
'วราเทพ'ชี้ซักฟอก3วันมากเกิน!
'วราเทพ' ระบุ 'ปชป.' ขอซักฟอก 3 วันมากเกิน ด้าน 'อภิวันท์' หวั่นเกิดสงครามชนชั้น ขณะที่ 'วิสุทธิ์' เตรียมถก 'สมศักดิ์' ปมคำวินิจฉัยศาลรธน.
22 พ.ย. 56 นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในฐานะทำหน้าที่ประสานงานกับวิปรัฐบาล การที่ฝ่ายค้านยังยืนยันขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน มันมากเกินไปให้ไม่ได้ ในเมื่อไม่ยอมยื่นประเด็นอภิปราย เลยไม่รู้ว่าฝ่ายค้านมีประเด็นอภิปรายมากน้อยแค่ไหน การอภิปรายที่ผ่านมาเท่าที่ดูข้อมูลอภิปรายรัฐมนตรี 5 - 6 ท่าน ใช้เวลาเพียง 4 วันเท่านั้น เพราะฉะนั้นการอภิปรายครั้งนี้แค่ 2 คน ก็ไม่น่าเกิน 2 วัน น่าจะเหมาะสมแล้ว โดยเริ่มช่วงบ่ายของวันที่ 26 พ.ย. และวันที่ 27 พ.ย.อีกหนึ่งวันเต็มๆ ส่วนวันที่ 25 พ.ย.นัดประชุมวุฒิสภาไว้ก่อนหน้านี้แล้วถึงช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย.ซึ่งตรงกับการประชุมครม. แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ ตัดสินใจ
'อภิวันท์' จวกม็อบต้านรบ.ปลุกเร้ามวลชนสุ่มเสี่ยงสงครามชนชั้น
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภายหลังจากที่พรรคประกาศจุดยืนต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปแล้วนั้น ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาล โดยมองว่าศาลไม่มีอำนาจ ทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองขณะนี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดสงครามประชาชน เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีการลดราวาศอกกัน เป็นไปได้อย่างไรที่คนไม่รู้จักกันจะเกลียดกันเข้ากระดูกดำได้ถึงขนาดนี้เพียง เพราะมีความเชื่อและเชียร์กันคนละฝ่าย อีกทั้งการปลุกเร้าในที่ชุมนุมก็ทำให้เห็นถึงการดูถูกคนจน โดยไปบอกอีกฝ่ายว่าเป็นหมา เป็นควาย ไปว่าเขาโง่ อย่างนี้คนจนเขารับไม่ได้ ยิ่งสร้างความขัดแย้งให้มากขึ้นและจะกลายเป็นสงครามชนชั้น ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคปท.ที่มาชุมนุมที่หน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ตนมองว่าเป็นการแสดงออกทางความเห็นเท่านั้น แต่ก็ชี้ให้เห็นว่าเขาพยายามทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
'วิสุทธิ์' เตรียมถก 'สมศักดิ์' ปมคำวินิจฉัยศาลรธน.
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เท่าที่ได้ตรวจดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของส.ว.แล้วพบว่า มีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสภาฯและวุฒิสภา เช่น การที่ศาลรัฐธรรมนูญวางแนวให้รัฐสภาจะต้องกำหนดให้ผู้เสนอคำแปรญัตติได้อภิปรายอย่างเต็มที่ การออกเสียงลงคะแนนของส.ส.และส.ว. และการกำหนดวันแปรญัตติเพื่อให้ส.ส.และส.ว.เสนอแก้ไขถ้อยคำในร่างกฎหมายที่จะต้องให้สิทธิ์กับสมาชิกรัฐสภาอย่างเต็มที่ เป็นต้น ซึ่งประเด็นทั้งหมดนี้จะนำเสนอต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในอนาคตต่อไป
นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นที่ตนมีความคิด ที่ต้องเร่งแก้ไขมากที่สุด คือ การต้องเปิดโอกาสให้ผู้เสนอคำแปรญัตติได้สิทธิ์อภิปรายอย่างเต็มที่ เพราะด้านหนึ่งแม้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะรองรับสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาเอาไว้ แต่ในทางปฏิบัติจะมีปัญหาแน่นอน เนื่องจากถ้าปล่อยให้สมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งอภิปรายได้โดยไม่จำกัดเวลาจะมีผลให้การออกกฎหมายของรัฐสภาเป็นไปด้วยความล่าช้า ดังนั้น จะต้องหาแนวทางพูดคุยเพื่อให้ได้ข้อสรุป
"แบบนี้จำเป็นจะเร่งหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้าน ประธานวิปฝ่ายค้าน ประธานวิปรัฐบาล ซึ่งผมจะนำเรื่องนี้หารือกับประธานสภาก่อนจะเชิญทุกฝ่ายมาคุยกันเพื่อหารือต่อไป เพราะเรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก"
ส่วนภาพรวมของการประชุมสภาฯในสมัยประชุมสามัญทั่วไปที่กำลังจะหมดลงในวันที่ 29 พ.ย.นั้น ยอมรับว่า มีความหนักใจเป็นอย่างมากหลังจากเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามควบคุมการประชุมสภาฯ เพื่อให้เป็นที่พอใจกับทุกฝ่ายแต่อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความประนีประนอมกันเพื่อรักษาบรรยากาศบ้านเมืองให้ดีต่อไป ทั้งนี้ใครจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร ตนไม่เคยว่า ตนเคารพความคิดเห็นของทุกคน แต่เมื่อเข้าในสภาแล้วอยากให้ทุกฝ่ายยึดถือกติกาและข้อบังคับการประชุม อย่างการเอานกหวีดเข้าในห้องประชุม ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะถือเป็นสิทธิแต่ขอวิงวอนอย่าเป่านกหวีดในห้องประชุม เพราะสภาถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงเกียรติ



