ข่าว

ฝนถล่มใต้!'พัทลุง'ท่วมแล้วหนักสุด4อำเภอ

ฝนถล่มใต้!'พัทลุง'ท่วมแล้วหนักสุด4อำเภอ

22 พ.ย. 2556

'พัทลุง'น้ำท่วมแล้ว 11 อำเภอ หนักสุด 4 อำเภอระดับน้ำสูง 1 เมตร ด้านน้ำป่าเทือกเขาหลวงทะลัก จ่อท่วมเมืองนครศรีฯ ด้านน้ำป่าเทือกเขาบรรทัดไหลท่วมถ.เพชรเกษม'ตรัง'

            เมื่อเวลา 08.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้น้ำได้ท่วมขังในบริเวณถนนสายพัทลุง-ตรัง ทั้งขาขึ้น ขาล่อง ท้องที่ หมู่ 1 ต.ลำสินธิ์ อ.ศรีนครินทร์ มีน้ำไหลผ่านทั้งสองฝั่งถนน ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 70 - 1 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดช่องจราจรเพียงเดียว คือ ขึ้นฝั่งขาขึ้น ทำให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาวร่วม 2 กม.ระดับน้ำทรงตัวและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากฝนยังไม่หยุดตก ล่าสุดรถเล็กไม่สามารถผ่านได้

            ทั้งนี้ ปริมาณน้ำฝนยังไหลเข้าท่วมถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ทำให้ร้านค้าต่าง ๆ ต้องปิดการให้บริการ ส่วนเส้นทางสายเอเชีย ช่วงพัทลุง-นครศรีธรรมราช มีน้ำไหลผ่านถนนในฝั่งขาขึ้น ช่วงสี่แยกโพธิ์ทอง อ.ควนขนุน ผู้ที่สัญจรไป-มา ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ในขณะเส้นทางเข้าที่อำเภอศรีบรรพต โดนตัดขาด เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมสูง

            ล่าสุด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง สรุปพื้นที่ที่มีน้ำท่วมหนักที่สุดในขณะนี้คือ พื้นที่ อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ อ.ควนขนุน และอ.เมือง ระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 1 เมตร

               
 

น้ำป่าเทือกเขาหลวงทะลัก จ่อท่วมเมืองนครศรีธรรมราช ผว.เตือนปชช.พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง

 

             นายกิตติพันธ์ เพชรชู นายอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ถูกน้ำป่าไหลหลาก โดยมีเส้นทางการจราจรได้รับผลกระทบโดยเฉพาะสายลานสกา-จันดี ถูกน้ำป่าเข้าท่วมเป็นระยะ ขณะที่ต้นน้ำคลองท่าดี ซึ่งเป็นต้นน้ำสายหลักที่ส่งผลกระทบกับการไหลบ่าเข้าท่วมตัวเมืองนครศรีธรรมราช พบว่า น้ำป่าได้ไหลหลากลงมาอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง น้ำมีสีเข้มโดยมีระดับสูงถึง 4.70 ม. และมวลน้ำจำนวนมากที่หลากลงมาจากเทือกเขาหลวงจะส่งผลกระทบกับตัวเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ในอีกกี่ไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าระดับน้ำที่ท่วมอยู่แล้วจะเพิ่มระดับสูงขึ้น

             นายเจษฎา วัฒนานุรักษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า  ฝนได้ตกหนักเกินกว่า 50 มิลลิเมตรในทุกอำเภอ แต่ที่เกิน 100 มิลลิเมตร มี 7 อำเภอ คือ อำเภอชะอวด 198 มิลลิเมตร อำเภอร่อนพิบูลย์ 195.5 มิลลิเมตร อ.เชียรใหญ่ 195 มิลลิเมตร อ.ลานสกา 155 มิลลิเมตร อ.หัวไทร 150 มิลลิเมตร อ.พระพรหม 120 มิลลิเมตร และอ.จุฬาภรณ์ 115 มิลลิเมตร ได้ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของจังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งแต่ช่วงดึกเมื่อคืนที่ผ่านมาในหลายอำเภอ ประชาชนต้องขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่ปลอดภัย

             "เช่น อ.ทุ่งสง อ.เมือง อ.ชะอวด อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ลานสกา อ.พระพรหม เป็นต้น โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ชะอวด และร่อนพิบูลย์ ถือว่าหนักมากที่สุด โรงเรียนบางแห่งถูกน้ำท่วม เช่น โรงเรียนวัดกาโห่ใต้ ต.ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด ส่วนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีน้ำท่วมขังถนน ซอยต่าง ๆ หลายจุด นอกจากนั้น ในพื้นที่ตำบลรอบนอก เช่น ต.นาทราย ต.ไชยมนตรี ต. ม่วงสองต้น ต.โพธิ์เสด็จ ต.บางจาก ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจากคลองท่าดี ที่ไหลลงมาจากอ.ลานสกา ก่อนไหลออกอ่าวไทยผ่านคลองท่าซัก และคลองหัวตรุด-บางจาก" นายเจษฎา กล่าว

              ด้านนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มและคลื่นลมแรงอย่างต่อเนื่องต่อไป เนื่องจากฝนยังตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่วนการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัตินั้น ต้องรอให้แต่ละอำเภอสำรวจพื้นที่ประสบภัยแล้วรายงานไปยังจังหวัด เพื่อประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินต่อไป

 

 

น้ำป่าเทือกเขาบรรทัด ไหลท่วมถนเพชรเกษมจ.ตรัง

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอด 4 วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำไหลจากเทือกเขาบรรทัด ลงคลองนางน้อย ซึ่งเป็นลำคลองที่รับน้ำจากเขาบรรทัด จากตำบลช่อง ผ่านตำบลละมอ เข้าสู่เขตเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ และเขตเทศบาลนครตรัง ทำให้พื้นที่ราบลุ่ม น้ำจะไหลเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ 2 ฝั่งคลองนางน้อย

               โดยเฉพาะบริเวณกิโลเมตร ที่ 50 ถนนเพชรเกษม ระหว่างหน้าโรงเรียนวัดมงคลสถาน ตำบลละมอ ถึงทางเข้าถนนหนองยวน น้ำท่วมสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร รถยนต์สามารถผ่านได้ แต่ต้องวิ่งเลนเดียว ขณะที่ ชาวบ้านใกล้เคียงบริเวณดังกล่าวได้อพยพสิ่งของ สัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นทางน้ำไหลผ่าน จากเทือกเขาบรรทัด เกิดน้ำท่วมซ้ำซากบ่อยครั้ง นอกจากนั้น น้ำยังได้เข้าท่วมพื้นที่การเกษตร สวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน และจากการที่ฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในลำคลองสาขาที่รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด มีปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ

                ขณะที่ นายสันติ วงศ์ยงศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงการทางตรัง ได้นำเจ้าหน้าที่แขวงการทางตรังไปอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่จะเดินทางไปยังจังหวัดพัทลุง และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่จะผ่านจุดที่น้ำท่วมถนนเพชรเกษมแล้ว ส่วนนายสมศักดิ์ ปะริสุทโท เหมธานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย ใกล้ภูเขาสูง ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ราบลุ่ม ให้เฝ้าระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลันอย่างใกล้ชิด

 

 

สถานการณ์น้ำในยะลายังไม่วิกฤติ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมขนย้ายสิ่งของ

 

               เมื่อเวลา 09.20 น ที่บริเวณแนวสันเขื่อนกั้นน้ำ สวนศรีเมือง ริมแม่น้ำปัตตานี ในเขตเทศบาลนครยะลา นายอนุรักษ์ ธีระโชติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานยะลา ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพของสันเขื่อนริมแม่น้ำปัตตานี เพื่อตรวจสอบแนวสันเขื่อนกั้นน้ำ ซึ่งเป็นจุดหลักที่จะป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมภายในเขตเทศบาลนครยะลา หากเกิดภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ติดต่อกันหลายวัน และตรวจสอบประตูระบายน้ำ ตลอดแนวสันเขื่อนที่มีระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร โดยเฉพาะที่ สถานีสูบน้ำ B ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลา ที่ทำหน้าที่ในการสูบน้ำเพื่อระบายน้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบาลนครยะลาออกจากพื้นที่ โดยพบว่า สถานีสูบน้ำดังกล่าวอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินการเร่งสูบน้ำที่ขังอยู่ในพื้นที่ออกเพื่อรองน้ำฝนที่จะตกลงมาใหม่

               นายอนุรักษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพน้ำของจังหวัดยะลา ในวันนี้พบว่า มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากสภาพฝนเมื่อคืนวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา จนถึงเช้าวันนี้ มีแนวโน้มลดลงส่งผลให้ระดับในวันนี้พบว่า ต่ำกว่าระดับวิกฤติ แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในจังหวัดยะลาส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลายรุนแรง เข้าท่วมถนนชนบทหลายสาย บางสายสูงถึง 50 เซนติเมตร และจากการตรวจวัดสภาพน้ำเมื่อเช้าที่ผ่านมา พบว่าต่ำกว่าระดับวิกฤติ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูมรสุมนี้คาดว่า จะยังคงมีพายุและฝนลงมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากและอุทกภัยได้หลายพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดยะลาได้มีการประสานงาน และแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อชี้แจงประชาชนให้รับทราบถึงสถานการณ์และแนวโน้มของการเกิดปัญหาอุทกภัย

               ผู้อำนวยการโครงการชลประทานยะลา กล่าวต่อว่า ในขณะนี้ทางจังหวัดได้มีการประชุมเพื่อความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้โครงการชลประทานยะลาได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่แล้ว โดยเฉพาะที่โครงการฟาร์มตัวอย่างวังพญา-ท่าธง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งคิดว่าหากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่อยู่ในปริมาณที่ไม่มากนัก เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนก็สามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มบริเวณ 2 ฝั่งแม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำปัตตานี ให้ระมัดระวังตนเองเตรียมในการขนย้ายสิ่งของไว้ในที่สูง ติดตามข่างการพยากรอากาศ และการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด

               
 

 

ภาคใต้ ยังคงมีฝนหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

 

                พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 22 พฤศจิกายน 2556


                ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น.หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง คาดว่า จะเคลื่อนลงสู่ทะเลอันดามันในวันนี้ ทำให้บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ยังคงมีฝนหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายและผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากรวมทั้งปริมาณฝนสะสมต่อเนื่องที่มีปริมาณมากต่อไปจนถึงวันที่ 23 พ.ย.นี้

                สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2556 ไว้ด้วย

                พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

                ภาคเหนือ  อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอย อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

                ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภู อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

                ภาคกลาง  อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

               ภาคตะวันออก  อากาศเย็นทางตอนบนของภาคกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากตามบริเวณชายฝั่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

              ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

             ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

            กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  มีเมฆเป็นส่วนมาก อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โอกาสมีฝนตก ร้อยละ 20 อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

...............................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)