายเศรษฐกิจมหภาคได้ดีในช่วงที่ผ่านมา และมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ระดับต่ำ ฐานะการเงินของธนาคารพาณิชย์และภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และระดับหนี้สาธารณะที่สามารถบริหารจัดการได้

               อย่างไรก็ตาม ไทยซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเอเชีย สามารถดันให้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายขึ้นไปเป็น 1.3 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสที่ 3 หลังจากลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และรัฐบาลได้คาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไว้เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนว่า อยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ ลดจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 3.8 - 4.3 เปอร์เซ็นต์

               


 

สหรัฐห่วงการเมืองไทยวอนสองฝ่ายเจรจาอย่างสันติ-เตือนให้พลเมืองเลี่ยงสถานที่ชุมนุม

 

               
                สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองไทยที่มีความตึงเครียดยิ่งขึ้น และเรียกร้องให้ทั้่งฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มผู้ประท้วงคลี่คลายความขัดแย้งด้วยการเจรจาอย่างสันติ

               หลังจากเมื่อวานนี้มีกลุ่มผู้ประท้วงบุกยึดอาคารราชการหลายแห่ง เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร โฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ เจน ปสากี้ ออกแถลงการณ์ที่เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์สถานทูตสหรัฐประจำกรุงเทพฯ ระบุว่า เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายระงับการใช้ความรุนแรง พยายามอดทนอดกลั้น และเคารพกฎหมาย พร้อมกับย้ำว่า ความรุนแรงและการบุกยึดสถานที่ของภาครัฐหรือเอกชน ไม่ใช้วิธีการที่ยอมรับได้ในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง และในฐานะมิตรประเทศยาวนาน เรายังคงสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นต่อประเทศไทยและประชาชนไทยในช่วงเวลาเช่นนี้

               นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐ ยังมีคำเตือนเมื่อวานให้ชาวอเมริกันที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือพำนักอยู่ในกรุงเทพฯหลีกเลี่ยงเข้าใกล้สถานที่ชุมนุม  โดยคำเตือนระบุว่า นักเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทยกำลังจัดการชุมนุมหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงอาคารราชการ และสถานการณ์อาจยืดเยื้อตลอดสัปดาห์ ซึ่งทางรัฐบาลไทยได้เพิ่มกำลังตำรวจอารักขาอาคารหน่วยราชการและอื่นๆ และการประท้วงอาจทำให้การจราจรติดขัด จึงควรเตรียมแผนการเดินทางให้เหมาะสม

               อย่างไรก็ตาม คำเตือนยังระบุว่า แม้ว่าการประท้วงจะดำเนินไปด้วยความสันติ แต่อาจเกิดการปะทะและยกระดับกลายเป็นความรุนแรงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงสถานที่ชุมนุม และใช้ความระมัดระวังหากอยู่ในจุดที่มีการชุมนุมหรือการประท้วง

           

    
 

"ซินหัว"รายงานประเด็นการฝ่าแนวกั้นของตำรวจของผู้ประท้วงที่กระทรวงการคลัง 

 

               สำนักข่าวซินหัว ออนไลน์ รายงานเรื่องที่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ฝ่าแบริเออร์และแนวกั้นของตำรวจ เมื่อวันจันทร์ และบุกเข้าไปภายในอาคารกระทรวงการคลัง และยึดพื้นที่เอาไว้ได้

               รายงานระบุว่า หลังจากเผชิญหน้าด้วยความตึงเครียดนานหลายชั่วโมง ในที่สุด ตำรวจที่ยืนอารักขาทางเข้ากระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ได้ยอมล่าถอยและเปิดทางให้กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปข้างใน  โดยนายสุเทพ กล่าวว่า ผู้ประท้วงอาจจะยึดทุกกระทรวงนับตั้งแต่วันอังคารเป็นต้นไป ซึ่งเป็นการยกระดับการชุมนุม เพื่อทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นอัมพาต

               ซินหัว ระบุต่อว่า นายสุเทพ ไม่ได้บอกว่า จะยึดสถานที่ใดเป็นแห่งต่อไป แต่หน่วยงานราชการทั้งหมดของรัฐบาลตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ประท้วงไม่ได้แค่เข้าไปในอาณาบริการของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเท่านั้น แต่ยังบุกเข้าไปภายในอาคารสำนักงานด้วย ซึ่งนายสุเทพได้แจ้งต่อบุคลากรที่อยู่ภายใน ให้เปิดทางให้ผู้ประท้วงเข้าไปยึดพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้บุคลากรของรัฐบาลต้องออกจากพื้นที่

               นายสุเทพ กล่าวท่ามกลางฝูงชนที่ส่งเสียงตะโกนเชียร์และเป่านกหวีด เรียกร้องให้สำนักงบประมาณหยุดจ่ายเงินที่มาจากภาษีของประชาชน ให้กับรัฐบาลคอรัปชั่น อีกทั้ง ซินหัว ยังได้รายงานการกระทบกระทั่งกัน ระหว่างกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือคปท. กับตำรวจที่ด้านนอกกองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือบช.น. และที่สี่แยกราชดำเนิน เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงพยายามจะบุกล้อมทำเนียบรัฐบาล ส่งผลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเปลี่ยนสถานที่จัดการประชุม ครม. เป็นกระทรวงพาณิชย์แทน

               
 

 

"สื่อญี่ปุ่น"รายงานเรื่องผู้ประท้วงบุกสำนักงบประมาณและกรวงการคลัง

               
               เจแปน ไทม์ส ออนไลน์ รายงานสถานการณ์การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ผู้ประท้วงได้เข้ายึดกระทรวงการคลัง เมื่อวันจันทร์ อันเป็นการขยายไปสู่การโค่นอำนาจรัฐบาล

               ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วง ได้บุกเข้กไปในบริเวณด้านนอกของกระทรวงการคลัง ก่อนจะรุกคืบเข้าไปภายในตัวอาคารกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นการกระทำที่แข็งกร้าวที่สุดของมวลชนภายใต้การนำของพรรคฝ่ายค้าน ที่เริ่มเมื่อเดือนที่แล้ว และการบุกได้เริ่มเมื่อผู้ประท้วงกระจายกำลังออกไปใน 13 เส้นทางทั่วกรุงเทพฯ และเป็นการประท้วงใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่การประท้วงที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบและนองเลือด เมื่อปี 2553

               เจแปน ไทม์ส ระบุต่อว่า นายสุเทพ ได้เรียกร้องให้ฝูงชนบุกเข้าไปในสำนักงบประมาณ และตัดน้ำ-ตัดไฟ เพื่อกดดันให้หน่วยราชการแห่งนี้ เลิกสนับสนุนโครงการของรัฐบาล รายงานได้อ้างคำพูดของนายสุเทพที่บอกกับผู้ประท้วงด้วยว่า ให้เข้าไปทุกชั้น ทุกห้อง แต่อย่าสร้างความเสียหายใด ๆ เพื่อแสดงให้เห็นพลังประชาชน ด้านผู้ประท้วง บอกว่า พวกเขาต้องการเห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออก เพราะรัฐบาลของเธอตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพี่ชายของเธอ พ.ต.ท.ทักษิณ