
เปิดใจตร.คุมม็อบได้'ฟุตซอล'ผ่อนคลาย
เปิดใจทรหด'ลูกสาวสีดา' ได้เวลา'ฟุตซอล'ผ่อนคลาย : ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน
ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแสงแดดแผดเผาเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่ตั้งที่ทำการส่วนหน้ามัฆวานฯ มีกองกำลังตำรวจปราบจลาจลหญิงยืนเรียงรายทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ต้องอดทนต่อความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า พร้อมเผชิญหน้าในทุกสถานการณ์ หลังจากฝึกฝนยุทธวิธีปราบจลาจลมาอย่างช่ำชอง แข็งแกร่ง ไม่แพ้ตำรวจชายทีเดียว
พวกเธอเหล่านี้เรียกตัวเองว่า "กองร้อยปราบจลาจลลูกสาวสีดา" สังกัดค่ายพระยาสุรสีห์ เดินทางมาจากพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อย พื้นที่เขตหวงห้ามเด็ดขาดตามประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ใน กทม.
เธอเหล่านั้นยืนแถวเรียงรายอยู่หลังแนวแท่งแบริเออร์สูงเกือบ 2 เมตร ขึงด้วยตาข่ายปิดกั้นอย่างแน่นหนา ส.ต.ต.หญิง นฤมล นันทสุนทร หนึ่งในกองร้อยลูกสาวสีดา เปิดใจถึงความรู้สึกของการทำหน้าที่หลังยืนตากแดดตากลมนานกว่า 6 ชั่วโมง จนหน้าดำคล้ำ ผิวหนังแห้งกร้านว่า แม้จะเหนื่อยและร้อนแค่ไหนก็ไม่เคยท้อถอยและรู้สึกยินดีด้วยซ้ำไป ที่มีโอกาสมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย รักษาความปลอดภัยในที่ทำการส่วนหน้าสะพานมัฆวานฯ ซึ่งเป็นจุดสำคัญ
"พวกเราทั้งหมดในกองร้อยลูกสีดา มีความเชื่อมั่นว่าไม่น่าจะมีเหตุรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น เพราะทุกคนก็เป็นคนไทยเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น คงไม่มีใครอยากใช้ความรุนแรงมากมายขนาดนั้น" เธอกล่าวและว่า เดินทางมาทำหน้าที่ ณ จุดนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา อยู่มาหลายวันแล้วและยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับเมื่อไร คงจะทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา จนกว่าสถานการณ์จะสงบลง
"ยอมรับว่าการทำหน้าที่ในภาคสนามจริง เป็นสิ่งที่ตื่นเต้นและท้าทายมากกว่าการฝึกซ้อม และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกของพวกเรา มันมีหลากหลายอารมณ์ ทั้งกดดัน เหนื่อย สนุก และยังมีมิตรภาพที่ดีต่อกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัด เมื่อมาอยู่ตรงนี้ทุกคนมีหน้าที่เดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังตำรวจหญิงหรือตำรวจชาย แม้จะเหนื่อยแต่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี การกินอยู่พักผ่อนสะดวกสบายไม่ลำบาก เวลาเหงาๆ คิดถึงพ่อแม่พี่น้องทางบ้าน ก็จะโทรศัพท์ไปพูดคุยกันในช่วงเวลาออกผลัด"
เธอเล่าด้วยว่า พ่อแม่ทางบ้านเป็นห่วงมาก เกรงว่าจะมีอันตราย บอกให้ระมัดระวังตัวด้วย ซึ่งก็บอกไปแล้วว่า ไม่มีอะไรรุนแรง ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมันคือหน้าที่ มีหลายคนอยู่ที่นี่ และต่อให้ต้องสละชีพเพื่อชาติในการทำหน้าที่ก็ยอม เพราะพวกเรารักและภูมิใจในอาชีพตำรวจของเรามาก
ด้าน ส.ต.ท.หญิงอีกนายหนึ่ง สังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกว่า มาอยู่ตรงนี้ 14 วันแล้ว เหลืออีกไม่กี่วันก็จะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวในวันที่ 23 พฤศจิกายน ซึ่งได้รับมอบหมายยืนเวรผลัดละ 6 ชั่วโมงสลับกันไปแต่ละวัน มี 4 ผลัด แม้จะเหนื่อยเท่าไรก็ทนได้ ไม่ยากลำบาก ติดที่ว่าแดดร้อนมากกว่า เพราะเครื่องแบบที่ใส่มันหนาและรัดมาก รวมอุปกรณ์เครื่องมือป้องกันตัวด้วยแล้ว น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เป็นอย่างต่ำ
เธอเล่าว่า บางทียืนๆ เฝ้าเหตุการณ์อยู่ ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย มีบางอารมณ์ที่คิดถึงบ้านอยากกลับบ้าน บางวันก็เฝ้านับวัน ตำรวจจากภูธรหลากหลายจังหวัดทั้งภาคกลาง เหนือ อีสาน ต่างระดมกันมาทำหน้าที่ในจุดนี้ผลัดหนึ่งประมาณ 10 วัน ก็ได้กลับไปพัก 1 อาทิตย์ และกลับมาอีกผลัดกันอยู่แบบนี้จนกว่าเหตุการณ์จะสงบลง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแบ่งกันเป็นสองส่วน ส่วนแรก ยืนอยู่ตรงบริเวณหลังแผงกั้นแบริเออร์เป็นกองกำลังส่วนหน้า ผลัดละ 6 ชั่วโมง และอีกส่วนหนึ่ง เป็นกองกำลังสนับสนุนจะยืนเวรอยู่ด้านหลังเผื่อมีเหตุฉุกเฉินก็จะเข้ามาสมทบการปฏิบัติ แต่หากกรณีผู้ชุมนุมมาด่าทอหรือไล่ทำร้าย ก็ต้องนิ่งเฉย อดทน และเดินหนีอย่างเดียว ผู้บังคับบัญชาสั่งกำชับห้ามตอบโต้ใดๆ เพราะเขาเป็นประชาชน เรามีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไปไล่ตีใคร
ส.ต.ท.หญิงนายหนึ่งจากพื้นที่ จ.ระยอง ยอมรับว่า เรื่องเหนื่อยเป็นเรื่องธรรมดาทุกคนต้องมีเหนื่อยบ้าง ร้อนบ้าง ก็ต้องทน เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจคอยดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พอได้พักก็จะนอนกันในเต็นท์บ้าง บางคนก็กลับมานอนที่พัก ดาดฟ้า บช.น. นอนเบียดๆ กันไป เพราะตำรวจเยอะ ที่ไม่พอ
ส่วนเรื่องอาหารการกิน ก็มีเยอะมีมาตลอด บางวัน "นาย" ก็ส่งข้าวเหนียวไก่ย่างมาให้ บางที ผบ.ตร.ก็มาเยี่ยม และเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน มีช่างตัดผมนับสิบคน จากโรงเรียนสอนตัดผม เข้ามาตัดผมให้ตำรวจฟรี พวกเราดีใจกันมาก เข้าคิวรอตัดกันยาวเหยียด พอหน่วยไหนใกล้ถึงเวลาส่งกลับไปพักผ่อนหาครอบครัวที่บ้าน ผบ.ตร.จะจัดงานเลี้ยงส่งให้เป็นขวัญกำลังใจที่มาปฏิบัติหน้าที่ และส่งขึ้นรถกลับ ผบ.ตร.จะทำแบบนี้ตลอดกับตำรวจทุกกองร้อยที่มาปฏิบัติหน้าที่ดูแลม็อบในกทม.
นอกจากกิจกรรมคลายเครียดต่างๆ แล้ว ในส่วนของที่ทำการส่วนหน้าสะพานมัฆวานฯ นั้น เป็นจุดที่ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นนิสิตนักศึกษา ถือว่าเป็นกลุ่มวัยฉกรรจ์ที่มีความฮึกเหิม สร้างความกดดันให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนนาน 6 ชั่วโมงเป็นอย่างมาก
ผู้บังคับหน่วย จึงจัดให้มีการแข่งขันฟุตซอลขึ้น โดยเปลี่ยนพื้นผิวถนนให้เป็นสนาม "ฟุตซอล" ตีเส้นขอบสนามสองด้านก็สามารถแข่งขันกันได้แล้ว โดยมีกองร้อยจากหลากหลายจังหวัดร่วมแข่งขันฟาดแข้งกันสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงปรบมือโห่ร้องลุ้นระทึกนาทียิงประตูอย่างเมามัน
นี่คืออีกด้าน ที่อยู่ในสถานการณ์การชุมนุมนั่นเอง
..........................
(หมายเหตุ : เปิดใจทรหด'ลูกสาวสีดา' ได้เวลา'ฟุตซอล'ผ่อนคลาย : ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน)



