ข่าว

'สตีวี'ฟิตนำทัพหงส์เยือนทอฟฟี

'สตีวี'ฟิตนำทัพหงส์เยือนทอฟฟี

22 พ.ย. 2556

'ลิเวอร์พูล' เตรียมได้ 'สตีเวน เจอร์ราร์ด' ฟิตกลับมานำทัพนัดบุกรัง 'เอฟเวอร์ตัน' ศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 23 พ.ย.นี้

 

                         ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 7 คู่ เริ่มจากคู่ใหญ่ที่เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี "เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีแมทช์" โดย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมรองจ่าฝูง แข่ง 11 นัด มี 23 แต้ม จะต้องยกพลบุกไปเยือน "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 6 แข่ง 11 นัด มี 20 แต้ม ที่กูดิสัน ปาร์ค ในเวลา 19.45 น. เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมเยือนจะได้ขุมกำลังสำคัญอย่าง "สตีวีจี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ฟิตกลับมานำทัพอีกครั้งหนึ่ง เพราะหายจากอาการบาดเจ็บเรียบร้อยแล้ว ส่วนแข้งหลักรายอื่นๆ ยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมด

                         คาดว่า "หงส์แดง" น่าจะมีการปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านไล่ต้อนชนะ ฟูแลม 4-0 โดย โฆเซ เอนริเก เตรียมได้กลับมาช่วยยืนคุมแนวรับร่วมกับ มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนียล แอ็กเกอร์ และ เกลน จอห์นสัน ส่วนแดนกลาง สตีเวน เจอร์ราร์ด พร้อมประสานงานกับ ลูคัส เลวา, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และฟิลิปป์ คูตินโญ สำหรับคู่หัวหอกยังคงเป็นหน้าที่ของ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ หลุยส์ ซัวเรซ

                         ฝั่งเจ้าถิ่นของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ พร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน เพราะไม่มีปัญหาแข้งหลักได้รับบาดเจ็บ คาดว่า รอสส์ บาร์กลีย์ น่าจะได้กลับมายืนคุมแผงมิดฟิลด์ร่วมกับ แกเรธ แบร์รี, ลีออน ออสแมน และสตีเวน พีนาร์ ส่วน เควิน มิรัลลาส จะได้ยืนค้ำในเกมรุกคอยประสานงานกับ โรเมลู ลูกากู ที่เล่นเป็นหัวหอกตัวเป้าเหมือนเดิม เพื่อหวังรักษาสถิติเก่งในบ้านที่ยังไม่แพ้ใครคารังของตัวเองแม้แต่นัดเดียว

 

                         ด้าน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูง แข่ง 11 นัด มี 25 แต้ม เตรียมเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ทีมอันดับ 3 แข่ง 11 นัด มี 22 แต้ม ในเวลา 22.00 น. นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่นตั้งเป้าหวังเก็บชัยเพื่อแก้ตัวจากเกมนัดก่อนที่บุกไปแพ้ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 แถมยังพกสถิติข่มไม่เคยแพ้ทีมเยือนคาถิ่นของตัวเองมานานถึง 26 ปีแล้วอีกด้วย นับตั้งแต่หนล่าสุดที่เป็นฝ่ายแพ้ 0-1 ในศึกดิวิชั่น 1 (เดิม) เมื่อปี 1987 แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาติเยอ ฟลามินี ที่ติดโทษแบน 1 เกม แต่มีลุ้นได้ตัว โธมัส โรซิคกี, ธีโอ วัลคอตต์ และอารอน แรมซีย์ ฟิตกลับมาช่วยทีมได้ตามปกติ ส่วนพวกแข้งดังอย่าง แจ็ค วิลเชียร์, ซานติ กาซอร์ลา, เมซุต โอซิล และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ เหมือนเดิม

                         ส่วนทีมเยือนของ เมาริซิโอ โปเชตติโน ยังคงพร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนาม คาดว่า อาเธอร์ โบรุค, เดยัน ลอฟเรน, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และอลัน ลัลลานา น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเช่นเคย ส่วน ริกกี แลมเบิร์ต ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมกลับมายืนล่าตาข่ายคู่กับ เจมส์ โรดริเกซ เพื่อลุ้นรักษาสถิติไร้พ่ายที่สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นมาแล้วถึง 8 เกม

 

                         ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 4 แข่ง 11 นัด มี 21 แต้ม เตรียมทำศึกแห่งศักดิ์ศรี "ลอนดอนดาร์บีแมทช์" ด้วยการยกพลบุกไปเยือน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ทีมอันดับ 16 ที่สะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้วถึง 4 นัด แข่ง 11 นัด มี 10 แต้ม ที่อัพตัน ปาร์ค ในเวลา 00.30 น. เกมนี้ ชูเซ มูรินโญ กุนซือทีมเยือนยังคงมีสภาพทีมที่สมบูรณ์มาก แม้จะไร้เงา เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่พวกดาวดังอย่าง จอห์น เทอร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ออสการ์, เอดอง อาซาร์ด และ ซามูเอล เอโต ยังคงพร้อมลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเช่นเคย เพราะไม่มีปัญหาแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม

 

                         ส่วนโปรแกรมคู่อื่นลงเตะในเวลา 22.00 น. ฟูแลม (18) พบ สวอนซี (13), ฮัลล์ (12) พบ คริสตัล พาเลซ (20), นิวคาสเซิล (9) พบ นอริช (15), สโตค (17) พบ ซันเดอร์แลนด์ (19)

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)