ข่าว

'สิงโตคำราม'ต้องมองอนาคต!!

'สิงโตคำราม'ต้องมองอนาคต!!

23 พ.ย. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : สิงโตคำรามต้องมองอนาคต : โดย...จิตติ

 

                          ความพ่ายแพ้ต่อ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี 0-1 ของ "สิงโตคำราม" อังกฤษ เป็นอีก 1 นัดที่พิสูจน์ได้ว่าทีมชาติอังกฤษของ รอย ฮอดจ์สัน ยังห่างชั้นกับทีมชั้นนำของโลก รวมทั้งยังห่างจากการลุ้นแชมป์โลกที่บราซิลในปีหน้า

                          ความพ่ายแพ้ 0-1 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ต่อเนื่องจากความพ่ายแพ้ 0-2 ต่อ ชิลี ส่งผลให้อังกฤษ แพ้ในบ้าน 2 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1977 ซึ่งเรื่องของผลการแข่งขันสองนัดที่ผ่านมาอาจจะเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ แต่สิ่งที่มีมากกว่านั้นคือเรื่องฟอร์มการเล่นของอังกฤษเอง ที่ตลอดทั้งเกม 90 นาที หากจะหาผู้เล่นที่ดีที่สุด คงหนีไม่พ้น โจ ฮาร์ท ที่ช่วยให้ทีมไม่อับอายขายหน้ามากกว่านี้ และน่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ ฮอดจ์สัน ออกมาคุยได้

                          เรื่องของฮาร์ท อาจจะเป็นเพียงเรื่องเดียวที่ฮอดจ์สัน คิดถูกก็ว่าได้ ไม่งั้นคงไม่แพ้ในเวมบลีย์ 2 นัดติดต่อกันครั้งแรกในรอบ 36 ปี

                          เกมที่ผ่านมา เยอรมนี อาจจะชนะได้จากลูกโหม่งของ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เพียงประตูเดียวก็จริง แต่ตลอดเกมทีมเยือนพลาดโอกาสจะจะในการบวกสกอร์อยู่หลายครั้ง ทำให้สกอร์ไม่ขาด แต่ทีมที่ โยอาคิม เลิฟ จัดลงสนาม จะว่าส่งตัวสำรองลงหลายคน หรือจะบอกว่าเป็นทีมชุด บี ก็ว่าได้

                          จากทั้งความพ่ายแพ้ 2 นัดล่าสุด รวมทั้งผลงานที่ลุ่มๆ ดอนๆ ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทำให้ความหวังของอังกฤษในฟุตบอลโลกที่บราซิลปีหน้าดูน้อยลงไปมาก แม้กระทั่งแฟนบอลของตัวเองก็เริ่มยอมรับสภาพแล้วว่าลุ้นยาก อีกทั้งชั้นบอลยังเป็นรองทีมชั้นนำของโลกทีมอื่นๆ

                          อย่าง เครก ไดค์ ประธานบริหารสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ยังยอมรับว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่อังกฤษจะไปลุ้นอะไรในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และหวังจากวางรากฐานให้แข็งแกร่งก่อนจะไปลุ้นจริงๆ เอาในฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งสิ่งสำคัญคงไม่หนีเรื่องนักเตะเยาวชนเป็นหลัก

                          เกมกับเยอรมนี เป็นการสร้างความผิดหวังอีกครั้งให้แฟนบอล 9 หมื่นคนในเวมบลีย์ และช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา อังกฤษก็แทบจะไม่ได้แสดงให้เห็นว่าสามารถมั่นใจในทีมชุดนี้ได้เลย อย่างในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกก็เก็บชัยชนะในบ้านได้เพียง 2 นัดเหนือ มอนเตเนโกร และโปแลนด์ ซึ่ง รอย ฮอดจ์สัน ก็มองในทางเดียวกับไดค์ ว่าจากนี้ต้องทำงานในระยะยาว และมองไปที่ยูโร 2014 แต่ก็มองว่าในปีฉลองครบรอบ 150 ปีสมาคมฟุตบอลปีนี้ก็ไม่ได้เลวร้านไปซะทุกเรื่อง

                          "ผมไม่ได้เตรียมตัวยอมรับความพ่ายแพ้ในเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดซึ่งเราใช้ผู้เล่นไปมากมาย มันยังเป็นเรื่องที่ดี มันยังเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับสมาคมฟุตบอลในการฉลองครบรอบ 150 ปีของพวกเขา และมันก็เป็นปีที่ยอดเยี่ยมของผมเพราะว่าเขาผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก เราบรรลุเป้าหมายของพวกเราและเรากำลังต้องเดินหน้าอีกเยอะ ผมกำลังรออย่างมากกับปี 2014" ฮอดจ์สันกล่าว

                          จุดเริ่มต้นที่ฮอดจ์สัน ต้องแก้ไขให้ได้คือต้องการกองหลังที่มีความมั่นคงมากกว่านี้ เพราะในขณะนี้ทีมยังไม่มีตัวเลือกที่มีระดับอย่างพวกนักเตะเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็น ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอห์น เทอร์รี, เลดลีย์ คิง, เจมี คาร์ราเกอร์ และ โซล แคมป์เบลล์ อย่างเกมกับเยอรมนี ที่ คริส สมอลลิง กับ ฟิล จากิลกา ได้สตาร์ทเป็นเซ็นเตอร์แบ็กตัวจริง เรื่องของลูกกลางอากาศถือว่าไม่มีปัญหา แต่ประสบปัญหาเมื่อเยอรมนี มีการเคลื่อนบอลที่ชาญฉลาดอยู่เสมอ

                          ผู้นำในแนวรับอย่าง จอห์น เทอร์รี ยังไม่สามารถหาตัวตายตัวแทนได้ คู่เซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดตอนนี้ก็มีเพียงแค่ แกรี เคฮิลล์ กับ ฟิล จากิลกา ซึ่งทั้งคู่ยังไม่ใช่ อีกทั้งเรื่องความเร็วก็ยังดูด้อย

                          แดนกลางเป็นอีกจุดที่ต้องปรับปรุงโดยด่วน ทอม เคลเวอร์ลีย์ ขาดความแน่นอน ขณะที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด ในวัย 33 ปี ไม่ได้ดุดันเหมือนก่อน จากสไตล์การเล่นที่มุ่งมั่นทะลุทะลวง เหลือเพียงแค่ผู้เล่นแบบบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ เท่านั้น ทำให้เกมตรงกลางไม่สามารถกดดันใส่คู่แข่งได้เท่าไรนัก

                          ตอนนี้ ฮอดจ์สัน คงได้แต่หวังให้ แจ็ค วิลเชียร์ ฟื้นฟอร์มและเรียกความฟิตกลับมาให้ได้ เพราะตอนนี้น่าจะเป็นกองกลางของอังกฤษเพียงคนเดียวที่สร้างเกมในพื้นที่อันตรายให้ทีมได้ ขณะที่ เยอรมนี แสดงให้เห็นแล้วว่ามีตัวเลือกทั้ง เมซุต โอซิล, โธมัส มุลเลอร์ และ มาริโอ เกิตเซ

                          ที่มีโดดเด่นขึ้นมาใหม่คือ อันดรอส ทาวน์เซนด์ ที่พอจะขึ้นมาเป็นความหวังชั่วครั้งชั่วคราวของทีมได้ในเวลานี้ ซึ่งในตำแหน่งตัวริมเส้น ฮอดจ์สัน ไม่มีอะไรน่าห่วงมากนัก เพราะยังมี ธีโอ วัลคอตต์ และอเลกซ์ แชมเบอร์เลน อีก 2 คนที่มีความเร็วและเป็นทีเด็ดในเกมโต้กลับ ในฟุตบอลโลกที่บราซิล ฮอดจ์สัน ต้องดึงฟอร์มที่ดีที่สุดของทั้ง 3 คนออกมาให้ได้

                          ขณะที่คู่กองหน้าอย่าง เวย์น รูนีย์ กับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ยังต้องมีการปรับปรุงอีกเยอะ ทั้งคู่อาจจะอยู่ในช่วงที่กำลังฟอร์มดี แต่การเล่นในสีเสื้อของทีมชาติอังกฤษแตกต่างจากการเล่นในสโมสรอย่างชัดเจน เกมกับเยอรมนี เป็นอีกครั้งที่ได้เห็นกันว่า ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นนักเตะที่เห็นแก่ตัวเอามากๆ บางทีอาจจะปรับด้วยการส่งนักเตะที่เล่นเพื่อทีมเป็นหลักอย่าง ริกกี แลมเบิร์ต ขึ้นมาเป็นตัวหลักแทน

                          เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่อังกฤษ ต้องพยายามแก้ไขโดยด่วน แต่หากจะแก้ที่พื้นฐานแล้ว ยังไงก็ต้องมองที่พรีเมียร์ลีกเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันมีนักเตะอังกฤษที่มีโอกาสลงเล่นในลีกสูงสุดของตัวเองเพียงแค่ 26 เปอร์เซ็นต์

                          อังกฤษ คงไปบราซิลด้วยความหวัง แต่ไม่มีการคาดหวัง และต้องพยายามปรับปรุงพื้นฐานไปพร้อมๆ กัน ไม่อย่างนั้นก็จะยังห่างชั้นทีมชั้นนำของโลกไปเรื่อยๆ

 

 

---------------------------

(สปอร์ต คม วีกเอนด์ : สิงโตคำรามต้องมองอนาคต : โดย...จิตติ)