
เรื่องอันควรป้องกันได้
เรื่องอันควรป้องกันได้ : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn
สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองมาถึงผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะเป็นเรื่องที่มีคนเขียนหรือพาดพิงถึงอยู่พอสมควรแล้วจึงขอยกเรื่องการเมืองที่พูดหรือวิจารณ์อะไรไปในเวลานี้ก็จะคล้ายเป็นการคาดเดา เพราะการเมืองในขณะนี้ต่อให้เป็นกูรูมาจากไหน คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถบอกได้ชัดเจนถึงเรื่องในอนาคต
ทำให้ประเด็นที่จะนำมากล่าวถึงจะเน้นหนักไปในเนื้อหาเรื่องราวภายในสังคมเป็นหลักใหญ่โดยเฉพาะการใช้รถใช้ถนนในทุกวันนี้ ที่ล่าสุดเพิ่งทราบข่าวน่าสะเทือนใจที่มีผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร ต้องบาดเจ็บเสียชีวิตจากความประมาทและหลายกรณีแยกแยะไม่ออกระหว่างความประมาทหรือเจตนาให้เกิดผลร้ายแก่ผู้อื่นอย่างกรณีที่พัทยา มีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันขับรถยนต์ส่วนบุคคลไล่ชนคนและรถ กระทั่งมีหญิงชาวรัสเซียเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ไป 1 ราย
เรื่องของชีวิตนี้ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยชาวรัสเซียหรือชนชาติไหนก็ไม่ควรให้มีการสูญเสียหากสามารถกำหนดมาตรการป้องกันต่างๆ ได้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเหตุการณ์คล้ายๆ กันในเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเป็น กระบี่ สมุย พังงา ภูเก็ต หากเป็นชาวบ้านร้านตลาดแนวโน้มจะตายหรือเจ็บฟรีมีสูงมาก เพราะกฎบัตรกฎหมายและการเอาจริงเอาจังในเรื่องทำนองนี้ไม่ว่าจะจังหวัดหรือภูมิภาคไหนก็ไปในแนวทางค่อนข้างจะเสมอเหมือนกัน
ที่ว่าเหมือนกันก็ตรงที่การบังคับใช้กฎหมายย่อหย่อน การกวดขันเอาโทษกับกระทำความผิดกระทำกันในลักษณะของการอะลุ้มอล่วยรอมชอมถือหลัก "คนตายไปแล้ว อย่าฟื้นฝอยให้คนอยู่ข้างหลังสุขสบายจะดีกว่า" เราจึงมักได้เห็นภาพของการใช้ทรัพย์สินเงินทองแลกกับความเป็นธรรมบางอย่างได้ ซึ่งมักจะเป็นเม็ดเงินเพียงจำนวนที่ไม่ทำให้ผู้กระทำความผิดมีความหลาบจำ มีเรื่องหรือถูกจับกุมวันนี้หากมีเพื่อนฝูง มีพรรคพวก อะไรที่ดูเหมือนยากก็ดูง่ายไปแทบทุกอย่าง
ต้องเรียนว่าที่หยิบยกเอากรณีการใช้รถใช้ถนนอย่างขาดความระมัดระวังและความรับผิดชอบมานำเสนอก็ด้วยเหตุผลที่ต้องการเห็นความเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่และอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดียิ่งขึ้นของสถานการณ์ในทุกวันนี้ที่เข้าไปในแวดวงตรงไหนก็ล้วนมีแต่คนแสวงหาเส้นสายความสัมพันธ์พิเศษเพื่อเอาไว้ในยามคับขันอาจช่วยแก้ไขผิดเป็นถูกหรือถึงขนาดยกเว้นผิดไปได้ให้เห็นมาหลายกรณี อย่างเรื่องคู่กรณีอีกฝ่ายเสียชีวิต การวิ่งเต้น การขอความช่วยเหลือให้หนักกลายเป็นเบาทำให้ตำรวจเจ้าของคดีต้องรับโทรศัพท์มือเป็นระวิง เพราะมี "ผู้ใหญ่" และผู้อ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่โทรมาขอคดีกันอยู่เป็นนิตย์ หวังว่าการสะท้อนปัญหาของผมจะมีส่วนช่วยให้คนทำมิดีมิชอบได้เกิดจิตสำนึกมีความละอาย และคนที่เฝ้ามองหรือไม่มีเหตุการณ์นี้กับตนได้เกิดความตระหนักช่วยหาทางแก้ไขเยียวยาให้สังคมได้รู้จักคำว่า "ความเป็นธรรมทางสังคม" เพื่อช่วยจรรโลงให้สังคมเดินหน้าไปด้วยความมั่นใจได้ว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติโดยอำนาจรัฐอย่างเสมอภาคกัน



