
'ยิ่งลักษณ์ ยิ่งอยู่ ยิ่งช้ำ'ยุบสภาหนทางที่ต้องเลือก
'ยิ่งลักษณ์ ยิ่งอยู่ ยิ่งช้ำ' 'ยุบสภา'หนทางที่ต้องเลือก : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น
รัฐบาลจะเดินไปอย่างไร หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญ? ทิศทางการเมืองจะเป็นอย่างไร? เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้
ความจริงถ้าดูเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ไม่ได้สร้างปัญหาให้ฝ่ายรัฐบาลมากนัก เพราะศาลไม่ได้ห้ามว่า รัฐสภาไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่บอกว่า กระบวนการในพิจารณามี "การกระทำ" ที่ไม่ถูกต้อง และในเนื้อหาที่แก้ไขขัดรัฐธรรมนูญ นั่นคือ รัฐสภาก็ยังมีสิทธิแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาต่อรัฐบาลอย่างมาก คือ ผลต่อเนื่องที่เกิดมาจากคำพิพากษาที่ "ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล" กำลังนำไปขยายผล
ผู้ที่ตกเป็นเป้าที่จะโดนเล่นงาน ซึ่งจะมีผลต่อ "อนาคตของรัฐบาล" มี 3 ส่วน คือ "312 ส.ส.และ ส.ว." (ส.ส.262 คน และ ส.ว.50 คน) ในฐานะผู้เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเรื่องนี้, "สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" ประธานสภาผู้แทนฯ ในฐานะประธานรัฐสภา กับ "นิคม ไวยรัชพานิช" ประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมและมีการดำเนินการที่ผิดข้อบังคับการประชุม และ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ในฐานะผู้ทูลเกล้าฯ ถวายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ "ที่มีปัญหา" โดนข้อหา "กระทำการมิบังควร"
ทางแรก คือ "ถอดถอนออกจากตำแหน่ง" ก่อนหน้านี้มีกลุ่ม ส.ว.ไปยื่นเรื่องถอดถอน 312 ส.ส.-ส.ว.ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไว้แล้ว ป.ป.ช.จึงสามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ทันที ที่สำคัญหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในเรื่องนี้ออกมาแล้ว จะเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักที่สุด ป.ป.ช.อาจไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากในการไต่สวน
อีกทาง คือ การยื่นคำร้องเพื่อ "ดำเนินคดีอาญา" กับบุคคลทั้งสามส่วนดังกล่าว ซึ่งมีผู้ไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.แล้วเช่นกัน และทางพรรคประชาธิปัตย์เองก็เตรียมดำเนินการเช่นกัน
เมื่อ ป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนคำร้องเพื่อถอดถอนและดำเนินคดีอาญากับ 312 ส.ส.-ส.ว., นายสมศักดิ์ และนายนิคม หมายความว่า ทั้งหมดมีสิทธิโดนถอดถอน และถูกดำเนินคดีอาญา และเพียงแค่ ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วชี้ว่าความผิดมีมูล ทุกคนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ตอนนี้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ยังไม่โดนยื่นถอดถอน หรือดำเนินคดีอาญา แต่มีความเป็นไปได้ว่า อีกไม่นานก็น่าจะมีคนยื่น
นึกภาพ 312 ส.ส.-ส.ว., ประธานสมศักดิ์, ประธานนิคม และหรือนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จุดนี้เองที่จะทำให้เกิดภาวะ "สุญญากาศ" หรือ "เดดล็อก" ทางการเมือง
ในส่วนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง สุดท้ายอาจจะถอดถอนไม่ได้ เพราะต้องใช้เสียงมากถึง 3 ใน 5 ของ ส.ว.ทั้งหมดที่ปัจจุบันมีอยู่ 149 คน แต่ในส่วนการดำเนินคดีอาญาที่จะไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนั้น โอกาสรอดน่าจะมีน้อยมาก
มองปัจจัยแวดล้อม นอกจากผลสืบเนื่องจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐบาลต้อง "เสียศูนย์" ยังมี "ระเบิด" อีกหลายลูกที่รัฐบาลต้องเจอ
ระเบิดลูกแรก "ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190" ที่ตัดอำนาจของรัฐสภาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาต่างๆ ที่รัฐบาลจะไปลงนามกับต่างประเทศ เช่น หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง จากเดิมที่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน ตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว เมื่อพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องการแก้ไขที่มาของ ส.ว. น่าจะวิเคราะห์ได้ว่า เรื่องแก้ไขมาตรา 190 ก็น่าจะรอดยาก
ระเบิดลูกที่สอง คือ ร่าง "พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท" ที่พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ว.ดำเนินการเพื่อส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หลังจากผ่านวุฒิสภาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรื่องนี้คนฝ่ายรัฐบาลเองยอมรับว่า โอกาสที่จะรอดแทบไม่มี โดยประเด็นหลักที่ผู้ร้องเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญคือ เป็นการจัดทำงบประมาณที่ไม่เป็นไปตามวิธีที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
ระเบิดลูกใหญ่อีกลูกคือ เรื่องการทุจริต "โครงการรับจำนำข้าว" ที่ ป.ป.ช.กำลังสอบสวนและใกล้จะสรุปเข้ามาทุกที ผู้รับผิดชอบสูงสุดในเรื่องนี้อาจจะถึงตัวนายกฯ ยิ่งลักษณ์ด้วย
สถานการณ์ของรัฐบาลตอนนี้จึง "ลำบาก" ยิ่งนัก
แล้วทางออกของรัฐบาลจะมีอะไรบ้าง?
รัฐบาลน่าจะมีทางออกอยู่ 2 ทาง คือ "นายกฯ ลาออก" ตามที่มีเสียงเรียกร้องให้นายกฯ แสดงความรับผิดชอบ ที่ "ทูลเกล้าฯ" ร่างกฎหมายที่มีปัญหา และอีกทาง คือ "ยุบสภา"
ทางแรก น่าจะตัดทิ้งไปได้ เพราะฝ่ายรัฐบาลคงรู้ดีกว่า หากนายกฯ ลาออก เกิดภาวะสุญญากาศ เสี่ยงต่อการเกิด "โรคแทรกซ้อน" ได้ และสมมุติว่า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด 312 ส.ส.-ส.ว. ทำให้ ส.ส.รัฐบาลหายไป 262 คน ฝ่ายรัฐบาลก็จะกลายเป็นเสียงข้างน้อยในสภาทันที หากต้องโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ในสถานการณ์นั้น ไม่เป็นผลดีแน่
ถามว่ามีหนทางอื่นที่จะช่วยกู้สถานการณ์รัฐบาลบ้างไหม สำรวจดูแล้วหายากเต็มที เพราะต้องถือว่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้เป็น "สถานการณ์ไม่ปกติ" หากสถานการณ์ปกติ รัฐบาลอาจใช้วิธี "ปรับคณะรัฐมนตรี" เพื่อลดกระแสกดดัน แต่กระแสที่โหมใส่รัฐบาลตอนนี้การปรับคณะรัฐมนตรีไม่สามารถช่วยได้
ส่วนเรื่องการผลักดันให้รัฐสภาโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในวาระที่ 3 ตามข้อเสนอของคนเสื้อแดง ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถมาช่วยกู้สถานการณ์ของรัฐบาลในระยะสั้นได้ เรื่องนั้นเป็นแผนระยะยาวเพื่อสู้กับ "องค์กรอิสระ"
หนทางของรัฐบาลจึงมีทางเดียว คือ "ยุบสภา" ยิ่ง "ฝ่ายทักษิณ" เชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งจะเป็นหนทางที่ทำให้พวกเขาได้ "อำนาจ" มาครอง ทางนี้จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
หากถามว่า จะยุบสภาเมื่อไหร่ ก็ต้องบอกว่า สถานการณ์ข้างหน้าของรัฐบาลที่มีแต่ลูกระเบิด ที่พร้อมจะระเบิดเข้าใส่ สร้างความบอบช้ำให้รัฐบาลมากขึ้นๆ รวมถึงอาจเสี่ยงต่อสถานการณ์ที่รัฐบาลไม่พึงประสงค์
จากเดิมที่รัฐบาลเคยคิดว่า จะต้องยื้อลมหายใจไปให้นานจนที่สุด วันนี้อาจจะต้องคิดใหม่ว่า "ยิ่งลักษณ์ ยิ่งอยู่ ยิ่งช้ำ"
........................
(หมายเหตุ : 'ยิ่งลักษณ์ ยิ่งอยู่ ยิ่งช้ำ' 'ยุบสภา'หนทางที่ต้องเลือก : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น)



