ข่าว

อุตุฯเตือนภาคใต้ฝั่งอันดามันฝนตกหนัก!

อุตุฯเตือนภาคใต้ฝั่งอันดามันฝนตกหนัก!

23 พ.ย. 2556

กรมอุตุฯเตือนภาคใต้ฝั่งอันดามันมีฝนตกหนักถึงหนักมาก แนะประชาชนระมัดระวังอันตราย ขณะที่ กทม.-ปริมณฑล มีฝนร้อยละ 20 ของพื้นที่

 

                             กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคใต้ได้เคลื่อนไปปกคลุมทะเลอันดามันแล้ว ทำให้ภาคใต้เริ่มมีฝนลดลง แต่บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งต่อไปได้อีกในวันนี้ (23 พ.ย.56) ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายและผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก รวมทั้งปริมาณฝนสะสมต่อเนื่องที่มีปริมาณมากไว้ด้วย

                             สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2556 ไว้ด้วย

 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

 

                             ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอย อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

                             ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภู อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

                             ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

                             ภาคตะวันออก อากาศเย็นทางตอนบนของภาคกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

                             ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

                             ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-29 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

                             กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก โอกาสมีฝนตก ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

นครศรีฯประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว 11 อำเภอ

 

                            ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สรุปความเสียหายและผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดจากฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ ทำให้น้ำในลำคลองทุกสาย เอ่อล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ลำคลอง เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชนและถนนสายรองในชุมชนเป็นบริเวณกว้าง ขณะนี้ได้รับรายงานเหตุด่วนอุทกภัย รวม 11 อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 105,156 คน 35,303 ครัวเรือน และนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงนามประกาศพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินแล้วทั้ง 11 อำเภอ มีโรงเรียนปิดแล้วมากกว่า 50 โรงโดยเฉพาะในอำเภอชะอวด ปิดการเรียนการสอนถึง 34 โรงเรียนจากน้ำท่วมอย่างหนัก

                            ขณะที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช น้ำที่ไหลหลากมาจากเทือกเขาหลวงได้เข้าท่วมเขตเทศบาลโดยเฉพาะหมู่บ้านที่เป็นซอยแยกระหว่างถนนศรีธรรมโศกเชื่อมถนนถนนพัฒนาการคูขวาง ถูกน้ำท่วมสูงหลายจุด เช่นเดียวกับพื้นที่ริมคลองระบายน้ำสายหลักทั้ง 5 สายคือคลองคูพาย ป่าเหล้า สวนหลวง นครน้อย และราเมศวร์ ชุมชนที่อยู่อาศัยอยู่ในริมคอลงดังกล่าวถูกน้ำเข้าท่วมสูง บางจุดสูงถึงกว่า 2 เมตรเช่นชุมชนบ่อทรัพย์ ชุมชนบางฮัน ชุมชนนอกโคก

                            ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้ขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากสำนักชลประทานที่ 15 เข้าสูบน้ำระบายในพื้นที่ และได้อพยพประชาชนที่อยู่ในชุมชนน้ำท่วมสูงมาอาศัยอาคารเรียนในเขตเทศบาล

                            นายชเนตธิ์ สอนลิลา หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 (ฝายคลองท่าดี) สำนักชลประทานที่ 15 เปิดเผยว่า ระดับน้ำที่สถานีตรวจวัดข้อมูลระดับน้ำสะพานนาปะ หมู่ที่ 5 ต.ไชยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ระดับน้ำอยู่ที่ 10.7 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำในพื้นที่ต้นน้ำอีกระดับน้ำจะค่อยๆลดลง

                            แต่อย่างไรก็ตามฝนยังคงตกเพิ่มมวลน้ำมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้สำนักชลประทานที่ 15 ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จำนวน 12 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 4 เครื่อง ให้เทศบาลนครนครศรีธรรมราชเพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียงออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด

                            พล.ต.นพวงศ์ สุรวิชัย รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำกำลังพลกองทัพภาคที่ 4 จำนวนมากเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะบริเวณบ้านท่าสูงบน หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดพายุหมุนอย่างรุนแรงพัดเข้าทำลายบ้านเรือนของประชาชนเสียหายจำนวนมาก โดยในเขตเทศบาลตำบลท่าศาลามีบ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลัง และในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลาอีกกว่า 100 หลัง

                            พล.ต.ต.นพวงศ์ สุรวิชัย รองแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า กำลังทหารกว่า 30 กองร้อย 4 พันนายเศษครอบคลุ่มในพื้นที่ 14 จังหวัด ในส่วนของนครศรีธรรมราชได้กระจายกำลังเข้าช่วยเหลืประชาชนในพื้นที่ ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา กำลังพลได้เข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุเข้าเคลียร์พื้นที่ และในส่วนของความเร่งด่วนนั้นถือเป็นช่วงวิกฤติ ทางทหารจะส่งกำลังเข้าสนับสนุนในการซ่อมแซมดูแล พร้อมกับทางท้องถิ่นและทางวิทยาลัยอาชีวะต่างๆ

                            นายอภินันท์ เชาวลิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา เปิดเผยว่า พายุดังกล่าวเกิดขึ้นจากกลางทะเลจากนั้นได้พัดหมุนเข้าหาฝั่งอย่างรวดเร็วและเดินไปตามหมู่บ้านของประชาชนที่อยู่ชายฝั่งโดยเฉพาะหมู่ที่ 4 บ้านท่าสูงบน ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีบ้านเรือนได้รับความเสียจำนวนกว่า 100 หลังอยู่ในสภาพหลังคาหายไปทั้งหลัง บ้างก็พังลงมาเกือบทั้งหลัง ในส่วนของ อบต.ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนโดยขั้นต้นนั้นจะต้องอพยพคนที่บ้านพังเสียหายไม่สามารถอาศัยได้ไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน

                            ส่วนในพื้นที่ป่าเขาโดยเฉพาะในอำเภอนบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซี่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่มจุดสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ปรากฏว่าฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 วันที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาอย่างรุนแรงโดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ที่ 6,7,8 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ตลอดทั้งคืนและช่วงเช้า

                            นายเจริญ กิจเกตุ สารวัตรกำนันตำบลกรุงชิง เปิดเผยว่า น้ำป่าได้ตัดถนนและสะพานทางเข้าหมู่บ้าน 3 หมู่บ้านคือหมู่ที่ 6,7 และ 8 มีประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 200 ครัวเรือน ขณะนี้ทั้งหมดไม่สามารถเดินทางออกมาได้ แต่โชคดีที่ได้มีการเตรียมเสบียงอาหารไว้แล้วทำให้มีอาหารเพียงพอ และหากฝนยังคงตกอยู่อย่างต่อเนื่องต่อไปนั้นชาวบ้านในพื้นที่อาจจะต้องหาทางอพยพออกมาจากพื้นที่เสี่ยง นอกจากนั้นยังมีดินถล่มลงมาจากภูเขาทับบ้านเรือนเสียหายไป 1 หลัง และอาจถล่มในอีกหลายจุดเนื่องจากดินชุ่มน้ำเต็มที่เกินกว่าจะรับได้แล้ว

                            ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่เดินทางออกมาจากพื้นที่ได้เกิดเหตุดินสไลด์ลงมาจากเนินเขา ซึ่งผู้สื่อข่าวสามารถบันทึกภาพไว้ได้ โดยมีต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นลงมาทับสายไฟฟ้าแรงสูงจนขดสะบั้น จนไฟช๊อตเสียงดังสนั่น ขณะที่ไฟฟ้าดับทั้งหมดประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว