ข่าว

'ปู'กังวล!สั่งเกาะติดม็อบ24ชม.

'ปู'กังวล!สั่งเกาะติดม็อบ24ชม.

24 พ.ย. 2556

'ยิ่งลักษณ์' กังวลม็อบราชดำเนิน สั่งเหล่าทัพเกาะติดตลอด 24 ชม. ห่วงมือที่ 3 หวั่น 'สุเทพ' ควบคุมไม่อยู่ ด้าน 'ประชา' ยัน ไม่ย้ายสถานที่ประชุมครม.

 

                           24 พ.ย. 56  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการไซเบอร์กลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เฝ้าติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มม็อบราชดำเนิน หลังจากที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ระดมมวลชนทั่วประเทศออกมาขับไล่รัฐบาล พร้อมกับประสานงานไปยังศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานให้ทราบ เพราะเกรงว่าการชุมนุมจะเกิดความรุนแรง เนื่องจากมียอดผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมาก เกรงว่าแกนนำจะควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะหวั่นภัยแทรกซ้อนจากมือที่ 3

 

แนะทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน

                          ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 16.20น. เฟซบุ๊ค Yingluck Shinawatra ได้โพสต์ข้อความว่า  "ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภาให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง ตลอดจนการชุมนุมของประชาชนที่สะท้อนแนวคิดหลากหลาย ที่หาข้อยุติไม่ได้จึงทำให้เกิดความกังวลต่อเรื่องดังกล่าว ดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ยืนยันที่จะรักษากติกา และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทุกเสียง เพื่อร่วมกันหาแนวทางออกของปัญหาร่วมกัน ดิฉันเชื่อว่าในความเป็นคนไทยมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เหมือนกันทุกคน ดิฉันขอเรียกร้องความสามัคคี สมานฉันท์ สงบสุข และเคารพในหลักนิติรัฐ ในฐานะรัฐบาลไม่ต้องการเห็นภาพของการทะเลาะเบาะแว้งจนนำไปสู่ความรุนแรง การเสียเลือดเสียชีวิตที่ไม่มีใครอยากเห็น

                          การชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ละเมิดกฎหมาย สามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น รัฐบาลจึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายดูแลความสงบเรียบร้อย บริหารจัดการด้วยความละมุนละม่อม และเป็นไปตามขั้นตอน วิธีการของมาตรฐานสากล เพื่อให้การแสดงออกของผู้ชุมนุมไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย และไม่เป็นเหยื่อของมือที่สามที่จะใช้ความรุนแรง ไม่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะทำให้เกิดการสูญเสีย เพื่อเป็นเงื่อนไขแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ชอบธรรมนั้น ดิฉันเชื่อมั่นว่าประเทศชาติจะไม่ถึงทางตันหากกระบวนการต่างๆ ยังยึดหลักระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และหากทุกคนหันหน้าเข้าหากัน ใช้เหตุใช้ผล เปิดกว้าง ไม่ใช้อารมณ์ ลดการเผชิญหน้า ใช้การพูดคุยด้วยวิถีแห่งสันติ ซึ่งเวทีปฏิรูปการเมืองเพื่อหาทางออกของประเทศที่รัฐบาลได้ริเริ่มไว้ยังเปิดกว้างที่จะให้ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และมาถกเถียงแนวทางการแก้ปัญหาของชาติเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้

                          นอกจากนี้ในอีกไม่กี่วันก็จะมีตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามแนวทางของรัฐสภา สุดท้ายนี้ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงและสงบสุข เพื่อความเป็นปึกแผ่นของประเทศชาติ ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันปกป้องรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักของเราทุกคน"

 

 

'ประชา' ยันไม่ย้ายสถานที่ประชุมครม.

 

                           พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยก่อนเดินทางไปประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า ขอยืนยันว่า ยังใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เลื่อนจากวันที่ 26 พ.ย. มาเป็นวันพรุ่งนี้ (25 พ.ย.)

                           ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมใหญ่ของนายสุเทพ อย่างไร พล.ต.อ.ประชา ระบุว่า ต้องรอเข้าประชุมกับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่ สตช.ก่อน

 

 

เตือนอย่าหลงเชื่อข้อความเท็จปลุกม็อบในโซเชียลฯ

 

                           พล.ต.อ.ประชา ได้นำใบปลิวมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยในใบปลิวมีข้อความ ระบุว่า 1. ด้วยปรากฏว่า ได้มีบุคคล และกลุ่มบุคคลผู้ไม่ประสงค์ดี ได้จัดทำข้อความ และตัดต่อภาพอันเป็นเท็จ กระจายไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ กล่าวหาว่า รัฐบาลไม่จงรักภักดีนั้น ใคร่ขอกราบเรียนพี่น้องประขาชน ขอได้กรุณาอย่าหลงเชื่อข่าวสาร และข้อมูลอันเป็นเท็จนั้น พร้อมทั้งใคร่ขอเรียนว่า คนไทยเราทุกคนเคารพและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้เหนือสิ่งใด

                           2. ประเด็นที่เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ ก็มิบังควรจะนำข้อมูลอันเป็นเท็จนี้ ไปเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และ 3. ประเด็นที่ว่า รัฐบาลจะใช้กำลังตำรวจปราบพี่น้องประชาชนที่ชุมนุมอยู่ในขณะนี้ ก็ขอเรียนว่า นโยบายรัฐบาล ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะใช้กำลังตำรวจเข้าปราบผู้ชุมนุมดังกล่าว แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลออภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ผู้ชุมนุมเท่านั้น

                           อนึ่ง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเขตกรุงเทพมหานครในขณะนี้ รัฐบาลได้ให้นโยบายว่า ต้องไม่ใช้อาวุธและความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด ให้ใช้เพียงอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนตามหลักสากลเท่านั้น