ข่าว

รถคันแรกพ่นพิษ!ทิ้งใบจอง1.3แสนคัน

รถคันแรกพ่นพิษ!ทิ้งใบจอง1.3แสนคัน

22 พ.ย. 2556

รถคันแรกพ่นพิษ!ทิ้งใบจอง1.3แสนคัน ส.อ.ท.ยอมรับยอดผลิตรถยนต์พลาดเป้า 2.55 ล้านคัน รมช.คลังปัดรัฐถังแตกยันธ.ก.ส.มีเงินพอจ่ายจำนำข้าว

                22พ.ย.2556 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธาน และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนตุลาคม 2556 มีทั้งสิ้น 185,117 คัน ต่ำกว่า 2 แสนคันเป็นเดือนที่ 3 ลดลงจากเดือนตุลาคม 2555 ประมาณ 26.59% และลดลงจากเดือนกันยายน 2556 ประมาณ 4.94% ส่วนจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - ตุลาคม 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,115,375 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.07%

              
                ทั้งนี้ จากปริมาณรถยนต์ที่ผลิตได้ในรอบ 10 เดือน ทำให้คาดว่าปริมาณการผลิตรถยนต์ในปีนี้น่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่วางได้ที่ 2.55 ล้านคัน โดยคาดว่าในปี 2556 จะมียอดผลิตรถยนต์ประมาณ 2.51 ล้านคัน พลาดจากเป้าหมายประมาณ 3-4 หมื่นคัน เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในปีนี้ ทำให้ยอดการซื้อรถยนต์ลดต่ำกว่าที่คาดไว้

                “จากการประเมินยอดการผลิตเบื้องต้นในปี2557 คาดว่ายอดการผลิตรถยนต์ประมาณ 2.6-2.7 ล้านคัน ส่วนเป้าหมายที่แน่ชัดว่าจะมีจำนวนเท่าไรนั้น จะต้องรอหารือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหมดก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนมกราคม 2557 ขณะที่เป้าหมายกระทรวงอุตสาหกรรมที่คาดว่ายอดผลิตรถยนต์ในปี 2560 จะทะลุไปถึง 3.4 ล้านคัน สูงกว่าเป้าหมายเดินที่ 3 ล้านคันนั้น จะขึ้นอยู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท งบบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และโครงการอีโคคาร์ 2 ว่าเดินหน้าไปตามเป้าหมายหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามแผนก็คาดว่ายอดการผลิตจะถึง 2.4 ล้านคัน” นายสุรพงษ์ กล่าว
 
                สำหรับยอดประมาณการผลิตรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2556 มีจำนวน 390,686 คัน เปรียบเทียบกับยอดผลิตจริงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2556 ซึ่งมีจำนวน 379,861 คัน เพิ่มขึ้น 10,825 คัน หรือ 2.85% และเมื่อเปรียบเทียบกับยอดผลิตจริงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2555 ซึ่งมีจำนวน 477,934 คันแล้ว ลดลง 87,248 คัน หรือ 18.26% ส่วนงานมหกรรมยานยนต์ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคมนี้ คาดว่าจะมีเงินสะพัด 5 หมื่นล้านบาท หรือมีจำนวนประมาณ 3 หมื่นคัน ต่ำกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี่ยอดขาย 8.5 หมื่นคัน เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีการกระตุ้นยอดขายจากมาตรการลดภาษีรถยนต์คันแรก ทำให้ยอดขายในปีนี้เข้าสู่ภาวะปกติ

                ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนตุลาคม 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 88,989 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 37.7% และลดลงจากเดือนกันยายน 2556 ประมาณ 6.26% เนื่องจากการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าในโครงการรถยนต์คันแรกเกือบหมดแล้ว ประกอบกับลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ เพื่อรอซื้อรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

                ขณะที่ ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนตุลาคม 2556 มีจำนวน 96,864 คัน ลดลงจากเดือนตุลาคม 2555 ประมาณ1.44% และลดลงจากเดือนกันยายน 2556 ประมาณ 18.09% มีมูลค่าการส่งออก 43,333.77 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  8.05% โดยยอดส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 53% และขายในประเทศ 47%

                นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยอดทิ้งใบจองจากโครงการรถยนต์คันแรกล่าสุดมีประมาณ 1.3 แสนคัน หรือประมาณ 11% ของทั้งโครงการ ซึ่งดิลเลอร์ต่างก็พยายามติดต่อให้มาคืนใบจอง ซึ่งคาดว่ายอดทิ้งใบจองที่ไม่มารับรถจริงๆจะมีประมาณ 1 แสนคัน ถ้าหากลูกค้ากลุ่มนี้ไม่มาคืนใบจอง ดิลเลอร์ก็จะไม่สามารถขายรถในส่วนนี้ออกไปได้ ทำให้เป็นภาระกับผู้ค้ามากพอสมควร

                ด้าน การผลิตรถจักรยานยนต์เดือนตุลาคม 2556 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 208,752 คัน ลดลงจากเดือนตุลาคม 2555 ประมาณ 15.24% แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 163,385 คัน ลดลงจากปี 2555 ประมาณ 19.16% และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 45,367 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ประมาณ 2.7% ส่วนยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม - ตุลาคม 2555 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,392,432 คัน ลดลงจากปี 2555 ประมาณ 9.79% แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,910,287 คัน ลดลงจากปี 2555 ประมาณ14.19% และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 482,145 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ประมาณ 13.21%


รมช.คลังยันธ.ก.ส.มีเงินพอจ่ายจำนำข้าว

                นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวยืนยันว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร( ธ.ก.ส.) ยังมีเงินจ่ายให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนำข้าว โดยที่ผ่านเริ่มทยอยจ่ายไปแล้ว 3,520 ล้านบาท จำนวน 2 หมื่นครัวเรือน หลังจากที่คณะกรรมการธนาคารมีมติให้สั่งจ่ายเงินมาตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และมั่นใจว่าจะมีเงินหมุนเวียนเพียงพอจ่ายให้ชาวนาตลอดสิ้นปี 2556นี้ โดยสามารถบริหารจัดการในโครงการรับจำนำข้าวให้อยู่ในกรอบ 5 แสนล้านบาทตามมติคณะรัฐมนตรีได้

                เนื่องจากปัจจุบันโครงการรับจำนำข้าวได้ใช้เม็ดเงินไปแล้ว 6.8 แสนล้านบาท แต่กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเงินคืน ธ.ก.ส. แล้ว 1.8 แสนล้านบาท ทำให้ตัวเลขจะลดลงไปเหลือ 5 แสนล้านบาทในสิ้นปีนี้

                นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2557 ธ.ก.ส.ยังได้รับการจัดสรรงบและได้รับเงินมาแล้ว 8. 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่นำมาใช้ในการจำนำข้าวปี 2556/2557 ได้ 5.5 หมื่นล้านบาทและหากรวมกับเงินนำส่งของกระทรวงพาณิชย์อีก 2.4 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ จะทำให้ ธ.ก.ส.มีเงินหมุนเวียน 7.9 หมื่นล้านบาทซึ่งน่าจะเพียงพอใช้ในปีนี้

                ส่วนปีหน้าทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.)มีแผนจะออกพันธบัตรให้ธ.ก.ส.เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนต่อเนื่องอีกไม่เกิน 1.4 แสนล้านบาท รวมทั้งยังมีเงินจากแหล่งอื่นเข้ามาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเงินชดเชยข้าวถุงราคาถูก ซึ่งครม.อนุมัติแล้ว 7.1 พันล้านบาทและเงินจากการขายข้าวจีทูจีอีกจำนวนหนึ่งที่จะเข้ามาในปีหน้า

                “ยืนยันว่าชาวนาจะไดรับเงินค่าจำนำข้าวอย่างแน่นอน โดยธ.ก.ส.กำลังเร่งดำเนินการอยู่แต่ที่จ่ายล่าช้าไปบ้างเพราะมีข้าวจากฤดูกาลผลิตที่ผ่านมาที่ตกค้างจากกามีปริมาณข้าวเพิ่มเข้ามาอีก 4 แสนตันที่ต้องเร่งเคลียร์ใบประทวนส่วนนั้นไปก่อน ของฤดูกาลใหม่จึงจ่ายเงินล่าช้าไปบ้าง โดยต่อไปจะดูแลไม่ให้มีข้าวเพิ่มเข้ามาจากที่กำหนดปริมาณรับจำนำไว้มากเหมือนที่ผ่านมา”นายทนุศักดิ์ กล่าว

                รายงานข่าวเปิดเผยว่าหลังจากที่ธ.ก.ส.ระบุว่ามีเงินเหลือใช้ในโครงการจำนำข้าวขณะนี้ 2 หมื่นล้านบาททำให้ต้องทยอยจ่ายเงินให้เกษตรกรเพื่อรอเงินใหม่เข้ามาเสริมสภาพคล่องทำให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังไม่พอใจอย่างมากและออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยย้ำว่ามีเงินใช้เพียงพอ ขณะที่ตัวเลขการนำส่งเงินจากกระทรวงพาณิชย์ทีเปิดเผยล่าสุดก็ยืนยันว่ามีการนำส่งเงินให้ธ.ก.ส.แล้วเพียง 1.4 แสนล้านบาทเท่านั้น