ข่าว

กกต.หืดขึ้นคอ

กกต.หืดขึ้นคอ

17 มิ.ย. 2552

การเลือกตั้งซ่อมเขต 3 สกลนครแทน “พงษ์ศักดิ์ บุญศล” กลายเป็นศึกช้างชนช้างขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ

ว่าไปแล้ว เขต 3 จ.สกลนคร ก็ไม่ได้เป็นเขตที่ยิ่งใหญ่ หรือเป็นจุดยุทธศาสตร์อะไรนักหนา เช่นเดียวกับผู้สมัคร เมื่อดูชื่อชั้นแล้ว ก็ไม่ได้เป็นระดับคีย์แมนของพรรค หรือดาวสภา

 แต่เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นศึกชี้ชะตา "ผู้ต้องการมีบารมี" มันเลยทำให้บรรยากาศในพื้นที่มีสีสันขึ้นมาเป็นกอง

 กลายเป็นสนามประลองกำลังระหว่าง "เจ้าถิ่น" เพื่อไทย และผู้ท้าชิงประเภท "เหล้าเก่าในขวดใหม่" อย่างภูมิใจไทยที่คอการเมืองลุ้นกันมันหยด

 เพราะรู้กันดีว่า หากพรรคภูมิใจไทยปักธงได้ ย่อมหมายถึงโอกาสที่ฐานที่มั่นอื่นๆ ของพรรคเพื่อไทยจะถูกตีแตกก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 การระดมสรรพกำลังของทั้งสองฟากฝั่ง จึงปรากฏอย่างเห็นได้ชัด

 แต่ดูเหมือนว่าในครั้งนี้ฝ่ายที่กุมความได้เปรียบและกุมแต้มต่อจะกลายเป็นพรรคภูมิใจไทย

 เพราะในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงผู้ท้าชิง แต่ก็เป็นผู้กุมอำนาจรัฐ ทั้งจากผู้ที่อยู่เบื้องหน้า อย่างหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ที่ดำรงตำแหน่ง มท. 1 และคนเบื้องหลังอย่าง “เนวิน ชิดชอบ” 
 
 เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคฝ่ายค้านมือใหม่อย่างพรรคเพื่อไทย จึงได้แต่ร้องแรกแหกกระเชอ เหมือนวันที่ตนเองเคยโดนเมื่อครั้งกุมความได้เปรียบจากอำนาจรัฐเช่นกัน

 เริ่มตั้งแต่เมื่อครั้งภูมิใจไทย จัดสัมมนา "เรียลิตี้" เพื่อเช็กแถว ส.ส. และโชว์ศักยภาพของพรรค  ก็ไม่ทิ้งโอกาสในการหาเสียงโดยเลือกที่จะลงไปจัดในพื้นที่ จ.สกลนคร

 จริงอยู่ว่าสถานที่ที่จัดนั้นไม่ได้อยู่ในเขตเลือกตั้งตรงๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่ง และหนีไม่พ้นกระแสข่าวสารที่จะส่งถึงกันได้ ดังนั้นจึงแยกได้ลำบากยิ่งว่าเป็นการสัมมนาธรรมดาหรือเป็นการหาเสียงไปด้วย

 ยิ่งไปกว่านั้น การไปในครั้งนี้ “เนวิน” ได้ลงไปกำกับควบคุม “ลูกพรรค” ด้วยตนเอง จึงมีผู้มองว่า ครั้งนี้เท่ากับว่า ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ลงไปช่วยหาเสียงใช่หรือไม่? 

 และเป็นการกระทำเหมือนเป็นกรรมการบริหารพรรคตามที่กฎหมายห้ามไว้หรือไม่?

 ขณะนี้ แม้ กกต.จะรับไว้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ แต่ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ กกต.เคยหลุดความเห็นในทำนองที่แสดงความลำบากใจในการเอาผิด โดยอ้างกฎหมายว่าอาจจะก้าวไปไม่ถึงการกระทำเช่นนี้

 สัปดาห์ต่อมาในเวลาไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก  “เพื่อไทย” ก็ได้ออกมาตีปี๊บ และร้องประกาศเตือนว่า จะมีการเล่น  “ตุกติก” ในการลงคะแนนล่วงหน้า

 “เพื่อไทย” เล่าว่าจะมีการแห่กันมาลงคะแนนล่วงหน้าเพื่อที่จะสับเปลี่ยนหีบบัตรในภายหลัง

 นอกจากนี้ยังมีการเตรียมเอกสารแจ้งขอใช้สิทธิล่วงหน้าเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนนำมาแสดงตัว

 แต่แล้วเรื่องเล่าก็ทำท่าจะ "มีมูล" ความจริง เนื่องจากเมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ที่มีการลงคะแนนล่วงหน้า  มีผู้มาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์
 เฉพาะวันเสาร์ มีผู้มาลงคะแนน  9,410 คน ส่วนวันอาทิตย์ มีผู้มาใช้สิทธิถึง 11,250 คน รวมสองวันมีผู้มาใช้สิทธิ  20,660 คน   หรือคิดเป็นร้อยละ 7

 เรียกได้ว่า "ผิดปกติ" อย่างเห็นได้ชัด !!!

 เพราะที่ผ่านมาโดยมากการเลือกตั้งล่วงหน้ามักจะมีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเพียง 1-2%เท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนี้จึงถือว่าเข้าเค้ายิ่งนัก

 ตัวเลขกว่าสองหมื่นนี้ย่อมส่งผลถึงการเลือกตั้งอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องเข้ามาตรวจสอบ และไม่ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อย่างเด็ดขาด

 นอกจากนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะมีการเลือกตั้งนี้ โดย “ชวรัตน์” จะลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง

 เรื่องนี้จริงอยู่ที่สถานะสองอย่างอยู่ในคนคนเดียวกัน อย่างไม่สามารถแยกได้ และจริงอยู่ที่ “ชวรัตน์” เองก็ดำรงสถานะนักการเมืองและหัวหน้าพรรคการเมือง  ย่อมต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยลูกพรรคหาเสียง

 แต่ทั้ง “ชวรัตน์” และผู้ตรวจสอบการเลือกตั้ง ก็ต้องไม่ลืมว่าระหว่างที่หาเสียงนั้นเขาก็แบกตำแหน่ง มท. 1 ไว้บนหลังเช่นกัน

 การกระทำใดๆ ก็ยิ่งต้องระวังตัวว่าจะไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่อันนี้มาช่วยในการหาเสียง รวมไปถึงสร้างความได้เปรียบแม้เพียงเล็กน้อย

 และเชื่อได้ว่า หาก "มท.1" ลงพื้นที่จริง พรรคเพื่อไทยคงจับตาทุกจังหวะก้าวเช่นกัน

 นี่คือเบื้องหน้าที่เราได้เห็นกัน แต่เบื้องหลังคาดว่าจะมีความรุนแรงยิ่งกว่านี้มากนัก

 เล่นกันถึงขนาดตำรวจยังไม่กล้าเก็บหีบบัตรไว้ในโรงพักเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา หรือแม้แต่กรรมการหลายคนพากันลาออก ไม่ขอปฏิบัติหน้าที่

 ทั้งยังมีข่าวหนาหูว่าทั้งสองฝั่งต่างเตรียมทุ่มกระสุนดินดำลงพื้นที่อย่างไม่อั้น  แม้แต่พรรคเพื่อไทยเองก็แว่วมาว่า “คนไกลบ้าน” ทุ่มไม่อั้นหวังรักษาพื้นที่ให้จงได้

 เชื่อได้ว่าคืนหมาหอนคราวนี้ “หมา” คงคอแห้ง จนแทบหมดเสียง   

 ทั้งหมดเป็นเพียงเพื่อการประกาศศักดาทั้งของแชมป์เก่าและพรรคใหม่ โดยยังไม่หนีไปจากวังวนน้ำเน่าของการเมืองเดิมๆ

 กกต.คงต้องหืดขึ้นคอหากจะจับทุจริตการเลือกตั้งเที่ยวนี้ให้อยู่หมัด !!!

 อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ