ข่าว

นร.ม.6ได้รับพระราชทานบ้านจากถวายฎีกาในหลวง

นร.ม.6ได้รับพระราชทานบ้านจากถวายฎีกาในหลวง

16 มิ.ย. 2552

นักเรียน ม.6 สุรินทร์ พ่อแม่ทำงาน ตจว. ส่งเงินให้เดือนละหนึ่งพันบาท ต้องใช้เลี้ยงดู 4 ชีวิต อีกทั้งต้องดูแลยายวัย 76 น้องชายและน้องสาวอย่างรันทด บ้านผุพังหลังคารั่วไม่มีที่หลบฝน หมดที่พึ่ง ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาในหลวง สุดดีใจสำนักราชเลขาฯ สั่งจังหวัดลงตรวจสอบ

 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ จ.สุรินทร์ มีข่าวดีในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานความช่วยเหลือ นายพรพิภัทร ขอสุข อายุ 19 ปี นักเรียนชั้น ม.6/2 โรงเรียนรัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ อยู่บ้านเลขที่ 112 บ้านโนบาก หมู่ 5 ต.ทับใหญ่ อ.รัตนบุรี หลังจากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกราบบังคมทูลขอพระราชทานความช่วยเหลือ ในเรื่องบ้านพักที่อยู่อาศัย ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม และไม่แข็งแรง ในช่วงหน้าฝนหวั่นว่าจะเป็นอันตรายต่อยายอายุ 76 ปี รวมทั้งน้องสาวและน้องชาย เนื่องจากหลังคาบ้านเป็นสังกะสี มีรูรั่วเป็นจำนวนมาก ขณะที่พ่อแม่ไปรับจ้างก่อสร้างต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสดูแลครอบครัว และมีความประสงค์จะเรียนด้านสาธารณสุข เพื่อนำความรู้มาช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจนเหมือนกับตนเอง

 ต่อมากองนิติการ สำนักราชเลขาธิการ มีหนังสือตอบกลับมายัง จ.สุรินทร์ โดยนายพงษ์ศักดิ์ นาคประดา รองผู้ว่าฯ สุรินทร์ ได้รับเรื่องต่อจากกองนิติการ สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง และได้แจ้งให้นายโกสินทร์ ศรีเพชรพงษ์ นายอำเภอรัตนบุรี ทราบ และแจ้งให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบ

 ต่อมาสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่ พร้อมทั้งเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 2 ได้รับทราบ และออกตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าภายในบ้านมียายที่ชราภาพมากแล้วอาศัยอยู่ สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมมาก บนบ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกเล็กน้อย บ้านร้อนอบอ้าวมากเพราะหลังคาเป็นสังกะสี และพบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ติดอยู่ที่ฝาผนังบ้านและบนหัวนอน ซึ่งเป็นที่มาของความคิดทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ขอพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ จากทั้งสองพระองค์
 
 นายพรพิภัทรบอกว่า ก่อนนอนทุกคืนจะกราบไหว้ทั้งสองพระองค์ คิดว่าทำอย่างไรตนจะสามารถมีการศึกษาที่ดีขึ้นได้ และมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้ลงมือเขียนหนังสือขอพระราชทานความช่วยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2551 และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 กองนิติการ สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง มีหนังสือตอบกลับมา และแจ้งไปยัง จ.สุรินทร์ อ.รัตนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่ และเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 2 ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง และให้ความช่วยเหลือตนและน้องอีกสองคนในเบื้องต้น

 นายพรพิภัทรบอกว่า มีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาครอบครัวต้องอยู่อย่างยากลำบาก ต้องต่อสู้เพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่ไปรับจ้างทำงานก่อสร้างที่ต่างจังหวัด ส่งเงินมาให้เดือนละ 1,000-1,500 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของคนในบ้านที่มีถึง 4 คน ยายก็แก่มากแล้วเจ็บออดๆ แอดๆ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ภาระทั้งหมดจึงตกที่ตน แต่แม้ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตั้งใจเรียน เพื่อหวังว่าจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้ และตั้งใจว่าหากมีวาสนาก็อยากจะได้เรียนด้านสาธารณสุข เพื่อมาช่วยเหลือพี่น้องในท้องถิ่นชนบท ที่ยากจนและลำบาก

 "ผมจะขอเป็นคนดี ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ตอนนี้เป็นนักเรียนจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด จะเป็นผู้เสียสละ ไม่สร้างปัญหาให้แก่สังคมและประเทศชาติ จะเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทยต่อไป ผมสัญญา" นายพรพิภัทรกล่าว       

  ด้านนายประเทือง เติมสุข นายก อบต.ทับใหญ่ กล่าวว่า หลังได้รับหนังสือจาก จ.สุรินทร์ และอ.รัตนบุรี แล้ว ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ในเบื้องต้น อบต.ทับใหญ่ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการสภา อบต.ทับใหญ่ ซึ่งมีมติช่วยเหลือนายพรพิภัทรในเรื่องบ้านพัก โดยจะสร้างบ้านเทิดไท้องค์ราชาในงบประมาณ 1 แสนบาทให้ ส่วนเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 2 จะเข้ามาดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการเรียนของนายพรพิภัทร และน้องๆ อีก 2 คน และหน่วยงานอื่นๆ จะมาสนับสนุนตามความจำเป็น ซึ่งก็จะช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่