ข่าว

'สุภรณ์'ชี้ไร้หน้าที่พิสูจน์'เต้ย'เป็นอส.ทพ.

'สุภรณ์'ชี้ไร้หน้าที่พิสูจน์'เต้ย'เป็นอส.ทพ.

22 พ.ย. 2556

'สุภรณ์'แจงเป็นหน้าที่กองทัพในการยืนยันตัว 'อส.ทพ.เต้ย' ยันหวังดี ทำตามหน้าที่ พร้อมรับสภาพโดนฟ้องกลับ

               22 พ.ย.56 เมื่อเวลา 11.00 น. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ปฏิเสธว่าไม่มีอาสาสมัครทหารพรานที่ชื่อ นายเต้ย จักราช สังกัดอยู่กรมทหารพรานที่ 42 ว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ในการพิสูจน์ว่า นายเต้ยเป็นอาสาสมัครทหารพรานจริงหรือไม่ เพราะไม่ใช่ภารกิจของตน และเรื่องนี้ไม่ใช่การสื่อสารผิดพลาดแต่อย่างใด ทั้งนี้ การทำงานของตนในฐานะมีหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนนั้น ได้เป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง เมื่อมีข้อมูลแล้ว โดยนายเต้ยร้องเรียนมาและให้พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำการบันทึกปากคำ และมีการลงหลักฐานลายเซ็นรับรองด้วย หากตนไม่รีบส่งข่าวถึงประชาชนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สพรรคประชาธิปัตย์ หากมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นมาจริง แล้วใครจะรับผิดชอบ แต่ถ้าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างน้อยถือเป็นการป้องกัน ส่วนการรายงานไปยัง ผบ.ทบ.นั้นเป็นเรื่องของผู้หลักผู้ใหญ่และเป็นหน้าที่ของกองทัพที่จะตรวจสอบนายเต้ย และชี้แจงต่อประชาชนต่อไป และตนได้ส่งข้อมูลผ่านเลขาธิการสมช.เพื่อส่งต่อไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว

                “สิ่งที่ผมทำนั้น ผมทำตามขั้นตอนและมีหลักฐาน หากนายเต้ย ไม่มีตัวตนที่แท้จริงตามที่อ้างว่าเป็นทหารพรานนั้น ผมต้องของอภัยทางกองทัพและแม่ทัพภาค 4 โดยผมไม่ได้มีส่วนก้าวล่วงถึงกองทัพเลย และไม่เคยพูดให้กองทัพเสียหาย โดยผมพยายามตั้งคำถาม เพียงว่า นายสุเทพมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ และเหตุใดนายเต้ยจึงนำเสนอข่าวเช่นนั้น” นายสุภรณ์ กล่าว

               นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนในการตรวจสอบว่านายเต้ยมีเจตนาต่อไปนั้น ก็จะดำเนินต่อไป ถึงแม้ว่ากองทัพยืนยันว่า ไม่ได้เป็นอาสาสมัครทหารพรานจริง อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับนายเต้ยมาก่อน และเรื่องนี้ไม่มีการจ้างวานแน่นอน ซึ่งนายเต้ยเพียงเข้ามาร้องเรียนกับตนและมีหลักฐานยืนยันตนเท่านั้น และก่อนที่จะมีการนำตัวมาแถลงข่าว ได้มีการสอบปากคำจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลแล้ว ซึ่งขณะนี้นายเต้ยกลับไปอยู่กับญาติในที่ปลอดภัย

               เมื่อถามว่า สุดท้ายจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลหรือไม่ นายสุภรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้เวลาในการพิสูจน์ ซึ่งกรณีของนายเต้ยยังไม่ใช่เรื่องที่ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะจะต้องใช้กระบวนการในการตรวจสอบต่อไปว่า นายเต้ยที่กล้าแสดงตัวออกมาสุดท้ายมีวัตถุประสงค์อะไร ส่วนหากเป็นข้อเท็จจริง ก็ต้องว่ากันไปตามกฎและถ้ากองทัพหรือนายสุเทพจะฟ้องร้องตนก็มีสิทธิ์ทำได้ และตนขอยืนยันจะมีการชี้แจงเพื่อให้ทราบถึงความจริงต่อไป