
เริ่มแล้ว!สภาถกญัตติซักฟอก'นายกฯ'
เริ่มแล้ว!สภาถกญัตติซักฟอก'ปู' ด้าน'สมศักดิ์'เชื่ออภิปราย'นายกฯ-รมต.'เรียบร้อย ขณะที่'ปธ.วิปฝ่ายค้าน'ไม่รับปาก 28 พ.ย.ลงมติซักฟอกรัฐได้หรือไม่
26 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางออกจากบ้านพักที่ซอยโยธินพัฒนา 3 ย่านรามอินทรา มายังรัฐสภา เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายกฯ เดินทางมาถึงรัฐสภาในเวลา เวลา 08.50 น.
ทั้งนี้ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเริ่มขึ้นแล้ว
"สมศักดิ์"เชื่ออภิปรายซักฟอกนายกฯ-รมต.เรียบร้อย
นายสมศักดิ์ เชื่อว่าการอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวันนี้ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่วุ่นวายเหมือนกับสถานการณ์การชุมนุมข้างนอกรัฐสภา ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการให้อภิปรายเพียง 2 วันจะแล้วเสร็จ เนื่องจากมีบุคคลที่ถูกอภิปรายเพียง 2 คน
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ของการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อหารือถึงทางออกของความขัดแย้งทางการเมือง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อาจจะพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง หากยังสามารถพูดคุยกันได้ก็จะดี
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะตั้งสภาประชาชนตามข้อเสนอของผู้ชุมนุม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากตอนนี้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กรอบรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว หากจะมาสถาปนาเป็นอะไรไม่ทราบ เป็นไปไม่ได้ไม่ได้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 กล่าวโดยเชื่อมั่นว่า การประชุมสภาฯ เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เบื้องต้นตนจะประสานไปยัง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อให้งดการประท้วง และขอให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอภิปรายในกรอบ เพื่อทำให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
"ปธ.วิปฝ่ายค้าน"ไม่รับปาก 28 พ.ย.ลงมติซักฟอกรัฐได้หรือไม่
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ฝ่ายค้านยืนยันว่า จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะหากไม่อภิปรายก็จะเข้าทางรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะลอยนวลในสภาฯ โดยอ้างว่า เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านแล้วแต่ไม่ยอมอภิปราย จากนั้นก็ขอเสนอญัตติปิดอภิปรายและสั่งลงมติสนับสนุนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมทั้งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย อยู่ในตำแหน่งต่อไป ดังนั้น เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วจึงคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบ
"นายกฯ พยายามพูดตลอดเวลาว่า ให้มาพูดกันสภาฯ แต่ครั้งนี้รัฐบาลก็บีบเวลาการอภิปรายให้เหลือเพียง 2 วัน ดังนั้น ตนจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะเสร็จทันตามกรอบเวลาที่วางไว้หรือไม่ และหากมีการตีรวนประท้วงจากฝ่ายรัฐบาลก็จะทำให้เสียเวลาการอภิปรายจนอาจยืดเยื้อเลยวันที่ 27 พ.ย.ไปก็ได้ ซึ่งจะเป็นประเด็นปัญหาว่า ในวันที่ 28 พ.ย.นั้น จะลงมติได้หรือไม่ ตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขปัญหา" นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเคลื่อนไหวนอกสภาฯ นั้นสะท้อนชัดเจนว่า นอกจากการทำหน้าที่ในสภาฯ ของฝ่ายค้านที่เห็นว่า นายกฯ ไม่ควรดำรงตำแหน่งต่อไปแล้ว ยังมีประชาชนจำนวนมากที่มีความเห็นสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันอีกด้วย ดังนั้น นายกฯ ต้องรับฟังและเก็บไปคิดและตัดสินใจ แต่การดำเนินการใด ๆ ในฐานะนายกฯ นั้น จะต้องระมัดระวังที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นด้วย



