ข่าว

'ม็อบคปท.'บุกยึดกต.'เฉลิม'ลั่นออกจากก.คลัง

'ม็อบคปท.'บุกยึดกต.'เฉลิม'ลั่นออกจากก.คลัง

25 พ.ย. 2556

'ม็อบคปท.'บุกยึดก.ต่างประเทศ 'เฉลิม'ลั่นออกจากก.คลัง ชี้ร่วมทำผิดกับ'สุเทพ'เข้าข่ายกบฏ นปช.ออกแถลงการณ์ประณาม

              เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 25 พ.ย.2556 คณะแกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. และ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.ได้ขึ้นประกาศบนเวทีปราศรัย ที่บริเวณแยกนางเลิ้ง ต่อผู้ชุมนุม โดยระบุว่า จะพามวลชนไปร่วมชุมนุมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่กระทรวงการคลัง
    
              จากนั้นได้มีการตั้งขบวนที่แยกนางเลิ้งโดยมีมวลชนร่วมกว่า 1,000 คน พร้อมได้เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณดังกล่าว โดยเมื่อขบวนผู้ชุมนุม เคลื่อนมาถึงแยกเสาวณี ถนนสวรรคโลก กลุ่มแกนนำ คปท. ได้ประกาศให้มวลชนเลี้ยวขวาที่แยกดังกล่าวมาปิดล้อมกระทรวงการต่างประเทศ
       
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเคลื่อนขบวนมาถึงได้นำมวลชนเข้าเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กระทรวงต่างประเทศเปิดประตูกระทรวงให้มวลชนเข้ามาปักหลักชุมนุมบริเวณ ลานอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการฯ โดยระบุว่า จะเข้ามาตรวจสอบการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทั้งประกาศให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการภายในกระทรวงการต่างประเทศออกจากพื้นที่ให้หมด
    
              ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำภาคีเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด กล่าวว่า การที่ผู้ชุมนุมทั้ง 3 กลุ่มตัดสินใจยึดกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และกรมประชาสัมพันธ์ในขณะนี้เป็นเพราะภาคประชาชนไม่มีทางเลือกแล้ว
       
              "นี่เป็นข้อตกลงร่วมกันของทั้ง 3 เวที เพื่อจะวัดใจกับรัฐบาล หากรัฐบาลไม่ยอมลาออกหรือยุบสภา ก็อาจจะมีการสั่งใช้กำลังสลายการชุมนุม ซึ่งถ้าถึงวันดังกล่าวก็อาจเกิดการนองเลือดและเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายของแกนนำทั้ง 3 เวทีว่ากองทัพจะอยู่ข้างประชาชนหรือตระกูลชินวัตร อย่างไรก็ตามหากการต่อสู้ในครั้งนี้แพ้ ก็ต้องยอมรับความเป็นกบฏ " นายสุริยะใส กล่าว

              นายเสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เจรจาขอให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการบางส่วนที่ยังต้องทำงานกับสถานทูตไทยทั่วโลกได้ออกมาจากกระทรวงอย่างปลอดภัย และได้เคลื่อนย้ายรถและทรัพย์สินที่มีค่าออกจากกระทรวง และเป็นที่แน่ชัดว่าขณะนี้กระทรวงต่างประเทศก็ได้ถูกยึดตามที่นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ ประกาศไว้   โดยตลอดคืนนี้กระทรวงจะส่งตัวแทนไปคุยกับแกนนำ คปท. ที่อยู่ในกระทรวงเพื่อขอให้วันพรุ่งนี้ได้มาทำงานได้ปกติ และยึดประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ เนื่าองจรากต้องดูแลคนๆไทยในต่างประเทศด้วย

 

"สนธิ"ออกโรงขอร้องพันธมิตรฯไปช่วย"สุเทพ"

              เมื่อเวลา 19.00 น. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตโฆษกพันธมิตร โดยเฟสบุ๊คส่วนตัว " ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์"   ว่า "คุณสนธิ ลิ้มทองกุล แจ้งว่าขอร้องให้พี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกไปไปช่วยทั้งเวที 2 ที่ คือ 1. กระทรวงการคลัง นำโดยคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ 2. กระทรวงการต่างประเทศ นำโดย คปท."


"เฉลิม"เตือนผู้ชุมนุมออกจากก.คลัง


              เมื่อเวลา 18.20 น. ที่กระทรวงแรงงาน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(รมว.รง.)  แถลงข่าวหลังหารือข้อกฎหมายกับ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์  สิงหรา  ณ อยุธยา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน   เจ้าหน้าที่ตำรวจวิเคราะห์กฎหมายพบว่า   กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการบุกยึดสถานที่ราชการ ทั้งกระทรวงการคลัง   สำนักงบประมาณ ช่อง 11 กระทรวงการต่างประเทศ และสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่เวลา 13.00   น.ของวันนี้(25พ.ย.) พบว่าเป็นการกระทำความผิดเข้าข่ายกบฎตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 113, 309, 310, 311,358, 360, 362, 363, 364, 365  ทั้งการข่มขืนใจผู้อื่นให้เกิดความเกรงกลัว  หน่วงเหนี่ยวกักขังข้าราชการให้เกิดความกลัวและทำให้ปราศจากเสรีภาพ    ทำให้เสียทรัพย์    บุกรุกสถานที่ราชการโดยใช้กำลังประทุษร้าย และร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จึงขอให้ผู้ชุมนุมออกจากสถานที่ราชการที่ไปบุกรุกโดยด่วนเพราะอาจเข้าข่ายร่วมกระทำความผิดตามมาตรา 83

              “ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อนายสุเทพ หรือ  สถานีโทรทัศน์บลูสกาย ที่บอกว่านายสุเทพมีอำนาจและรัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ  ขอให้ผู้ชุมนุมยึดการชุมนุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญไปชุมนุมที่สนามหลวงซึ่งสามารถทำได้  ผู้ชุมนุมที่ไปร่วมแล้วแต่รีบออกมาจากพื้นที่จะกันให้เป็นพยาน   หากไม่ออกจากพื้นที่   ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้าที่เจ้าพนักงานมีอำนาจจับกุมโดยไม่ต้องขอหมายจับจากศาล” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
 
              ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสลายการชุมนุมใน 24 ชั่วโมงหรือไม่   ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า  เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนการจะประกาศใช้พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องพิจารณา
            
              “ผมอยากเตือนไปยังนายสุเทพด้วยว่าอย่ามาคุกคามที่กระทรวงแรงงาน    ที่บ้านของผมหรือญาติพี่น้องของผม    หากแน่จริงพบผมที่ไหนมายิงได้เลยเพราะผมเป็นต้นเหตุ   และผมรู้จักบ้านนายสุเทพและครอบครัวดีเช่นกัน”  ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

 

ศอ.รส.ชี้ม็อบบุกกรมประชาฯผิดกฎหมาย


              เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.ต ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส แถลงว่าข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากกลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปในกระทรวงการคลัง และได้เข้าบุกรุกไปที่กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้คียง ซึ่งทั้ง 2 กรณี ทางศอ.รส ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่า เป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 215 และ 216 กรณีที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ออกจากพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ออกถือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามบุกฝ่าแนวกั้นของตำรวจเพื่อเข้าไปยึด กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเฉพาะแยกกองพล 1 รักษาพระองค์ ขณะนี้มีการเพิ่มมวลชนที่เข้าไปกดดันและเข้าไปปะทะกับแนวรั้ว ลวดหนาม เจ้าหน้าที่ได้จัดตรึงกำลังไว้ และเพิ่มเติมกำลังเจ้าหน้าที่บางส่วนเข้าไป
    
              "ศอ.รส.ได้มอบนโยบายให้กำลังเจ้าหน้าที่ยึดมั่นแนวทางหลักในขั้นตอนการปฏิบัติของกฏหมายและมอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเข้าเจรจากับผู้ชุมนุม และแจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย และถือเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งทางศอ.รส.จะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
 


"อภิสิทธิ์"ส่งข้อความห้ามส.ส.ปชป.ทุกคนทำผิดกฏหมาย
 

              แหล่งข่าวจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา(25พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่งข้อความถึงส.ส.ของพรรคทุกคน โดยแจ้งว่าห้ามส.ส.ทุกคนทำผิดกฎหมาย
 
 

นปช.ออกแถลงการณ์ประณาม'สุเทพ'และพวก

              เมื่อเวลา 18.05 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมแกนนำนปช.ได้ขึ้นเวทีปราศรัย แถลงท่าที โดยนางธิดา แถลงว่า สถานการณ์เริ่มเข้มข้นยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง ถึงขนาด นายสุเทพ นำมวลชนเข้ายึดกระทรวงการคลัง กรมประชาสัมพันธ์ ตัดน้ำตัดไฟ ซึ่งจะนำไปสู่วิกฤติทางการเมือง

              "นปช. จึงมีท่าทีต่อสถานการณ์ดังกล่าวดังนี้ 1.เราขอประณามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำมวลชนที่ปฏิบัติตัวเข้าข่ายการก่อการร้ายและการก่อกบฎในราชอาณาจักร ที่เข้าข่ายกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตตรา 215 - 216 ต้องโทษ 3 - 5 ปี 2.รัฐบาลต้องจัดการผู้ละเมิดกฎหมายที่นำมวลชนเข้ายึดสถานที่ราชการ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของราชการและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเด็ดขาด 3.ปฏิบัติการทั้งหมดเราถือว่าเป็นการโค่นระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่โค่นระบอบทักษิณ หรือการล้มรัฐบาล และ4.ถือว่าเป็นภาระหน้าที่ของประชาชนไทยที่ต้องร่วมกันต่อต้าน ขัดขวาง และหยุดยั้งการทำลายประเทศไทยทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เนื่องจากการนำของนายสุเทพ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมืองการปกครองประเทศให้ถอยหลัง อันเนื่องมาจากการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย" นางธิดา กล่าว 

 


"นิคม"เชื่อม็อบหวังปิดสภายื้อไม่ให้อภิปราย


              นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่าฝ่ายนิติบัญญัติปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขอชี้แจงว่าความจริงแล้วเป็นเพียงการไม่ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.เท่านั้น เพราะเป็นอำนาจของรัฐสภา  ส่วนในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีที่เกี่ยวกับกระวนการตรากฎหมาย เช่น การกดบัตรแทนกัน ความจริงต้องยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภาตรวจสอบ ดังนั้นวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ จะเรียกประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อขอมติยืนยันปฏิเสธคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง

              นายนิคมกล่าวต่อว่า  เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.จะอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 ที่ระบุให้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร มาใช้ประกอบการไต่สวนชี้มูลความผิด สมาชิกรัฐสภา จำนวน 312 คนที่ถูกยื่นคำร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งไม่ได้ แต่ ป.ป.ช.จะต้องแยกสำนวนไต่สวนพร้อมเรียกสมาชิกรัฐสภา 312 คนเข้าชี้แจงใหม่ทั้งหมด

              "หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดสมาชิกรัฐสภาทั้ง 312 คน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภารวมอยู่ด้วย ทุกคนต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที ขณะที่ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกบรรจุในวาระประชุมแล้ว แต่ดูเหมือนว่าผู้ชุมนุมไม่ต้องการให้สภาเปิดประชุมได้ไปจนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมรัฐสภาสมัยนี้ และแม้ว่าจะ ปิดสมัยประชุมรัฐสภาแล้ว แต่ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ยังไม่ตกไป จนกว่าจะมีการลงมติ ซึ่งระหว่างนี้นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภาไม่ได้ จึงเป็นห่วงว่าจะนำไปสู่ภาวะสูญญากาศทางการเมือง และนำไปสู่การมีนายกรัฐมนตรีตาม มาตรา 7 อย่างที่แกนนำประกาศไว้"