
ร่วมประเพณีผูกเสี่ยวชาวขอนแก่น
ตื่นตากับโชว์ผ้าไหมนานาชาติ ร่วมประเพณีผูกเสี่ยวชาวขอนแก่น : ประกอบพงษ์ พนะพูล ([email protected]) ... รายงาน
งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ปี 2556 หรืองานไหมที่คนรู้จักกัน ปีนี้งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยงานไหมจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2522 สมัยที่นายชำนาญ พจนา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ต่อมาได้นำเอาประเพณีผูกเสี่ยวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวขอนแก่นและชาวอีสานเข้าจัดร่วมกับงานไหม ในปี 2526 พร้อมรวมงานกาชาดเข้าด้วย จึงมีชื่อว่า 'งานเทศกาลไหม ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น' ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผ้าไหมสินค้าขึ้นชื่อของ จ.ขอนแก่น และภาคอีสานมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและอินเดีย โดยมีการทอผ้าไหมราว 2,640 ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งพ่อค้าชาวจีนได้เผยแพร่ผ้าไหมสู่ประเทศต่างๆ แถบเอเชีย ประเทศไทยนักโบราณคดีพบหลักฐานเกี่ยวกับผ้าไหมที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการใช้ผ้าไหมเมื่อ 3,000 ปีก่อน ผ้าไหมไทยเป็นผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากผ้าไหมทั่วไป มีความแวววาวเป็นมันเลื่อม เนื้อผ้าฟูไม่เรียบ อ่อนนุ่มและมีน้ำหนัก
ขอนแก่นเป็นจังหวัดหนึ่งที่ชาวบ้านประกอบอาชีพการเกษตร หลังว่างเว้นจากการทำนาชาวบ้านนิยมทอผ้าไหมเป็นอาชีพเสริมนำรายได้เข้าสู่ครอบครัว ชุมชนและจังหวัดปีละหลายร้อยล้านบาท ซึ่งปี 2555 จ.ขอนแก่น มียอดจำหน่วยผ้าไหม 360,113,900 บาท โดยชาวอำเภอชนบท นอกจากทำนาแล้วชาวบ้านยังนิยมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อนำเส้นไหมมาทอเป็นผืน แต่ชาวชนบทเริ่มทอผ้ามาตั้งแต่เมื่อใดไม่สามารถสืบประวัติได้ แต่สันนิษฐานว่าผ้าไหมมัดหมี่หน้านาง หรือผ้าปูม เอกลักษณ์ของผ้าไหมอำเภอชนบท น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี หรืออาจมีมาตั้งแต่เริ่มตั้งเมืองชนบทคือประมาณ 200 ปีมาแล้ว
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น บอกว่า จังหวัดร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรมหม่อนไหมจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2556 คณะกรรมการจัดงานได้เปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้แตกต่างจากที่ผ่านมา โดยเน้นยกระดับกิจกรรมงานไหมให้สู่สากลมากขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์ผ้าไหมขอนแก่นออกสู่อาเซียนและนานาชาติ อาทิ จัดแสดงผ้าไหมและสินค้าเกี่ยวกับผ้าไหมจาก 6 ชาติ สมาชิกกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คือ จีน พม่า ลาว ไทย เวียดนามและกัมพูชา และในปี 2558 ไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจังหวัดจึงจัดงานไหมขอนแก่นให้ก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น
งานไหมปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเอกลักษณ์ความสวยงามของผ้าไหมไทย ยกระดับผ้าไหมขอนแก่นให้เป็นที่รู้จักระดับนานาชาติยิ่งขึ้นและอนุรักษณ์การผูกเสี่ยวประเพณีพื้นบ้านที่สืบทอดมายาวนานจนเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แสดงออกถึงความรักความผูกพันประดุจพี่น้อง เผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และปีนี้แม้จะพัฒนางานไหมให้ก้าวสู่สากลแต่ยังอนุรักษ์ประเพณีผูกเสี่ยวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวขอนแก่นเอาไว้ โดยจัดกิจกรรมการผูกเสี่ยวที่ศาลาผูกเสี่ยวทุกคืนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวงานจำนวนมาก
ขณะที่นายสุชาติ เกติมา ผอ.สถาบันเพื่อความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง เล่าว่า เชิญสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเข้าร่วมประชุมวิชาการและจับคู่เจรจาธุรกิจเรื่อง 'เส้นทางไหมลุ่มน้ำโขง' ระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน ที่โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์โฮเต็ล จ.ขอนแก่น โดยมีการเสวนาเกี่ยวกับผ้าไหมในหัวข้อ 'การค้าผ้าไหมในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ความสำคัญและการผลิตไหมสู่ตลาดสากลแนวโน้มและโอกาสการค้าในภูมิและนานาชาติ นวัตกรรมการผลิตไหม' และนำผู้ร่วมสัมมนาลงพื้นที่ อ.ชนบท ไปเจรจาจับคู่ธุรกิจผ้าไหม เยี่ยมชมงานผลิตผ้าไหม แลกเปลี่ยนธุรกิจผ้าไหม พร้อมจัดแสดงบูธผ้าไหมชาติสมาชิกลุ่มน้ำโขงในเทศกาลไหมนานาชาติขอนแก่น
ส่วนนายนกรณ์ ไกรอนุพงษา ผอ.ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ กรมหม่อนไหม บอกว่า ได้สร้างโดม 40x80 เมตร 2 หลัง เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการกระบวนการผลิตหม่อนไหมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตผ้าไหมและพิเศษสุดคือการแสดงชุดผ้าไหมฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และการแสดงแบบแฟชั่นผ้าไหมให้ผู้มาเที่ยวงานได้ชมอย่างใกล้ชิดในวันที่ 2 ธันวาคม และออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมจากจีน เวียดนาม พม่า กัมพู ชาและลาว รวมทั้งผ้าไหมจากจังหวัดต่างๆ ของไทยกว่า 70 บูธ การแสดงศิลปวัฒนธรรมของ 4 ชาติ คือ จีน เวียดนาม ลาวและไทย ณ เวทีกลางงานเทศกาลไหมนานาชาติ
ด้านนางเกศินี สวัสดี วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น บอกว่า ปีนี้คู่เสี่ยวกิตติมศักดิ์ที่จังหวัดเชิญมาร่วมงาน คือ คู่เสี่ยวของนายเหงียน ฮิว ดิ้น กงสุลใหญ่เวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น กับ ด.ต.พิชิต ศรีวิไล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขตอำเภอภูเวียง และคู่ผูกเสี่ยวของนายสินใจ มานีวัน รองกงสุลใหญ่ลาวประจำจังหวัดขอน แก่น กับนายวิรัติ นรคนชม ผู้อำนวยการกองช่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น โดยจะมีการจดทะเบียนคู่เสี่ยวและพิธีผูกเสี่ยวที่ศาลาผูกเสี่ยวภายในงานทุกคืน นอกจากนี้ก็มีการประกวดพานบายศรี ประกวดหมอลำกลอน ประกวดวงดนตรีพื้นบ้านอีสาน ประกวดกลองยาว ประกวดสรภัญญะ ประกวดสวดมนต์หมู่เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของภาคอีสานให้คงอยู่สืบไป
นอกจากนี้ภายในงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ยังมีการออกร้านอาหารนานาชาติเพื่อจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ มีทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารเวียดนามและอาหารลาว พร้อมการแสดงของจังหวัดขอนแก่นและการออกสลากกาชาด ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวสนใจเดินทางมาเที่ยวงานไหมปีนี้มากกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน
---------------------------
(ตื่นตากับโชว์ผ้าไหมนานาชาติ ร่วมประเพณีผูกเสี่ยวชาวขอนแก่น : ประกอบพงษ์ พนะพูล ([email protected]) ... รายงาน)



