ตื่นม็อบ!เร่งขนคนออกนอกทำเนียบฯ
เร่งขนคนออกนอกทำเนียบ ตร.เตรียมปิดตายทางเข้า-ออก "สมช." แย้มต่อ พ.ร.บ.มั่นคงอีก 30 วัน แต่ขอประเมินอีกวันสองวัน วอนกลับไปเล่นการเมืองในสภา
วันที่ 25 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาลได้แจ้งผ่านวิทยุสื่อสารให้กระจายกำลังไปตามตึกต่างๆ ในทำเนียบรัฐบาล เพื่อแจ้งกับข้าราชการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รีบนำอพยพตัวเองและนำรถยนต์ออกจากทำเนียบรัฐบาลเป็นการด่วน
การอพยพครั้งนี้เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลได้รับประสานจากตำรวจชุดควบคุมฝูงชนว่ากำลังจะนำแท่นปูนแบริเออร์ปิดตายทางเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาลทุกประตู เพื่อไม่ให้มวลชนเข้ายึดสถานที่ได้ จึงทำให้ตอนนี้ไม่มีรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง อยู่ในทำเนียบรัฐบาลแล้ว ส่วนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ก็ทยอยเดินทางออกไปด้วยเช่นกัน
ด้านพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ต้องรอประเมินสถานการณ์การชุมนุมใน 1-2 วันนี้ จึงจะพิจารณาว่าจะต้องต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่ ซึ่งหากมีการต่อก็จะขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน
ส่วนการเคลื่อนไหวแบบดาวกระจาย 13 จุดในวันนี้ เลขาสมช. กล่าวว่า เป็นการแสดงพลังที่ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นส่วนของประชาชนที่มาพักค้างแรมเพราะเดินทางมาจากต่างจังหวัด จึงต้องมีการเคลื่อนไหวเพื่อเป็นกิจกรรม
"เพราะข้อเท็จจริงรู้อยู่ว่ามีภาคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ข้างหนึ่งเล่นในสภา อีกข้างอยู่นอกสภา และต้องการชี้ให้เห็นพลัง ไม่ได้มีแต่ฝ่ายเสื้อแดงฝ่ายเดียว แต่วิธีการแสดงพลังด้วยมวลชนมันเดินต่อไปไม่ได้เพราะมีทั้งสองฝ่าย จึงต้องกลับไปเล่นในสภา "พล.ท.ภราดร กล่าว
เลขาสมช. กล่าวอีกว่า ฝ่ายการเมืองพร้อมพูดคุยกัน แต่ฝ่ายโน้นเขาพร้อมหรือไม่ ถ้าไม่ก็ต้องพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
" สำหรับจำนวนผู้ชุมนุมที่ถนนราชดำเนินในวันที่ 24 พ.ย.ถือว่ามีจำนวนสูงสุดแล้วอยู่ที่จำนวน 150,000-180,000 คน โดยคิดตามหลักวิทยาศาตร์ตามพื้นที่" เลขา สมช. ระบุ
ส่วนการแก้ไขปัญหาต่อจากนี้ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะพยายามนำไปสู่เวทีสภาและพร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย แต่การยุบสภาคงไม่มี เพราะเห็นว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการทางการเมือง
"อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงว่าหากประชาชนมีจำนวนมากและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจะกระทบภาพรวม ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาอื่นๆ จึงต้องเร่งทำความเข้าใจในและนอกประเทศด้วย" พล.ท. ภราดร กล่าว
นอกจากนี้ เลขาสมช. ยังเชื่อว่า หลังจากนี้การชุมนุมจะเบาบางลง เพราะผ่านจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 24พ.ย. ส่วนคนที่จะยังมีจำนวนมากอยู่ แต่เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจจำนวนก็จะลดน้อยลง แต่เป้าหมายสุดท้ายของผู้ชุมนุมก็คือการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเพียงกลยุทธที่เปลี่ยนไปแต่มีเป้าหมายเดิม อย่างไรก็ตามหวังว่าประชาชนน่าจะมีดุลพินิจเพราะขณะนี้กำลังเข้าสู่ประเด็นทางการเมืองมากขึ้น
สภาฯ ห่วงสถานการณ์ม็อบรอบรัฐสภา สั่ง "จนท.สภาฯ" ออกจากพื้นที่
เมื่อเวลา 14.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่รัฐสภา หลังจากที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมาก ชุมนุมประท้วงอยู่บริเวณใกล้เคียงอาคารรัฐสภา ได้มีการแจ้งเป็นการภายในไปยังหน่วยงานต่างๆ ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้หยุดการทำงาน และออกไปจากพื้นที่อาคารรัฐสภา ยกเว้นบางหน่วยงานที่ต้องทำงานเร่งด่วนให้ออกไปใช้พื้นที่ในอาคารสำนักงานเช่า เช่น ตึกทิปโก้ ถนนพระรามที่หก, สำนักงานกษาปณ์ ถนนประดิพัทธ เป็นต้น ทั้งนี้ด้วยความเป็นห่วงสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่เก็บของและทยอยออกจากพื้นที่รัฐสภาบ้างแล้ว
" ส่วนการประชุมสภาฯ ในวันที่ 26 พ.ย. ที่จะมีการอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลนั้น ยังไม่ได้มีการแจ้งให้หยุดการทำงาน" รายงานข่าวระบุ



