
'เหวง'ร้อง'DSI'ดำเนินคดีตลก.รธน.
'พท.' ชี้ 'ศาลรธน.-ป.ป.ช.' ทำผิดรธน. พิจารณาคดีฟ้องร้องอาญาสมัยประชุม ร้อง 'DSI' ดำเนินคดีตลก.รธน. 'ธาริต' ขานรับ เร่งเสนอเป็นคดีพิเศษ ขอเป็นหน.พนง.สอบสวนเอง
25 พ.ย. 56 นพ.เหวง โตจิราการ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากทั้ง 5 คน กรณีที่มีคำวินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่มีหลักการ โดยนพ.เหวง กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าหลายกรณีที่เกิดขึ้นจากการทำงานของตุลาการมีนัยบางอย่าง ที่ผ่านมาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามขั้นตอนและมีการนำขึ้นทูลเกล้าตามขั้นตอนรัฐภาปกติ การที่ศาลมีคำวินิจฉัยดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายก้าวล่วงพระราชอำนาจ เป็นการกระทำไม่บังควร จึงต้องการให้ดีเอสไอสืบสวนดำเนินคดีกับตุลาการเสียงข้างมาก
ด้านนายธาริต กล่าวว่า เมื่อมีการกล่าวโทษดีเอสไอก็ต้องรับคำร้องไว้ดำเนินการเพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) โดยจะเร่งพิจารณาเพื่อนำเสนอในการประชุมคดีพิเศษวันที่ 27 พ.ย.นี้ โดยทุกคนถือว่าอยู่ภายใต้กฎหมาย แม้จะเป็นศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถถูกดำเนินคดีได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นการกล่าวโทษตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่องค์กร ดีเอสไอติดตามผลการวินิจฉัยมาตลอดถือว่ามีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบประเด็นสำคัญกรณีเทียบเคียงกับคำร้องของนายบวร ยสินทร ที่เคยร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีที่เคยเสนอแก้รัฐธรรมนูญแต่ศาลกลับยกคำร้อง อย่างไรก็ตาม ตนเป็นห่วงกรณีที่จะมีการนำคำวินิจฉัยไปใช้อาจจะส่งผลกระทบหากภายหลังตรวจสอบว่าตุลาการกระทำผิดจริง ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญตนจะรับผิดชอบเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง
ชี้ 'ศาลรธน.-ป.ป.ช.' ทำผิดรธน. พิจารณาคดีฟ้องร้องอาญาสมัยประชุม
นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงที่รัฐสภาว่าในฐานะตัวแทนสมาชิกรัฐสภา ทั้ง 312 คนเตรียมที่จะมีการหารือนอกรอบต่อประเด็นที่จะดำเนินการกับศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้มีคำวินิจฉัยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่มาของส.ว. ว่าไม่ชอบด้วยกระบวนการ และส่งผลให้มีโทษทางอาญา และมีผู้นำไปฟ้องร้องส.ส. และ ส.ว.ในคดีอาญา ภายหลังการอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลแล้วเสร็จ เนื่องจากวิปรัฐบาลในนามสมาชิกรัฐสภาพิจารณาในประเด็นในทางกฎหมายแล้วเห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 131 วรรคสาม ที่ระบุห้ามศาลพิจารณาคดีอาญากรณีที่มีการฟ้องร้องส.ส. หรือ ส.ว. ในสมัยประชุมสภา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก ดังนั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องดังกล่าว ตามที่มีผู้ร้อง ในช่วงที่มีการสมัยประชุมสมัยสามัญ ทั่วไป จึงถือว่าคำวิจฉัยเรื่องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและเทียบเท่าเป็นโมฆะ
ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย แถลงเพิ่มเติมว่า ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่มาของ ส.ว.ที่มีผลทำให้เกิดคดีอาญากับสมาชิกรัฐสภานั้นถือว่าขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 131 วรรคสาม แต่จะไม่ขัดหากศาลรัฐธรรมนูญไปดำเนินการภายหลังจากที่ปิดสมัยประชุมสภา ไปแล้ว อย่างไรก็ตามกระบวนการพิจารณานั้นจะส่งผลให้เกิดความไม่ชอบด้วยการวินิจฉัย และการรับเรื่องพิจารณาต่อจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าเป็นพฤติกรรมรับลูกของหน่วยงานเพื่อขัดขวางการทำหน้าที่ของส.ส.ต่อการลงมติเพื่อไว้วางในนายกฯและรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 พ.ย. นี้
ทั้งนี้นายอำนวย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่ากระบวนการของ ป.ป.ช.ต่อการรับเลือกถอดถอนสมาชิกรัฐสภา 312 คนนั้น เบื้องต้นทางป.ป.ช.ต้องส่งหนังสือไปยังที่อยู่ของสมาชิกรัฐสภาเพื่อเข้าไปตรวจสอบไต่สวน ซึ่งอาจจะส่งหนังสือผ่านมาทางรัฐสภาก็ได้ ซึ่งตนมองในแง่ดีว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการตามกระบวนการ มากกว่าการนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่มาส.ว.มาพิจารณาแล้วสั่งให้ สมาชิกรัฐสภาทั้ง 312 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่



