
'สมช.'ปัดยอมรับ5เงื่อนไข'บีอาร์เอ็น'
'สมช.' ปัดข่าวยอมรับ 5 เงื่อนไข 'บีอาร์เอ็น' ยันไม่มีการลงนาม นัดหารืออีกรอบ 1-3 ธ.ค. ประเมินม็อบหลัง 24 พ.ย. หากยืดเยื้ออาจขยายวันประกาศใช้พรบ.มั่นคงฯถึงปีใหม่
22 พ.ย.56 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงลงนามยอมรับเงื่อนไขของกลุ่มบีอาร์เอ็นทั้ง 5 ข้อ ว่า ไม่ได้มีการลงนามในเอกสารใดๆทั้งสิ้นและไม่มีการยอมรับใดๆในขณะนี้ เพียงแต่มีการนัดหารือกันอีกครั้ง ประมาณวันที่ 1-3 ธ.ค.นี้ ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดตอนนี้จะมีกลุ่มอื่นเข้ามาพูดคุยด้วยซึ่งขณะนี้ลงตัวแล้ว ดังนั้นเราจึงได้ขอนัดเพื่อพูดคุยกัน
“ซึ่งเมื่อสักครู่ได้โทรศัพท์สานกับฝ่ายผู้ประสานงานมาเลเซีย ดังนั้นจึงถือว่าขณะนี้มีความคืบหน้าในกรอบของการพูดคุยระหว่างประเทสไทยกับกลุ่มขบวนการที่เห็นต่างโดยตรง ไม่เฉพาะกลุ่มบีอาร์เอ็นเท่านั้น” เลขาฯ สมช.กล่าว
เมื่อถามว่าการเปลี่ยนชื่อขบวนการที่เข้ามาพูดคุยด้วยจากกลุ่มผู้ก่อนความไม่สงบกลุ่มต่างๆ เป็น กลุ่มเห็นต่าง ถือเป็นการยกระดับการพูดคุยหรือไม่
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ความจริงแล้วกลุ่มบีอาร์เอ็นก็คือกลุ่มเห็นต่าง แต่เมื่อมีหลายกลุ่มก็ให้เรียกรวมกันไปทั้งหมดว่ากลุ่มเห็นต่าง และถือว่าเป็นการขยับขึ้นไปอีกระดับซึ่งเป็นไปตามนโยบายพูดคุยกับกลุ่มเห็นต่างจากรัฐในนโยบายแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนในข้อกฎหมายจากการเปลี่ยนเป็นกลุ่มเห็นต่างจากรัฐแต่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญไทย
'สมช.' ชี้หากม็อบยืดเยื้ออาจขยายวันประกาศใช้พรบ.มั่นคงฯถึงปีใหม่
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า ในส่วนของ พ.ร.บ.ความมั่นคงซึ่งจะครบกำหนดการประกาศใช้ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงได้มีการเตรียมการไว้ที่จะประกาศขยายวันประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง เพียงแต่จะต้องรอดูสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย.ก่อน เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมราชดำเนินประกาศยกระดับการชุมนุมซึ่งก็ต้องดูก่อนว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ ซึ่งถ้าจะขยายเวลาการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงจริงก็คงต้องขยายเวลาพอสมควร โดยตั้งกรอบไว้ประมาณ 1เดือน ซึ่งอาจจะถึงปีใหม่ แต่ถ้าเหตุการณ์ไม่มีอะไรก็พร้อมที่จะยกเลิกการประกาศใช้ และคงเป็นพื้นที่เดิม
“โดยปัจจัยที่หน่วยงานความมั่นคงพิจารณาคือมีการชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ จำนวนผู้ชุมนุมมีมากน้อยแค่ไหน เชื่อว่าในวันที่ 24 พ.ย. จะมีการจำนวนผู้ชุมนุมจำนวนมากหลายหมื่นคน แต่คงไม่ถึงหลักแสน น่าจะพอๆกับเมื่อวันที่ 11พ.ย.ที่มีการอ่านคำตัดสินของศาลโลก แต่คงไม่ถึงล้านคนเพราะเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ในวันที่ 24 พ.ย. ทางสมช. จะมีการประเมินสถานการณ์ตลอดเวลาว่าการเคลื่อนไหวการชุมนุมจะมีการยกระดับและแสดงพลังอะไร แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงมือที่ 3 ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังมีเงาอยู่” เลขาฯสมช. กล่าว
เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าหากจำนวนผู้ชุมนุมมีจำนวนมากจะเคลื่อนมาที่บริเวณหน้าทำเนียบ เลขาธิการ สมช. กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้มีข่าวอยู่เช่นกัน แต่ผู้ชุมนุมคงไม่บุกเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล แต่จะเป็นการล้อมไว้เท่านั้น เพราะผู้ชุมนุมต้องการแสดงพลังอย่างเต็มที่ ซึ่งก็เป็นปัญหาพอสมควร ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ต้องระมัดระวังเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ แต่ได้เน้นย้ำไว้แล้วว่าเจ้าหน้าที่จะต้องไม่มีอาวุธหรือใช้ความรุนแรง ช่วงที่มีการเผชิญหน้าต้องใช้บุคคลากรที่มีความอดทนอดกลั้น
นอกจากนี้ยังมีมาตรการขึ้นพื้นที่สูงในการตรวจการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะเน้นมาตรการความโปร่งใส พร้อมยินยอมให้สื่อมวลชนและเจ้าของอาคารขึ้นไปดูการปฏิบัติการได้ ดังนั้น ในวันที่ 24 พ.ย. จำเป็นต้องเพิ่มจุดตรวจในพื้นที่ใกล้เคียงและโดยรอบพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ประมาณ 28 จุด เช่นเดียวกับวันลอยกระทง เพราะต้องการคัดกรองและตรวจผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมให้เกิดความปลอดภัย แต่ยังไม่มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ



