ข่าว

'นพดล'ชี้คำตัดสินศาลรธน.เหมือนปิดซอยวิ่ง

'นพดล'ชี้คำตัดสินศาลรธน.เหมือนปิดซอยวิ่ง

22 พ.ย. 2556

"นพดล" ชี้ คำตัดสินศาลรธน.เหมือนปิดซอยวิ่ง ใช้อำนาจที่ไม่มีตามกม. ยกระดับรธน.50 เป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามแตะต้อง




          วันที่ 22 พ.ย.56 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเรียนกฎหมายรัฐธรรมนูญจากประเทศอังกฤษมาบ้าง ซึ่งประเทศอังกฤษไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ เพราะอำนาจสูงสุดอยู่ที่รัฐสภา เพราะเป็นตัวแทนปวงชนทั้งประเทศ ถ้าวันนี้ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญในยุโรปเดินทางมาเมืองไทยและได้ฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไทยเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาคงจะต้องร้องว่า Oh My God เพราะไม่มีประเทศใดในโลกที่ยอมให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นซุปเปอร์องค์กรเหนือรัฐธรรมนูญและสถาปนาอำนาจให้ตนเองได้ เพราะจะสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและใช้อำนาจเหนืออำนาจอื่น ดังนั้นจึงเป็นที่มาของหลักการแบ่งแยกอำนาจที่ไม่ต้องการให้อำนาจอธิปไตยคือ ตุลาการ บริหาร หรือนิติบัญญัติ อยู่ในมือคนหนึ่งคนใด ยกเว้นในประเทศเผด็จการเท่านั้น "
      
          นายนพดล กล่าวอีกว่า คำตัดสินครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ เช่น ประการที่ 1 ตุลาการ 5 ท่านไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญปี 50 ที่จะเข้าไปวินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภาตามมาตรา291 การตัดสินจึงเป็นการสถาปนาอำนาจให้ตัวเองอย่างชัดแจ้ง
    
          " ปกติเราเปรียบเปรยการก้าวก่ายอำนาจขององค์กรอื่นว่าเป็นการวิ่งคร่อมเลน แต่การที่ใครใช้อำนาจของตนที่ไม่มีตามกฎหมายนั้น เป็นเสมือนการปิดซอยวิ่ง" นายนพดล กล่าว
      
          นายนพดล กล่าวอีกว่า  ประการที่ 2 ศาลเน้นย้ำในคำตัดสินว่าประเทศต้องยึดหลักนิติธรรม แต่การใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญถือเป็นการละเมิดหลักนิติธรรมด้วยตัวเอง ประการที่ 3 ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะยกระดับรัฐธรรมนูญปี 50 ให้เป็นเสมือนคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวแทนประชาชนไม่อาจไปแก้ไขได้ เพราะเมื่อรัฐสภาต้องการแก้ทั้งฉบับศาลก็บอกให้ไปแก้เป็นรายมาตรา แต่เมื่อแก้เป็นรายมาตรา ตุลาการ 5 คนก็บอกว่าขัดรัฐธรรมนูญปี 50 เท่ากับว่าในอนาคตจะแก้อะไรไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยที่เลือกตัวแทนมานั่งในสภาฯ แต่ตุลาการเสียงข้างมาก 5 คนกลับมีอำนาจมากกว่าประชาชน 61 ล้านคนทั้งประเทศ ประการที่ 4 คำตัดสินทำให้เห็นการมอบอำนาจให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเลือก ส.ว.เข้ามาได้โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยและกระทำกันในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น กลายเป็นเรื่องที่ผิด และศาลรัฐธรรมนูญยังบอกว่าเป็นการได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองที่มิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการวินิจฉัยที่ขัดกับเหตุผลและหลักการประชาธิปไตยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การที่ศาลบอกว่า การมีส.ว.แต่งตั้งเป็นการคานอำนาจรัฐบาลนั้น ขัดกับหลักการประชาธิปไตยที่ใช้กันทั่วโลก

          " พรรคเพื่อไทยจะเร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องทั่วประเทศถึงคำตัดสินของตุลาการเสียงข้างมาก 5 คนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่นักกฎหมาย และจะมีพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยจัดทำเอกสารและซีดีนับล้านแผ่น เผยแพร่ให้พี่น้องได้เข้าใจถึงหลักการประชาธิปไตยและการตัดสินของศาลที่มิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นที่ชัดเจนว่าฝ่ายประชาธิปไตยต้องทำงานหนักมากขึ้นเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคงจะเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ต้องเตรียมมือรับกับการดำเนินการขององค์กรต่างๆ ที่จะตามมา แต่ตนเชื่อว่าความถูกต้องจะชนะในที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยของเรามีมาตรฐานทางกฎหมาย และมีความมั่นคงให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ต่อไป" นายนพดล กล่าว