ข่าว

อดุลย้ำไทยต้องแสดงจุดยืนค้านพระวิหารอีกรอบ

อดุลย้ำไทยต้องแสดงจุดยืนค้านพระวิหารอีกรอบ

17 มิ.ย. 2552

"อภิสิทธิ์”เผย ครม.มีมติยื่นคัดค้านต่อกรรมการมรดกโลกเรื่องการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ยันไม่กระทบความสัมพันธ์กัมพูชา ไทยเผย2นักวิชาการร่วมเสนอขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก

(17มิ.ย.) เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ได้มีมติให้คณะผู้แทนไทยซึ่งเป็นกรรมการมรดกโลก เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในจุดยืนและท่าทีของประเทศไทยต่อการคัดค้านการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ทั้งนี้ เมื่อกรรมการมรดกโลกจะมีการประชุมทางกัมพูชาก็ต้องทำรายงานขึ้นไปเกี่ยวกับความคืบหน้าในการขอขึ้นทะเบียน ซึ่งจุดยืนของประเทศไทยก็คือต้องการให้ทางองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโกทราบว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่น่าจะขัดกับหลายๆอย่าง

 คือ 1. ในแง่ของระเบียบปฏิบัติและตัวธรรมนูญของมรดกโลกของยูเนสโก้ และ 2. ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากคือยูเนสโกและมรดกโลกเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เราจะเห็นว่าก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น ในสภาพพื้นที่แม้จะมีการโต้แย้งสิทธิระหว่างกันแต่ก็ไม่รุนแรง นับแต่มีความพยายามที่จะดำเนินการในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็ทำให้เกิดความขัดแย้งและนำมาสู่ความสูญเสียแล้ว
 
 “ตรงจุดเราจะขอให้ทางยูเนสโกทบทวนว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นขัดกับวัตถุประสงค์ของเรื่องราวในการตั้งองค์กรและทำในเรื่องมรดกโลกขึ้นมาทั้งหมดหรือไม่ เพราะแทนที่จะเป็นพื้นที่ซึ่งเราจะสามารถอนุรักษ์วัฒนธรรม และทำให้ประชาชนทั้งสองฝั่งและนักท่องเที่ยวเข้าไปได้ชมและสัมผัสความงดงามของวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ กลับกลายเป็นว่ามีความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เรื่องนี้ก็ควรจะทบทวน ซึ่งเราก็มีจุดยืนที่ชัดเจน ซึ่งเราก็จะดำเนินการตามกรอบของเราโดยผ่านตัวแทนในต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งไม่คิดว่าการคัดค้านครั้งนี้จะช้าเกินไป เพราะเป็นไปตามวาระของการจัดการประชุม ซึ่งของไทยก็จะมีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เดินทางไป ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
 เมื่อถามว่าการคัดค้านดังกล่าวจะย้อนไปถึงเรื่องการขอให้ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชาด้วยหรือไม่ นายกราฐมนตรี กล่าวว่า เราก็ยังยืนอยู่ในจุดดังกล่าวว่าถ้าสามารถขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกันได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ในชั้นต้นนี้จะเป็นการคัดค้านกระบวนการที่มีการดำเนินการมาซึ่งเราเห็นว่าไม่น่าจะชอบด้วยระเบียบปฏิบัติ ที่สำคัญเราต้องการให้เห็นถึงภาพใหญ่ของความไม่สอดคล้องกับสิ่งที่มีการทำเรื่องมรดกโลกขึ้นมา สำหรับตนอยากเห็นพื้นที่ตรงนั้นสงบและประชาชนทั้งสองฝั่งได้ประโยชน์จากการมีมรดกที่สำคัญในทางประวัติศาสตร์
 
 ต่อข้อถามว่าการทำหนังสือครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างนั้นหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้คุยกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่ไม่ได้หยิบยกประเด็นเรื่องของยูเนสโก้ เพียงแต่หยิบยกขึ้นมาว่าเรื่องเขตแดนให้เป็นเรื่องของการดำเนินการตามกลไกที่มีอยู่ ส่วนความร่วมมือในเรื่องอื่น ๆ ก็สามารถเดินต่อไปได้
 
 เมื่อถามว่าคิดว่าทางกัมพูชาจะเข้าใจกับท่าทีของไทยในครั้งนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าเราอธิบายได้ เพราะการแสดงออกของเราครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงในส่วนของกัมพูชา แต่พูดในประเด็นการทำงานของทางมรดกโลก เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามกระบวนการอยี่ในกรอบการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกและยูเนสโก้ ตนคิดว่าทุกประเทศเข้าใจว่าประเทศต่าง ๆ อาจมีจุดยืนที่แตกต่างกันได้ ซึ่งในวันที่พบกับสมเด็จฮุนเซนตนก็ยืนยันว่าเราแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยสันติวิธี สิ่งที่เราทำอยู่แม้จะเห็นไม่ตรงกันมีการคัดค้านแต่ก็เป็นไปตามแนวทางสันติวิธี

ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าทื่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมครม.ที่ไม่เห็นด้วยกับการให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหนังสือคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกในระหว่างการร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญที่เมืองเซบีย่า ประเทศสเปน ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โ

ดยยืนยันว่า ครม.มีมติให้นายสุวิทย์ เดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านต่อองค์กรยูเนสโกที่ให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งการเดินทางไปในฐานะสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก แต่ไม่ใช่ในนามของรัฐบาลไทย เพราะรัฐบาลไม่ต้องการสร้างปัญหากับองค์กรระหว่างประเทศ แต่จะปล่อยให้เป็นเรื่องภายในของคณะกรรมการมรดกโลกดำเนินการเอง เนื่องจากการขึ้นทะเบียนส่งผลให้ความสัมพันธ์ของไทยและกัมพูชาเกิดปัญหา ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีความแนบแน่นมาโดยตลอด และแม้มีปัญหากระทบกระทั่งตามแนวชายแดนบ้างก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

 “ เหตุผลสำคัญที่เราคัดค้านยูเนสโก้เพราะสร้างปัญหาความขัดแย้งให้เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี และช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนกัมพูชาก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยตกลงที่จะแก้ปัญหาตามกรอบทวิภาคิ ดังนั้นจุดยืนของไทยจึงเป็นการยืนยันว่าไม่ได้ประท้วงกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่เป็นการประท้วงองค์กรระหว่างประเทศแทนที่สร้างปัญหา แต่เป็นการดำเนินการในฐานะสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกของนายสุวิทย์ ” นายปณิธานกล่าว

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่าในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมครม.วันที่ 16 มิ.ย. นั้นรัฐมนตรีหลายคนก็ได้แสดงความเป็นห่วง เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่จุดยืนของไทยยังคงแน่วแน่วที่จะไม่เห็นด้วยในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และจะทำการคัดค้านในทุกเวทีที่สามารถทำได้

ไทยเผย2นักวิชาการร่วมเสนอขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก

นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวถึงกรณีไทยจะขอคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกว่า ตามที่คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกได้จัดประชุมครั้งที่1/2552 เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา พิจารณาเรื่องการขึ้นทะเบียนดังกล่าวแล้ว มีมติคัดค้านการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยให้มีหนังสือคัดค้านและสงวนสิทธิ์ต่อศูนย์มรดกโลกและคณะกรรมการมรดกโลก ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เกี่ยวกับท่าทีของประเทศไทย เพื่อเป็นข้อมูลยังภาคสมาชิกอื่นๆก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 33 ณ เมือง Sevilles ประเทศสเปน ในวันที่ 22-30 มิ.ย นี้

 นายธีระ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิกในคณะกรรมการมรดกโลก ดังนั้น ในการเข้าร่วมประชุมจึงไม่สามารถลงคะแนนหรือเสนอความคิดเห็นเห็นใดๆ หากไม่ได้รับอนุญาตจากที่ประชุม ซึ่งหากประเทศกัมพูชาเสนอเอกสารต่อที่ประชุมครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีหนังสือแจ้งศูนย์มรดกโลกและคณะกรรมการมรดกโลก ทั้ง 21 ประเทศ เพื่อเป็นการแสดงท่าทีและสงวนสิทธิ์ของประเทศไทย

 “ผมเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก แต่อยากจะขอยืนยันว่า ประเทศไทย ไม่ได้มีความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา ในขณะเดียวกัน ผมคิดว่า หากขึ้นทะเบียนร่วมกันจะทำให้เกิดประโยชน์กับทั้ง 2 ประเทศ ในการพัฒนาพื้นที่ปราสาทพระวิหาร สระตราว สถู๊ปคู่ ภาพสลักนูนต่ำ ผามออีแดง และภูมิทัศน์วัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้ปัญหาพื้นที่เขตแดน และปัญหาปราสาทพระวิหาร คลี่คลายลงได้”รมว.วัฒนธรรม กล่าว

 นายธีระ กล่าวอีกว่า ในส่วนของคณะกรรมการมรดกโลกชุดใหญ่ที่จะหมดวาระจำนวน 12 ประเทศ ซึ่งจะมีเอเชียรวมอยู่ด้วยนั้น เบื้องต้นกระทรวงวัฒนธรรม ได้เสนอชื่อนักวิชาการ 2 ท่านได้แก่ นายพิสิฐ เจริญวงศ์ และนางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ เพื่อชิงตำแหน่งกรรมการดังกล่าว ซึ่งหากประเทศไทยมีผู้แทนในคณะกรรมการมรดกโลกชุดใหญ่จะทำให้ไทยมีบทบาทผลักดันแหล่งโบราณสถานเป็นมรดกโลก และสามารถติดตามความคืบหน้ากรณีพิพาทปราสาทพระวิหารด้วย

อดุลย้ำไทยต้องแสดงจุดยืนค้านพระวิหารอีกรอบ 

   ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ     ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวว่า   เรื่องดังกล่าวเป็นข้อสรุปจากคณะ ที่ได้จากการประชุมของกรรมการมรดกโลกของไทย ซึ่งเห็นตรงกันว่า ไทยควรมีท่าทีที่ไม่เห็นด้วย กับมติของคณะกรรมการมรดกโลกในครั้งที่แล้ว เพราะกระบวนการที่ออกมาชัดเจนว่ากัมพูชาได้รับการพิจารณาพิเศษยกเว้นอะไรต่อมิอะไรหมดทั้งหมดจนทำให้พระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้นเห็นว่า เป็นการสมควรที่ผู้แทนของไทยต้องแสดงท่าทีทั้งการจะไปพูดหรือการยื่นหนังสือในที่ประชุมมรดกโลกในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้ ถึงจะไม่มีฟิตแบคก็ตาม

  “ถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่าผลที่จะนำกลับมาพิจารณาใหม่คงเป็นเรื่องยาก การดำเนินการที่เราจะไปพูดหรือยื่นหนังสือก็เป็นสิ่งที่ควรที่สุด   ทั้งนี้หลังจาก 1 ปีที่ผ่านมาทางกัมพูชาเอง ก็ยังไม่ได้มีความคืบหน้าในเรื่องของแผนการจัดการรอบพื้นที่อนุรักษ์   ซึ่งไทย ก็ยังสงวนท่าที และต้องคอยดูว่ากัมพูชาจะทำอะไรที่ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่   ทำให้เรียกว่าตอนนี้คงยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ   ส่วนข้อเสนอที่ไทยเคยบอกว่าจะนำเอาโบราณสถานในฝั่งไทย เช่น สถูปคู่ สระตราว ภาพสลักนูนต่ำ ผนวกเป็นมรดกโลกหากกัมพูชาให้ 2 ประเทศเป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกันนั้น คงต้องยอมรับความจริงแล้วว่า ถึงอย่างไรทางกัมพูชาก็ไม่ยอมรับไทยแน่นอน ดังนั้นคงไม่มีประโยชน์แล้ว ” ศ.ดร.อดุล และกล่าวและว่า ส่วนการที่รัฐบาลไทย นำสมบัติไปคืนกัมพูชานั้น เป็นการแสดงถึงน้ำใจของเรา แ ต่ไม่ได้หมายความว่าเขมรจะยอมรับและเปลี่ยนใจในเรื่องพระวิหาร