
'พท.'ยัน'ปู'ไม่ผิดปมแก้รธน.
'พท.' ยัน 'ปู' ไม่ต้องรับผิดชอบปมแก้รธน. ฉุน 'ปชป.' แก้รธน.ได้ แต่พรรคทำไม่ได้ ชี้ 'คปท.' บุกปราศรัยหน้าพรรคหวังยั่วยุ ปัดข่าวแกนนำบีบ 'สมศักดิ์' ทิ้งเก้าอี้
22 พ.ย. 56 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ว่า เป็นเกมการเมืองของเครือข่ายจ้องล้มรัฐบาล นำประเด็นดังกล่าวเรียกมวลชนให้มาชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย. ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลและนายกฯ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของรัฐสภา นายกฯ ไม่สามารถที่จะควบคุมได้
ด้านนายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหาร มาตรา 68 ไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการสั่งการใดๆ เลย และคำวินิจฉัยก็เป็นเพียงการบอกว่าการกระทำดังกล่าวไม่ชอบเท่านั้น ทั้งนี้ นายกฯ ดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อรับเรื่องจากรัฐสภาแล้วก็ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ และตอนนี้กระบวนการก็อยู่ระหว่างการที่พระมหากษัตริย์จะใช้พระราชอำนาจ ดังนั้นอยากให้ทุกคนเคารพในกติกา การเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกนั้นไม่ตรงกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
สำหรับกรณีที่มีการไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ถอดถอนส.ส.และส.ว. 312 คนนั้น ต้องชื่นชม ป.ป.ช.ที่ไม่ไหลตามน้ำ แม้ว่ามีหลายฝ่ายบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว มีผลผูกพันทุกองค์กร จะต้องไต่สวนอะไรอีกก็ตาม โดยป.ป.ช. ออกมาระบุว่า เรื่องดังกล่าวต้องมีการไต่สวนตามระเบียบ ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ทำคำชี้แจงและนำพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิด สิ่งที่ป.ป.ช.ทำนั้นถือเป็นการป้องกันสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ฉุน 'ปชป.' แก้รธน.ได้ แต่พรรคกลับทำไม่ได้
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.เตรียมยื่นเอาผิด สมาชิกรัฐสภา 312 คนที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ว่า พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคซึ่งยึดมั่นในหลักการ แต่วันนี้การดำเนินการต่างๆ ของพรรคประชาธิปัตย์กลับเป็นการให้ได้มาซึ่งอำนาจในทุกวิถีทาง ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อรัฐบาลชุดปัจจุบันจะแก้บ้างกลับมีปัญหา และเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทด้วยอย่างแน่นอน
ด้านนายพิชิต กล่าวว่า การออกพ.ร.บ.เงินกู้เช่นนี้มีการดำเนินการมาแล้วหลายฉบับ ซึ่งเป็นการกู้เงินโดยไม่ต้องเอาเข้าคลัง และรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ก็ใช้วิธีการเดียวกับรัฐบาลชุดนี้ และผู้ที่ร่างพ.ร.บ.ก็เป็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หากเป็นเช่นนี้จะให้วินิจฉัยว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำได้แต่พรรคเพื่อไทยทำไม่ได้หรืออย่างไร
ชี้ 'คปท.' บุกปราศรัยหน้าที่ทำการพรรค หวังยั่วยุ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เดินทางมาชุมนุมที่หน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยยินดีรับฟังความเห็นต่าง หากมาด้วยความเรียบร้อย เคารพกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการยื่นหนังสือหรือปราศรัยโดยไม่กีดขวางทางจราจร แต่การที่ผู้ชุมนุมนำป้ายผ้ามาปิดตรงป้ายพรรคเพื่อไทยนั้น ถือเป็นการกระทำป่าเถื่อน ไม่ใช่การชุมนุมอย่างสงบ เพราะพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการมาที่พรรคครั้งนี้เพื่อให้เกิดการยั่วยุ ต้องการให้มีการใช้ความรุนแรง ซึ่งหากมีเหตุปะทะกันขึ้นก็จะโยนบาปให้กับรัฐบาล ดังนั้น ผู้ใหญ่ในพรรคจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ใช้ความอดทน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งบอกกับคนเสื้อแดงที่จะมาพรรคว่าไม่ต้องมา เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดการเผชิญหน้าได้
ปัดข่าวแกนนำบีบ 'สมศักดิ์' ทิ้งเก้าอี้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยและส.ส.พรรคเพื่อไทย กดดันให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากความผิดพลาดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ว่า ตนได้ตรวจสอบกับแกนนำพรรคแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง เป็นการปล่อยข่าวเพื่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างพรรคเพื่อไทยกับนายสมศักดิ์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายสมศักดิ์ ทำหน้าที่เป็นกลาง ยึดหลักความถูกต้อง ทำงานได้เป็นอย่างดี จึงไม่มีเหตุผลที่จะมีใครไปกดดันให้นายสมศักดิ์ ลาออก ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่พอใจการทำงานของนายสมศักดิ์นั้น ตนได้ตรวจสอบกับคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วก็ไม่เป็นความจริง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
จี้ 'ปชป.' โชว์สำเนาถอดถอน ถ้ามีไม้เด็ดจริง
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า รัฐบาลพยายามปิดปากฝ่ายค้าน โดยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมมือกับรัฐบาลสกัดกั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ล่าสุดนายสมศักดิ์ ได้บรรจุเรื่องไว้แล้ว และวิปรัฐบาลกำหนดวันอภิปรายไว้เป็นวันที่ 26-27 พ.ย. โดยให้เวลา 25 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลที่พร้อมให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่ แต่ขอให้ฝ่ายค้านนำข้อเท็จจริงมาพูดอย่างสร้างสรรค์ อย่ากล่าวหาเลื่อนลอย และยืนยันว่าจะไม่มีการตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี
ด้านนายพิชิต กล่าวว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นมี 2 แบบ คือ 1. การบริหารราชการบกพร่อง และ 2. การกล่าวหาว่าพฤติกรรมไม่ชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริต ซึ่งจะต้องมีการยื่นถอดถอน ทั้งนี้ เราเรียกร้องให้แนบสำเนาถอดถอนให้กับนายสมศักดิ์ด้วย เพราะคนที่ถูกกล่าวหาจะได้ชี้แจง ส่วนพยานหลักฐานนั้นค่อยมาเปิดในการอภิปรายก็ได้ ตรงนี้ไม่ว่ากัน ถ้าแน่จริง มั่นใจว่ามีไม้เด็ดก็ต้องเปิดออกมาเลยว่ากล่าวหาเรื่องอะไร อย่าไปบอกเอาในวันอภิปรายเหมือนที่เคยทำมา ทำแบบนั้นก็ต้องถามว่าอาศัยรัฐธรรมนูญมาตราใด



