ข่าว

'มาร์ค'ฉะ'ปู'ลอยตัวเหนือปัญหาปมศาลรธน.

'มาร์ค'ฉะ'ปู'ลอยตัวเหนือปัญหาปมศาลรธน.

22 พ.ย. 2556

'มาร์ค'บี้'ปู-พท.'รับผิดชอบหลังทูลเกล้าฯแก้รธน.ปมที่มาส.ว.ท้า'นายกฯ'ประกาศชัดรับอำนาจศาลหรือไม่ เตรียมยื่น'ป.ป.ช.'ฟันคดีอาญาทั้ง'สมศักดิ์-นิคม-เลขาฯสภา'

                22 พ.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่ประชุมมีมติเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กับพรรคเพื่อไทยทบทวนท่าทีและแสดงความรับผิดชอบ ต่อกรณีที่มีการนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มา ส.ว.ทูลเกล้าฯทั้ง ๆ ที่ยังมีปัญหาข้อกฎหมาย อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่ฟังเสียงท้วงติงจากฝ่ายต่าง ๆ

               ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวต่อว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 โดยเห็นว่าหากนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย ยังเป็นนักการเมืองที่เคารพระบอบประชาธิไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากยังเป็นนักการเมืองที่ยึดถืดในเรื่องหลักนิติธรรม และยังต้องการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ก็ต้องทบทวนและปรับทัศนคติในเรืองนี้ เนื่องจากได้สร้างความเสียหาย จนกำลังจะนำชาติสู่วิกฤติรุนแรง หากยังไม่มีการทบทวนในเรื่องดังกล่าว

               "เมื่อรัฐบาลสร้างปัญหากระทำความผิด แต่ไม่มีแนวโน้มแสดงความรับผิดชอบ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะดำเนินการทั้งทางการเมืองและในทางกฎหมาย คือ 1. มีการศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว จากคำวินิจฉัยดังกล่าวมีบุคคลที่กระทำความผิด คือ จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและบางส่วนกระทำความผิดทางอาญา พรรคจะร้องขอให้มีการถอดถอนบุคคลที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกลุ่มบุคคลที่เสนอ และใช้เอกสารปลอมให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา , นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่รองประธานรัฐสภา และนายสุวิจักษณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งสมาชิกรัฐสภาผู้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมด 312 คน เพราะทราบอยู่แล้วว่าไม่ใช่ร่างที่ตัวเองเสนอต่อสภา แต่ไม่มีการยับยั้งเอกสารปลอมดังกล่าว และกรณีการเสียบบัตรแทนกันของนายนริศร ทองธิลาศ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ที่มีการลงคะแนนแทน ส.ส.คนอื่นด้วย

               ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการถอดถอนนอกจากประเด็นที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีความผิดอื่นที่ศาลบรรยายไว้ ตั้งแต่การตัดสิทธิการแปรญัตติผิดตามข้อบังคับ คือ กรณีที่นายสมศักดิ์ และกรณีที่ประธานในที่ประชุม ปล่อยให้มีการปิดอภิปรายตัดสิทธิ ผู้เสนอคำแปรญัตติหรือผู้สงวนคำแปรญัตติ รวมถึงบุคคลที่ลงมติสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง ของผู้ที่ลงมติในมาตรา 11 และ 11/1 รวมถึงให้ความเห็นชอบในวาระสามทั้งหมดด้วย ซึ่งมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมอยู่ด้วย โดยจะยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ได้ในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อให้บุคคลเหล่านี้รับผิดชอบต่อการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น

               “ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ทบทวนจุดยืนและแนวคิด เท่ากับกำลังจะบอกว่าการดำเนินการในประเทศนี้ จะปลอมเอกสารก็ได้ จะทุจริตใช้สิทธิแทนคนอื่นก็ได้ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อย่าเอาเรื่องอื่นมากลบเกลื่อนความผิด ที่มีพยานหลักฐานชัดเจน และอย่าเบี่ยงเบนไปเป็นกรณีอื่น เช่น การประกาศท้าทายไม่ยอมรับอำนาจศาล และจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายกฯจะลอยตัวเหนือปัญหาไม่ได้ การที่บอกว่า ยังบอกไม่ได้ ว่าจะยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ แสดงว่าจะยอมรับก็ต่อเมื่อถูกใจตัวเองเท่านั้นใช่หรือไม่ จึงขอให้นายกฯพูดให้ชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับอำนาจศาลใช่หรือไม่ จะดำเนินการทางกฎหมายได้อย่างถูกต้อง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่นายกรัฐมนตรีจะตีมึน โดยไม่นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมกลับมา หลังจากที่ค้างอยู่ในขั้นตอนการทูลเกล้าฯ เพื่อทิ้งเวลาให้เกิน 90 วัน โดยอ้างว่าไม่พระราชทานคืนกลับมา จากนั้นใช้เสียงข้างมากยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาอีกครั้ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้เพราะรัฐบาลมีเจตนาชัดเจน ว่าจะไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากทำเช่นนั้นจะเป็นการท้าทายกฎหมาย และประชาชนอย่างมาก

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ผลคำวินิจฉัยร่างแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่อาจบังคับใช้ได้อยู่แล้ว นายกฯในฐานะที่เป็นผู้เสนอร่างก็ควรกราบบังคมทูล ถวายรายงานเพื่อให้เป็นข้อยุติที่ชัดเจนว่าหมดสภาพไปแล้ว เพราะคำวินิจฉัยมีความชัดเจน ถ้านายกฯไม่เข้าใจอ้างว่าต้องถามกฤษฎีกา ตนก็มั่นใจว่ากฤษฎีกาก็ต้องยืนยันตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว

               ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ถ้าไม่ยอมรับอำนาจศาล ให้ประกาศมาว่า ที่นายกฯไม่ทำอะไรเลย เพราะไม่ยอมรับอำนาจศาล ประชาชนและองค์กรที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง นายกฯต้องรับผิดชอบในฐานะเป็น ส.ส.คนหนึ่ง จะอ้างว่า ไม่มีอำนาจเด็ดขาดในพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพราะนอกจากเป็นส.ส.แล้วนายกฯยังเป็นบุคคลที่ต้องปฏิบัติ เกี่ยวกับร่างกฎหมายทุกฉบับ และขั้นตอนปัจจุบันเป็นภาระหน้าที่ของนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นกราบบังคมทูลถวายรายงาน หรือการดำเนินการในขั้นตอนพระมหากษัตริย์อย่างไร ก็ต้องกลับมาที่นายกฯอยู่ดี จึงต้องทำให้ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

                “ขอให้หยุดเบี่ยงเบนประเด็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญก้าวล่วงพระราชอำนาจ หรือบิดเบือนว่าเป็นความขัดแย้ง ระหว่างสถาบันตุลาการกับสถาบันสูงสุด เพราะไม่ใช่ความจริง ไม่มีประเทศประชาธิปไตยไหนที่ไม่ยึดหลักนิติธรรม แต่หากยังเดินหน้าเช่นนี้ก็จะนำประเทศเข้าสู่วิกฤติมากขึ้น ทำให้ประชาชนเสียโอกาส เพราะมีปัญหามากอยู่แล้วเศรษฐกิจไม่ดี เกษตรกรไม่ได้เงินจากจำนำข้าว และประชาชนรับไม่ได้กับการทำลายค่านิยมที่ดีในสังคมด้วยการล้างผิดให้คนโกง มีแต่จะทำให้เกิดความรุนแรงและความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

               ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการดำเนินการทางการเมืองในสภาว่า จะอภิปรายไม่ไว้วางใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มความสามารถ พร้อมกับเรียกร้องว่าเมื่อญัตตินี้สมบูรณ์แล้ว พรรคก็พร้อมให้ความร่วมมือดำเนินการตามข้อบังคับ นายกฯและรัฐบาลต้องให้พรรคปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยเห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสม คือ 3 วัน

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขอให้รัฐบาลเปิดอภิปรายในวันจันทร์ที่ 25-พุธที่ 27 พ.ย.56 และลงมติวันพฤหัสฯที่ 28 พ.ย.ในช่วงเช้า ซึ่งจะทำให้วุฒิสภาสามารถประชุมในช่วงบ่ายได้ด้วย ทั้งนี้ จากปัญหาที่รัฐบาลสร้างขึ้นจนนำไปสู่การชุมนุมของประชาชน พรรคยืนยันสิทธิของประชาชนในการแสดงความไม่เห็นด้วย และรัฐบาลต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในกรอบของกฎหมาย แต่ห่วงว่า รัฐบาลพยายามใช้เล่ห์กลวาทะกรรม บิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างปัญหาหรือข่มขู่พี่น้องประชาชนที่แสดงออกโดยสุจริต ซึ่งพรรคจะมีส่วนร่วมในการพิทักษ์สิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญต่อไป

 

 

"ส.ว.สรรหา" ซัด "จารุพงศ์" ละเมิดพระราชอำนาจ

 

               พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบัน พร้อมคณะ แถลงข่าวถึงกรณีที่ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการฯ กระทำการกระทบกระเทือนต่อพระราชอำนาจและปฏิเสธอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ โดยกมธ.เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ เพื่อใช้อำนาจหน้าที่ในทางศาล ซึ่งเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยทางศาลของพระมหากษัตริย์ การใช้อำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นอำนาจเด็ดขาด มีผลผูกพันกับรัฐสภา ครม. ศาล และองค์กรอื่นของรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 วรรค 5 คำวินิจฉัยจึงผูกพันรัฐสภา และคณะรัฐบาล ให้ปฏิบัติตาม

               พล.อ.เลิศฤทธิ์ กล่าวต่อว่า การแถลงการณ์ดังกล่าวของรมว.มหาดไทย เป็นการจงใจฝ่าฝืนหลักการของรัฐธรรมนูญ ละเมิดพระราชอำนาจ ฝ่าฝืนหลักนิติรัฐ และจะนำประเทศชาติไปสู่การล้มเหลวทางการปกครอง กมธ.จึงขอเรียกร้องให้ผู้กระทำการดังกล่าว ทั้งผู้สนับสนุนในฐานะองค์กรทางการเมือง และบุคคล ให้หยุดกระทำการดังกล่าวทันที และเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีดำเนินการขอพระราชทานคืนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาส.ว. ซึ่งตกไปแล้ว โดยผลของกฎหมายตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยพลัน เพื่อมิให้เป็นพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นการดำเนินการโดยมิบังควร และถ้ายังดื้อดึงไม่ดำเนินการ จะถือว่าเป็นการจงใจล่วงละเมิดพระราชอำนาจ