
'กรมศุลฯ'จับค้าสัตว์ป่าค่ากว่าล้าน
'กรมศุลกากร' จับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองข้ามชาติประเภทตัวนิ่มมีชีวิต รวมมูลค่ากว่าล้านบาท
22 พ.ย. 56 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กรมศุลกากร คลองเตย นายไพศาล ชื่นจิตร ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากรแถลงข่าวจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้ของกลางเป็นตัวนิ่ม จำนวน 122 ตัว รวมมูลค่ากว่าล้านบาท
นายไพศาล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 00.45 น.ที่ผ่านมา นายนิมิตร แสงอำไพ ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนปราบปราม 2 ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนค้าสัตว์ป่าการลักลอบนำสัตว์ป่าคุ้มครองเข้ามาภายในประเทศ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ศุลกากรหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ส่วนสืบสวนปราบปราม 2 สกัดรถยนต์ต้องสงสัยได้ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 361 ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร) ใกล้ตลาด อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยจากการตรวจค้นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 1 กฌ 3011 กทม. โดยมีนายสุริยา ศรีพุทธา สัญชาติไทย เป็นผู้ขับขี่ และนายกิตติกร ไชยันโต นั่งมาในรถ พบตัวนิ่มมีชีวิตหรือลิ่นชวา (MANIS JAVANICA) ถิ่นกำเนิดต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ตามบัญชีหมายเลข 2 บรรจุอยู่ในตะกร้าพลาสติก จำนวน 122 ตัว รวมมูลค่าของกลางกว่าล้านบาท
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ขนส่งตัวนิ่มจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาโดยรับซื้อตัวนิ่มจากประเทศมาเลเซีย ในราคาเฉลี่ยตัวละ 5,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดทางภาคอีสาน ซึ่งหากลักลอบนำส่งข้ามไปประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จะขายได้ถึงตัวละ 20,000 บาท ซึ่งขบวนการลักลอบนำสัตว์ป่าฯดังกล่าวนี้มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยตัวนิ่มเหล่านี้จะถูกนำไปทำยาโด๊ปเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศตามความเชื่อของชาวจีน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐานนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษี หรือของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือของที่ยังไม่ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร หรือซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอาการ ข้อห้าม หรือข้อกำกัด อันเป็นความผิดตามมาตรา 27 และมาตรา 27 ทวิ แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ประกอบมาตรา 16,17 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 , พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ยึดของกลางพร้อมผู้ต้องหานำส่งกรมศุลกากร ดำเนินคดีโดยสัตว์ทั้งหมดนำส่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



