
'พท.'ซัด'เทือก'กุม็อบหลักล้าน
'พท.' อัด 'สุเทพ' ยกเมฆตัวเลขม็อบหลักล้าน คุกคามสื่อ เล็งยื่นดีเอสไอ-กองปราบเอาผิดข้อหากบฏสัปดาห์หน้า เย้ยดาวกระจายไร้พลังกดดัน ดักคอ 'มาร์ค' อย่าปิดล้อมสภา
25 พ.ย. 56 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และเครือข่ายอ้างว่า มีประชาชนมาชุมนุมในวันที่ 24-25 พ.ย.ถึงล้านคนนั้น สื่อต่างประเทศรวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงรายงานข้อเท็จจริงว่า ผู้ชุมนุมมีเพียงหลักแสนกว่าเท่านั้น ไม่ถึงล้านคนตามที่นายสุเทพกุตัวเลขมากดดันรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม เรื่องตัวเลขไม่ใช่ปัญหาสำคัญเท่ากับหลักคิด ซึ่งข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมนั้นเป็นลักษณะสุดโต่ง ทั้งนี้ เมื่อตัวเลขไม่ได้เป็นไปตามที่คาดนายสุเทพและเครือข่ายก็ควรหยุดเคลื่อนไหวหรือยุติการชุมนุม ไม่ไช่เดินขบวนสร้างกระแสกดดัน 10 กว่าสาย กดดันทั้ง 4 เหล่าทัพและหน่วยงานรัฐต่างๆ เพื่อปลุกระดมให้ข้าราชการหยุดงาน ถือเป็นการล้มรัฐบาลด้วยวิธีที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญ อาจเขาข่ายความผิดข้อหากบฏ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าผู้ชุมนุมจะมีจำนวนเท่าไหร่นั้นรัฐบาลก็จะให้การดูแล แต่ขอให้ชุมนุมในกรอบของกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ยืนยันว่า วันนี้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่มีความหนักแน่น พยายามอดทนต่อการยั่วยุ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตาสว่างได้แล้วว่า นายสุเทพและเครือข่ายนั้นพร้อมจะทำทุกอย่างเพราะอยากกลับมาเป็นรัฐบาล อยากกลับมามีอำนาจ เห็นได้จากการที่วันจันทร์นั้นเป็นวันที่รถติด เด็กต้องไปโรงเรียน ภาคธุรกิจต่างๆ ต้องทำการค้าขาย แต่ผู้ชุมนุมก็ไม่สนใจจนเขาเหล่านี้ได้รับความเดือดร้อนไปหมด ทำเหมือนน่าจะบ้าคลั่ง ไม่เคารพสิทธิประชาขน ไม่เคารพกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปยื่นฟ้องเอาผิดกับนายสุเทพและแกนนำในข้อหากบฏต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษและกองปราบปราม เพราะหลักฐานในขณะนี้รวบรวมเกือบครบถ้วนแล้ว ขอเตือนนายสุเทพและเครือข่ายว่าอย่าหลงระเริงว่ามีมวลชนและจะทำอะไรก็ได้ เพราะนายสุเทพไม่ได้อยู่เหนือรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อย่าใช้กฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมาย
อัด 'สุเทพ' คุกคามสื่อ เย้ยดาวกระจายไร้พลังกดดัน
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายสุเทพ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม พากลุ่มผู้ชุมนุมดาวกระจาย 13 จุด ว่า การชุมนุมของนายสุเทพ และพวกขณะนี้ได้เลยจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งแน่ชัดว่าขนกันยังไง แจกกันเท่าไหร่ก็มาไม่ถึงล้าน เรียกคนมาเป่านกหวีดแล้วแยกย้ายกันกลับ คนกลางๆ เขาไม่เอาด้วย เพราะไม่เห็นแนวทางปฏิรูป จากนี้ไปนายสุเทพและพวก จะยกระดับอีกแค่ไหน จะประกาศอีกกี่มาตรการ ก็จะไม่มีคนมาร่วมการชุมนุมมากกว่านี้อีกแล้ว การเดินไปเรียกร้องให้ทหารออกมาปฏิวัติ เป็นลูกไม้เดิมๆ ที่ทำกันมาตั้งแต่ปี 2548 ไม่มีอะไรใหม่ ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าทหารอยู่เฉยๆ จะปฏิวัติโดยประชาชน ส่วนการเดินไปกดดันสื่อตามสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ก็แค่อยากออกทีวี เป็นลักษณะของการไปข่มขู่ คุกคามสื่ออย่างชัดเจน ไม่ต่างจากการบุกยึด NBT ของกลุ่มพันธมิตร เมื่อเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551 การ์ดบางส่วนปิดบังอำพรางใบหน้า มีลักษณะของการบุกรุก จึงไม่ใช่การชุมนุมอย่างสงบ นายสุเทพและพวกต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ทำขึ้นมา การเคลื่อนไหวของนายสุเทพที่ดาวกระจายไป 13 จุด จะไม่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ไม่มีพลังเพียงพอที่จะมากดดันรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีให้ยุบสภาหรือลาออก ดาวกระจายจนรถติดวินาศสันตะโรทั้งเมือง หวังว่าคนกรุงเทพคงจะจำผลงานชิ้นโบว์แดงนี้ของพรรคพรรคประชาธิปัตย์ไปอีกนาน
ดักคอ 'มาร์ค' อย่าปิดล้อมสภา
นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุทางออกของประเทศในขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรวมถึงรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ทำขึ้นมา ว่า ตกลงทั้งชีวิตนายอภิสิทธิ์ ไม่คิดจะทำอะไรด้วยตัวเองเลยหรือ ขนาดม็อบยังให้นายสุเทพนำ วันไหนคนมากมาพูด วันไหนคนน้อยหายหน้า กระทั่งความรับผิดชอบยังต้องถามหาจากคนอื่นทั้งที่ตัวเองและพวกเป็นคนก่อขึ้นมาแท้ๆ ตรรกะที่ว่าการมีคนมารวมตัวกันที่ราชดำเนินจำนวนมาก เป็นการแสดงออกที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ก็เป็นการทึกทักสรุปที่ขาดเหตุผลรองรับ ใช้พวกมากลากไป กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ขนาดปฏิรูปพรรคตัวเองยังทำไม่ได้ แล้วจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไร วันที่ 26 - 27 พ.ย.นี้ก็จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นการนำปัญหาต่างๆ ไปพูดกันในสภาฯ นายกฯก็ยินดีใช้เวทีสภาหาทางออกร่วมกัน นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ควรจะหันมาใช้กระบวนการรัฐสภาดีกว่า นายชวนก็เคยประกาศไว้ว่าเชื่อมั่นระบบรัฐสภา อย่ากลืนน้ำลายโดยการนำมวลชนของตัวเองมาปิดล้อมสภาเพื่อไม่ให้กลไกสภาทำงานได้ ต้องการให้เกิดสูญญากาศทางการเมืองแล้วพรรคประชาธิปัตย์ ก็หวังจะฮุบประโยชน์จากสถานการณ์นี้ไปอีก มันไม่ง่าย นายกฯส้มหล่นไม่มี เลิกฝันได้แล้ว
'วิปรบ.' ไม่ห่วงม็อบล้อมสภาฯ วันซักฟอก
นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยภายหลังการประชุมวิปรัฐบาลต่อประเด็นการเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางในนายกฯและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ว่าในวันที่ 26 พ.ย. จะเริ่มประชุมเวลา 09.30 น. ไปจนถึงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 27 พ.ย. จากนั้นจะพักการประชุมก่อนเริ่มอภิปรายต่อในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. และให้จบก่อนเวลาเที่ยงคืน สำหรับการลงมตินั้นจะเป็นวันที่ 28 พ.ย. ในช่วงเช้า สำหรับการชี้แจงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะพิจารณาดูตามความเหมาะสม เบื้องต้นอาจจะให้ชี้แจงเป็นรายประเด็นหรือรายเรื่องที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
"การให้เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียง 2 วัน น่าจะเพียงพอ เพราะมีผู้ที่ถูกอภิปรายเพียง 2 คนเท่านั้น และที่สำคัญหากเป็นการอภิปรายในประเด็นในเหตุและผลคงจะไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณ ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และประกาศว่าจะเผด็จศึกภายใน 3 วันจากนี้นั้น ผมมองในแง่ดีว่าอาจจะไม่ใช่การขวางการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส. ในการลงมติไว้วางในนายกฯ และรัฐมนตรี"
ขณะที่นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมบริเวณโดยรอบรัฐสภานั้น เชื่อว่าจะไม่ถึงขั้นปิดล้อมไม่ให้ ส.ส.ทำหน้าที่ได้ เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ยื่นญัตติเอง และหากมีการปิดกั้นการทำหน้าที่ของส.ส.ก็จะไม่สามารถพิจารณาได้และเมื่อพ้นสมัยประชุม คือ วันที่ 29 พ.ย. ไปแล้ว ญัตติดังกล่าวก็ต้องตกไป



