
'08.30น.25พ.ย.'สุเทพนำเดินอารยะทั่วกรุง
'08.30น.25พ.ย.'สุเทพนำเดินอารยะทั่วกรุง ยังอุบเส้นทาง ลั่นจะสู้จนกว่าจะชนะ ปธ.ญาติวีรชน35จี้'ปู'ลาออก-ยุบสภา ปลดชนวนขัดแย้ง หลีกเลี่ยงการนองเลือด
เมื่อเวลา17.15น.วันที่ 24 พ.ย.2556 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เเกนนำการชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน กล่าวที่เวทีสนามหลวงว่า การต่อสู้ครั้งนี้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เเละจะสู้จนกว่าจะชนะ ขอให้มวลชนปฏิบัติตามเเกนนำบอก
"ผมขอกล่าวนำปฏิญาณของคนหนึ่งล้านหัวใจ ใครอยากกลับบ้านก็ได้เเต่เช้าวันที่ 25 พ.ย.รถจะติดทั่วกทม. คืนนี้ผมจะประกาศบนเวทีเเละขอกำลังจากมวลชนที่จะเดินไปยังสายต่างๆทั่วกทม.โดยเริ่มเดินเเบบอารยชนเวลา 08.30 น." นายสุเทพ กล่าว
วอนมวลชนอย่าขัดขวางการทำงานของสื่อ
เมื่อเวลา 19.00 น.นายสุเทพ ขึ้นเวทีปราศรัยราชดำเนินว่า "เราได้ตกลงกันแต่แรกแล้วว่าการต่อสู้ของเราครั้งนี้ เราจะสู้แบบคนดี พลเมืองดี เราต้องยึดหลักการนี้ ผมจึงต้องขอความกรุณณาขอความร่วมมือ เก็บความไม่พอใจเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้(25 พ.ย.) เราจะเดินไปเยี่ยมเขาที่สถานี วันนี้ให้โอกาสเขาอีกครั้งให้เขาได้ทำหน้าที่ของเขาอย่าไล่ อย่าได้ขัดขวางการทำงานของสื่อมวลชน"
"ตู่-บก.ลายจุด"เย้ยมวลชนร่วมไม่ถึงล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีเสื้อแดงว่า ตนไม่เข้าใจมวลชนที่เดินตามนายสุเทพว่าทำไมถึงยอมเดินตามคนที่มือเปื้อนเลือด ตนเชื่อว่าวันนี้ที่บอกว่าจะมีคนมา 1 ล้านคน จริงๆ แล้วมาไม่ถึง
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่าการที่ นายสุเทพบอกว่าวันนี้จะมีผู้มาร่วมชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน 1 ล้านคนนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตัวเลขผู้ชุมนุมจากการประเมินของเจ้าหน้าที่ มีเพียง 59,000 คน ยังน้อยกว่าจำนวนคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2553
"หากนายสุเทพไม่ผูกคอตาย เราก็ไม่เลิกชุมนุม แต่ถ้าหากนายสุเทพผูกคอตายวันนี้ เราก็จะเลิกชุมนุมวันนี้ ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมกับนายสุเทพ ล้วนแต่เป็นผู้ที่เคยร่วมชุมนุมกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยืนยันว่า ถึงอย่างไร นายสุเทพ ไม่มีวันชนะคนเสื้อแดงไปได้ ถ้าเราผ่านคืนนี้และวันพรุ่งนี้ไปได้ ผู้ชุมนุมที่ราชดำเนินจะค่อย ๆ ลดลง แต่ที่สนามราชมังฯ จะแน่นยิ่งขึ้น และประชาชนคนไหนพร้อมที่จะเดินทางมาชุมนุมให้ประสานแกนนำในพื้นที่จะได้เตรียมรถไปรับเข้ามาทันที" นายจตุพร กล่าว
มวลชนล้นราชดำเนินแกนนำสั่งเปิดเวทีเพิ่มสนามหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการชุมนุมช่วงค่ำ คึกคักเป็นอย่างมากและมีมวลชนหลั่งไหลเข้าร่วมชุมนุมต่อเนื่องจากถนนทุกเส้นทาง อาทิ สะพานพระปิ่นเกล้า สะพานพระราม8 ที่เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร เพื่อให้ผู้ชุมนุมเดินลงมายังบริเวณการชุมุนม และแกนนำได้เปิดเวทีย่อยที่ท้องสนามหลวงด้วย เพื่อให้ผู้ชุมนุมติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริเวณถนนราชดำเนินกลางแน่นขนัด ขณะที่บนเวทีราชดำเนินมีการแสดงดนตรีจากนักดนตรีเพื่อชีวิตชื่อ เช่น วงมาลีฮวนน่า ธินสร์ ศรีกลิ่นดี ขึ้นเวทีเป็นต้น
นครบาลเกาะติดส่งสายสืบลงพื้นที่ปะปนมวลชน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้นำป้ายประกาศและแผงเหล็กปิดกั้นเส้นทางห้ามเข้ามีการชุมนุมอยู่ด้านหน้าในหลายจุดโดยรถที่มาจากถนนบรมราชนนี ทางยกระดับลอยฟ้าขาเข้าไม่สามารถผ่านมาลงเชิงสะพานปิ่นเกล้าฯบังคับให้เลี้ยวซ้ายไปใชสะพานพระราม8 แทนโดยลงสะพานสามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนนครราชสีมา ผ่านแยก พล.1 แยกการเรือน เข้าสู่ถนนสามเสน ถนนพระราม 5 และถนนสุโขทัยได้ ส่วนเส้นทางถนนพิษณุโลกฝั่งขาเข้าจากเส้นทางรถไฟยมราชปิดการจราจรยาวต่อเนื่องมาจนถึงแยกอุรุพงษ์ให้ผ่านเข้าออกเฉพาะคนเดินเท้าเท่านั้น
ขณะที่บริเวณเส้นทางด้านข้างเวทีปราปศรัยถนนราชดำเนินปิดกั้นยาวมาจนถึงแยกวิสุทธิกษัติริย์และแยกสะพานวันชาติ ขณะที่อีกฝั่งปิดถนนยาวไปจนถึงบริเวณเสาชิงช้าหน้าที่ว่าการ กทม. โดยแกนนำได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าผู้ที่จะมาร่วมชุมนุมให้ใช้บริการรถสาธารณะจะสะดวกกว่าขณะเดียวกันพบว่าสองข้างทางตลอดเส้นทางเข้าสู่เวทีราชดำเนินมีรถยนต์ส่วนบุคคลจอดเรียงรายเป็นแถวยาวทุกเส้นทาง ส่วนรถมวลชนที่มาส่งคนบริเวณหน้าสนามม้านางเลิ้งและท้องสนามหลวงนั้นเมื่อจอดส่งคนแล้วได้วนรถออกไปจอดบนถนนพุทมณฑลสาย 3 ถนนสิรินธร ถนนบรมราชชนนี่และถนนกาญจนาภิเษกรอบนอกพื้นที่ กทม. ชั้นใน
พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านการสืบสวน กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกองบังคับการสืบสวนนครบาลและฝ่ายสืบสวนที่ลงพื้นที่หาข่าวความเคลื่อนไหวผู้ชุมนุมและชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบที่ปะปนเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมให้ตรวจตราตรจสอบบุคคลต้องสงสัยอย่างถี่ถ้วนและให้จับตาแกนนำและผู้ชุมนุมที่ไม่เคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัดและให้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทุกรายไป พร้อมกันนี้ได้กำชับผู้ปฏิบัติให้ทำตามแผนรักษาดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่
พล.ต.ต.ชยุต ยืนยันว่า ตำรวจจะดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมโดยเด็ดขาด และยึดหลักเจรจาเป็นหลักหากมีความรุนแรงเกิดขึ้นก็พร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนหลักสากลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และยังใช้กำลังตำรวจเท่าเดิมยังไม่มีการปรับเพิ่มใดๆและให้จับตามมือที่สามที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้โดยให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเน้นการ
ตั้งด่านตรวจความมั่นคงการตรวจค้นอาวุธเป็นสำคัญ
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. สั่งคุมเข้มความปลอดภัยเฝ้าระวังมือที่ 3 แทรกแซงสถานการณ์รุนแรงกำชับฝ่ายจราจรดูแลเส้นทางประชาชนภายหลังการข่าวสันติบาลและกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)มีข้อมูลตรงกันว่า มวลชนจาก กทม.และต่างจังหวัดทะลักเข้าร่วมชุมนุมวันที่ 25 พ.ย.เป็นจำนวนมากนับแสนคนรวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งพบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นประชาชนใน กทมงหลากหลายอาชีพ ขณะที่มวลชนจากต่างจังหวัดมีการการเคลื่อนไหวเข้ามาในบางส่วน
ด้านการข่าวตำรวจนครบาลระบุว่า กลุ่มนักศึกษาจะสร้างสถานการณ์รุนแรงในจุดที่มีการเผชิญหน้ากันของกลุ่มผู้ชุมนุมระหว่างแนวกำลังตำรวจในพื้นที่ตามประกาศพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 สะพานมัฆวานฯ และมีการเดินเท้าเคลื่อนไหวดาวกระจายไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ โดย ผบช.น. สั่งการตำรวจทุก ทก. ( ที่ทำการส่วนหน้า) แยกต่างๆเตรียมพร้อมรับมือการเคลื่อนไหวและกำชับให้ทำหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้นไม่ให้ตอบโต้หรือใช้ความรุนแรงใดๆ และให้เตรียมพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือป้องกันตัวตามหลักยุทธวิธีปราบจลาจลเริ่มจากมาตรการเบาไปหนักตามหลักสากลเน้นการเจรจาก่อนทุกครั้ง
พร้อมกันนี้ให้ชุดเคลื่อนที่เร็วแต่ละจุดซึ่งมีกองกำลังจำนวน 40 นายในทุกพื้นที่เตรียมพร้อมประจำจุดที่คาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไปเคลื่อนไหวปิดกั้นสถานที่ และปรับแผนรองรับและเตรียมกำลังตำรวจในพื้นที่ต่างๆ ระลอกที่สองให้พร้อมสนับสนุนกรณีที่เรียกกำลังมาเสริมเพิ่มเติมได้ทันที พร้อมย้ำว่าการชุมนุมใดที่เป็นไปด้วยความรุนแรง ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ตำรวจจะดำเนินการตามมาตรการของกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของตำรวจที่ทำหน้าที่รับมือกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นจะไม่พกอาวุธปืนใดๆทั้งสิ้นมีเพียวโล่ กระบองและแก๊สน้ำตา รวมถึงมีการเตรียมพร้อมรถฉีดน้ำดับเพลิงแรงดันสูงขนาดใหญ่ไว่พร้อมทุกจุดเอาไว้แล้ว โดยประเมินว่าในช่วงเข้าวันพรุ่งนี้ยอดผู้ชุมนุมจะลดลงเนื่องจากคนกทม.แยกย้ายกันกลับในช่วงดึกเพื่อทำงานในวันพรุ่งนี้มีเพียงประชาชนที่มาจากต่างจังหวัดเโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ขณะที่ประชาชน กทม.จะกลับมาสมทบอีกครั้งในช่วงบ่ายตามเส้นทางต่างๆที่มีการเคลื่อนไหว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ. ตร.พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ควบคุมสั่งการดูแลการชุมนุมประกอบด้วย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ. ตร. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์จะลงพื้นที่บริหารสั่งการด้วยตัวเองพร้อมงานอย่างเป็นระบบขั้นตอนป้องกันสถานที่สำคัญและสกัดกั้นมวลชนอย่างเต็มที่
มท.สั่งรปภ.สถานที่ราชการในกทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยโดยนายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือเวียนถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย เเละหัวหน้าสำนักรับมนตรีกระทรวงมหาดไทย เรื่องการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการว่า ด้วยขณะนี้ได้มีการชุมนุมของกลุ่มมวลชนต่างๆชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่กทม.ซึ่งการชุมนุมของมวลชนอาจามีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานกาาณ์ที่มีผลกระทาบต่อความสงบเรียบร้อยเเละสถานที่ราชการ ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังเเละเตรียมความพร้อมในการป้องกันเหตุดังกล่าว จึงขอความร่วมมือดำเนินการดังนี้1.มอบหมายข้าราชการ เจ้าหน้าที่ อยู่เวรประจำตลอด24ชั่วโมง
2.กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่เวรปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเเละตรวจตราสิ่งผิดปกติในหน่วยงานที่รับผิดชอบ3.หากพบเห็นบุคคล วัตถุ สิ่งผิดปกติในหน่วงานให้รรบเเจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยกระทรวงทันที
"สมคิด"แนะ"ปู"ยึดประเทศเป็นที่ตั้ง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 31 ว่า สถานะของการเมือง เป็นสถานะที่จะทำให้ประเทศอ่อนแอ กลไกรัฐ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวคิด ขับเคลื่อน ผลักดัน และสนับสนุน ให้ประเทศแข่งขันกับต่างประเทศได้ พร้อมกับกระจายให้เกิดความเท่าเทียม แต่วันนี้กลไกรัฐประสบปัญหา และอุปสรรคมาก โดยมีปัญหาการให้ได้มาซึ่งความยอมรับ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความน่าเชื่อถือจากสาธารณชน เพราะหลากหลายนโยบายที่ดำเนินมา ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ ทั้งในเชิงของประชานิยม คอร์รัปชั่น ซึ่งขยายตัวค่อนข้างสูง ทั้งหมดบั่นทอนความเชื่อถือ และไว้วางใจ
นายสมคิดกล่าวว่า ภาพความขัดแย้งของสถาบันนิติบัญญัติ กับสถาบันตุลาการ รุนแรงในความรู้สึกของตน ถ้าโลกเห็นภาพนี้ขึ้นมา จะมีคำถามทันทีว่าตกลงจะยึดมั่นในหลักการอะไร สภาตีกับศาล ไม่ยอมรับศาล และถ้ามีการตอบโต้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น บทบาทเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง ลองไล่ดูภาพดูกลไกรัฐอ่อนแอ นิติบัญญัติขัดแย้ง และขัดแย้งตุลาการ แล้วมีความรุนแรงเกิดขึ้น มันจะกลายเป็นการเปิดยุคที่คนไทยก้าวเข้าสู่ประเทศที่ล้มเหลว คนที่อยู่ศูนย์กลาง ต้องมีความอดทนอย่างยิ่ง พูดคุย และเสียสละอย่างยิ่ง ที่จะทำให้ประเทศอยู่รอดได้ หากเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน ใครจะส่งมา จากพรรคใดก็ตาม เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ต้องเอาประเทศเป็นตัวตั้ง หากให้ประเทศอยู่รอด คนจะรัก และปรบมือ ที่เอาหลักเที่ยงธรรมเป็นตัวตั้ง
ปธ.ญาติวีรชน35จี้"ปู"ลาออก-ยุบสภา
นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชน ปี 35 กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความรุนแรงเพราะประชาชนไม่สามารถทนได้กับการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของรัฐบาลมาเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งเกิดความต้องการที่จะปฎิรูปประเทศ เชื่อว่าประชาชนคงไม่ถอย และการแสดงความไม่พอใจจะกระจายวงกว้างออกไป ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลใช้ช่องทางที่เป็นกระบวนการประชาธิปไตยคือการลาออกหรือตัดสินใจยุบสภาทันทีที่อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น เพื่อพาบ้านเมืองกลับเข้าสู่การเลือกตั้ง ให้การต่อสู้ทางการเมืองกลับเข้าสู่รูปแบบที่มีกฎ กติตา และที่สำคัญให้ประชาชนได้ตัดสินอนาคตของประเทศ
คนเชียงใหม่แสดงจุดยืนจี้ปูยุบสภา
เมื่อเวลา 16.00 น.ที่บริเวฯสวนสุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลุ่มรวมพลคนเชียงใหม่ทวงศักดิ์ศรีที่ถูกแอบอ้าง ได้มีการนัดระดมคนเชียงใหม่ เพื่อร่วมต่อต้านระบอบทักษิ และขอให้สส.สว.312 คน ออกมาขอโทษตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ โดยได้มีการระดมคนผ่านทางเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มเฟสบุ๊คเชียงใหม่ (http://www.facebook.com/groups/115274365163317/) ซึ่งสามารถระดมคนเชียงใหม่ กว่า 200 คน ก่อนจะมีการแลกเปลี่ยนให้ประชาชนได้ร่วมแสดงทัศนคติ และวิสัยทัศน์ในการต่อต้านรัฐบาล ที่มีการทำงานในรูปแบบระบอบทักษิณ ก่อนจะมีการเคลื่อนตัวออกจากสวนสุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปยังสี่แยกรินคำ เพื่อร่วมร้องเพลงชาติ
ทั้งนี้ตัวแทนของกลุ่มได้อ่านแถลงการณ์ โดยมีข้อเรียกร้องขอให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่วุ่นวาย โดยลาออก หรือยุบสภา ก่อนที่กลุ่มประชาชนจะเป่านกหวีด พร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านการทำงานของรัฐบาล ในครั้งนี้ ไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ฯ จำนวนหนึ่งได้เข้ามาสักเกตการณ์และอำนวยความสะดวก อีกทั้งในช่วงเช้าวันนี้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้ระดมคนเข้าไปชุมนุมใหญ่ที่เวทีสนามราชมังคลากีฬาสถานแล้ว จึงทำให้การแสดงออกของประชาชนชาวเชียงใหม่ เป็นไปด้วยเรียบร้อย



