
ปภ.สงขลาสั่งรับมือน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลาเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ทางจ.นราธิวาสร.ร.10กว่าโรงน้ำเริ่มท่วมแล้ว ตรังเฝ้าติดตามสภาวะฝนตกหนัก
วันที่ 21 พ.ย.56 นายอำนาจ ผลมาตย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากภาวะหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และคาดว่าจะเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือลงสู่ทะเลอันดามันในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ซึ่งภาวะดังกล่าวยังทำให้พื้นที่ 16 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา ยังคงมีฝนตกครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ต่อเนื่องต่อไป
จากการตรวจสอบเรดาห์ของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา พบว่า กลุ่มฝนตกหนักบริเวณ เขต อ.เมืองสงขลา และเขตพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ทั้ง อ.สิงหนคร และ อ.กระแสสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเล ของ จ.สงขลา นอกจากนี้ยังมีปริมาณฝนหนักในเขตพื้นที่ อ.นาหม่อม นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นเขตป่าเขา ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในช่วงนี้
หน.ปภ.สงขลา กล่าวต่อว่า จากมีสภาพอากาศเช่นนี้ ทำให้มีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ของสงขลาอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 21-23 พ.ย.56 ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่สุ่มเสี่ยงของจังหวัดสงขลา ระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากฝนตกหนักในช่วงเวลาดังกล่าว
“ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง รวมทั้งติดตามสถานการณ์จากข้อมูลศูนย์อุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในส่วนของ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสงขลา ได้เตรียมพร้อมทั้งกำลังคนและอุปกรณ์ เครื่องจักรเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในนาทีฉุกเฉินอย่างเต็มพิกัดแล้ว”นายอำนาจ กล่าว
"สงขลา" ยังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสถานการณ์
สถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.สงขลา หลังจากที่มีฝนต่อเนื่องติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.สงขลา รายงานว่า จนถึงขณะนี้ภาพรวมของทั้ง 16 อำเภอ ยังไม่มีรายงานของน้ำท่วมหรือเกิดภัยพิบัติแต่อย่างใดแต่ยังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังตลอด 24ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขาซึ่งยังคงมีฝนตกหนัก ขณะที่ปริมาณน้ำในคลองอู่ตะเภาซึ่งไหลผ่าน 4 อำเภอคือ อ.สะเดา อ.คลองหอยโข่ง อ.หาดใหญ่และ อ.บางกล่ำ ยังปกติระดับน้ำกว่ากว่าตลิ่ง1-2เมตร ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง3แห่งคืออ่างเก็บน้ำสะเดา คลองหลา และคลองจำไหร ปริมาณน้ำอยู่ที่ร้อยละ40
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ซึ่งหลายฝ่ายเฝ้าระวังเป็นพิเศษนั้นขณะนี้อยู่ในภาวะน้ำโอบล้อมรอบตัวเมืองและลำคลองที่ไหลผ่านทั้งคลองอู่ตะเภาและคลองหวะมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่อยู่ในภาวะวิกฤติ ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้เฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ทางข้อความสั้นและธงสัญลักษณ์เตือนภัยน้ำท่วมให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง
นราธิวาส-ฝนถล่มหลายพื้นที่เริ่มปริ่มน้ำ เร่งแจกกระสอบทราย
ภายหลังฝนตกตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จ.นราธิวาสติดต่อกัน 3 วัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พย. พบว่า ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ โดยหนักสุดในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส มีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาโดยเฉลี่ย 164 ม.ม. ต่ำสุดในพื้นที่ อ.สุคิริน มีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาโดยเฉลี่ย 36.7 ม.ม. ทำให้พื้นที่การเกษตรของราษฎรที่อยู่ในที่ราบลุ่ม ถนนสายรองบางแห่งในพื้นที่ อ.ยี่งอและรือเสาะ มีน้ำท่วมขัง แต่ยานพาหนะทุกชนิดยังสามารถสัญจรไปมาได้
นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานราธิวาสทั้ง 3 เขต มีน้ำท่วมสนามกีฬา จำนวน 10 โรง แต่ยังสามารถทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ ส่วนไปรษณีย์ อ.ยี่งอ ก็มีสภาวะน้ำท่วมที่ทำการ แต่ประชาชนสามารถยังใช้บริการได้ตามปกติเช่นกัน
จากการตระเวนตรวจสอบตามพื้นที่ อ.ต่างๆ คาดว่า หากฝนยังตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง โรงเรียนสถานที่ราชการที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ราบลุ่ม ก็ต้องประกาศปิดการเรียนการสอน และงดให้บริการแก่ประชาชนเป็นการชั่วคราว
ส่วนด้านความช่วยเหลือนั้น ขณะนี้นายเฟาซี อุตรสินธุ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี ซึ่งถือว่าเป็น 1 ในพื้นที่เสี่ยง ได้แจกจ่ายกระสอบทรายให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในย่านธุรกิจการค้า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประชาชนที่ส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราในช่วงนี้ ก็เลยถือโอกาสในช่วงฝนตก ต่างพากันออกไปจับปลาชนิดต่างๆ นำมาวางขายริมถนน เพื่อเป็นรายได้เสริมในช่วงนี้ ซึ่งมีราคาถูกกว่าที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด
ตรัง-สั่งเฝ้าระวังฝนตกหนักหวั่นน้ำท่วม
นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีประกาศเตือนเรื่องหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่ง ด้านตะวันออกของประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ตอนล่าง มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในช่วงนี้ จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 12 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดตรัง เตรียมการป้องกันอันตรายจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรง โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกัน หรือแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จากสภาวะฝนตกหนัก จนอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ได้ ทางจังหวัดจึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัคร แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และให้ติดตามสภาวะฝนตกหนัก ในช่วง 2-3 วันนี้ ตลอดจนเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำลำคลองต่างๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข่าวสารทางสื่อประจำท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ผู้ใช้รถใช้ถนนก็ควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันดินสไลด์ทับเส้นทาง ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคในการเดินทางได้
นครศรีธรรมราช-ฝนถล่มไม่หยุด ผู้ว่าฯสั่งรับมือพื้นที่เสี่ยง 24ชม.
ภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องจนถึงวันที่ 21 พย. ส่งผลให้หลายพท้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขัง ล่าสุดที่จ.นครศรีธรรมราชก็ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้การจราจรในตัวเมืองนครศรีธรรมราชติดขัดอย่างหนัก ส่วนสภาพพื้นที่ลำคลองหลายสายเริ่มมีปัญหากับการระบายน้ำ เนื่องจากวัชพืชจำนวนมากเจริญเติบกีดขวางการไหลของน้ำ ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ป่าเขาเช่นอำเภอนบพิตำ ลานสกา พรหมคีรี สิชล ขนอม ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนัก
วันเดียวกัน นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชม. เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มอันเกิดจากฝนตกหนักและคลื่นลมแรง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอให้อำเภอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ที่ราบต่ำริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ส่วนชาวเรือชาวประมงเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
ขณะเดียวกัน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม เฝ้าระวังและตรวจสอบเส้นทาง เขื่อน ฝาย อ่าง คันกั้นน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พื้นที่เขตอุตสาหกรรม รวมทั้งพื้นที่ของเอกชน ถ้าไม่มีความมั่นคงแข็งแรงพิจารณาแล้วเป็นอันตรายให้แก้ไขโดยด่วน และจัดเจ้าหน้าที่อยู่ปฏิบัติงานติดตามตรวจสอบสถานการณ์เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และให้ใช้ประโยชน์จากมิสเตอร์เตือนภัย แจ้งข้อมูลสถานการณ์ หากเกิดสถานการณ์ขึ้น ให้ปฏิบัติตามแผนป้องกันภัยฯของอำเภอ และให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว และหากพื้นที่ใดมีความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์รุนแรงให้อพยพประชาชนไปในที่ปลอดภัย พร้อมรายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ให้จังหวัดฯทราบทุกระยะจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด
นายเจษฎา วัฒนานุรักษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝนเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 มีฝนตกในพื้นที่อำเภอนบพิตำ ท่าศาลา เมือง ปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร ความแรงของฝนประมาณ 12-50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ส่วนปริมาณน้ำฝนตกมากที่สุดที่อำเภอหัวไทร วัดได้ 110 มิลลิเมตร รองลงมาอำเภอเชียรใหญ่ วัดได้ 87 มิลลิเมตร
ภาคใต้ตอนล่าง ฝนตกหนัก -ลงแรง จนถึง 23 พย.นี้
พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 10:00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง คาดว่าจะเคลื่อนลงสู่ทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.56) ทำให้บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ยังคงมีฝนหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายและผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากรวมทั้งปริมาณฝนสะสมต่อเนื่องที่มีปริมาณมากต่อไปจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556
สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2556 ไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอย อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภู อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก อากาศเย็นทางตอนบนของภาคกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะสูงขึ้น ประมาณ 1 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.



