
'312ส.ส.-ส.ว.'จ่อหารือ!ก่อนถูกเชือด
'อุดมเดช'รับ'312 ส.ส.-ส.ว.'ยังไม่รู้จะทำอย่างไร ขอหารือก่อน ด้าน'จาตุรนต์'ยอมรับยังไม่รู้จะทำอะไรต่อหลัง'ศาลรธน.'ตัดสินเเก้รธน.เรื่องที่มาส.ว.ขัดรธน.
21 พ.ย.56 นายอุดมเดช รัตนเสถียร ที่่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากกรณีที่รัฐสภาเสนอเเก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.ว่า ขัดรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ร่างเเก้ไขรัฐธรรมนูญที่เเจกให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาไม่ตรงกับร่างที่ยื่นไว้ในญัตติว่า การยื่นเเก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักการ เพราะสมาชิกรัฐสภาทำตามกฎหมายเเละหน้าที่ที่กฎหมายระบุว่า กระทำได้ ศาลรัฐธรรมนูญไม่น่าก้าวก่ายอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ตนยืนยันตามนี้
นายอุดมเดช กล่าวต่อว่า การวินิจฉัยครั้งนี้ศาลลงลึกถึงวิธีปฏิบัติของฝ่ายนิติบัญญัติเเบบเกินกว่าเหตุ ขั้นตอนการเเก้ไขรัฐธรรมนูญมันเลยจากฝ่ายนิติบัญญัติเพราะส่งให้รัฐบาลเเละนายกฯ ทูลเกล้าเเล้ว เเละควรดูกฎหมายก่อนว่า รัฐบาลจะขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ร่างกฎหมายฉบับนี้กลับคืนได้หรือไม่ เเต่ไม่มีกฎหมายใดๆระบุไว้ว่าให้ทำได้
เมื่อถามว่า ส่วนการดำเนินคดีอาญาเเละถอดถอน 312 สมาชิกรัฐสภาจะทำอย่างไร ในเมื่อ 312 สมาชิกรัฐสภาไม่ยอมรับอำนาจศาล นายอุดมเดช กล่าวว่า 312 คน คงต้องหารือกันก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อ ยืนยันว่า ศาลไม่น่าจะมีอำนาจก้าวก่ายเเต่สิ่งที่วินิจฉัยไปเเล้วก็ว่ากันไป ส่วนใครจะยื่นเรื่องกับองค์กรอื่นๆ ก็ต้องดูกันก่อน
เมื่อถามว่า ศาลระบุว่า ส่วนร่างเเก้ไขรธน.ที่เสนอไป เเต่ร่างที่นำมาพิจารณามันเป็นคนละฉบับ นายอุดมเดช กล่าวว่า ตนเป็นตัวเเทนนำเสนอร่างนี้ ญัตติที่ยื่นต่อฝ่ายสารบัญ รัฐสภานั้นมีเวลา 7 วัน ตรวจสอบก่อนที่จะบรรจุระเบียบวาระ หากไม่ถูกต้องเจ้าหน้าที่ต้องพิมพ์ใหม่ โดยมีการปรับให้ถูกต้อง ย้ำว่า ร่างที่เป็นทางการคือผ่านฝ่ายสารบัญที่ส่งให้ประธานบรรจุวาระก่อนถ่ายสำเนาให้สมาชิกรัฐสภาโดยเจ้าหน้าที่รัฐสภาจัดการอย่างเป็นทางการ ส่วนกฎหมายสำคัญๆ นั้น ต้องยื่นต่อประธานรัฐสภา เเละตวจสอบความถูกต้องก่อนบรรจุเข้าระเบียบวาระ ขอเรียนว่า เรื่องนี้เป็นการหาเหตุพูดให้คนส่วนมากเชื่อ เพราะคนที่ร้องเรียนเรื่องนี้นำร่างที่ยังไม่ผ่านฝ่ายสารบัญไปร้องศาล
"จาตุรนต์"ยอมรับยังไม่รู้จะทำอะไรต่อ
นายจาตุรนต์ ฉายเเสง รมว.ศึกษาธิการเเละเเกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์ ทางสปริงนิวส์ กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากกรณีที่รัฐสภาเสนอเเก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.ว่า ขัดรัฐธรรมนูญ เเต่สมาชิกรัฐสภา 312 คน ระบุไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญรวมทั้งรัฐบาลจะทำอย่างไรกับร่างเเก้ไขซึ่งนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯไปเเล้วว่า ยังไม่นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อ รัฐบาลไม่น่าจะมีทางทำอะไรได้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เคยมีเรื่องเเบบนี้ นายกฯจึงต้องทำตามกฎหมายคือ ทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน เเต่เมื่อศาลวินิจฉัยว่า กรณีนี้ขัดมาตรา 68 วรรค 1 นั้น ตนมองว่า คำสั่งห้ามกระทำนั้น สั่งใคร เพราะรัฐบาลเเละนายกฯ ดำเนินการเสร็จเเล้วมันเลยขั้นตอนไปเล้ว รัฐบาลจึงไม่มีวิธี หากตีความกันว่า ร่างเเก้ไขรธน.ฉบับนี้ตกไปเเล้วก็ไม่มีประเด็นว่าต้องทำอะไรต่อ
เมื่อถามว่า การเผชิญหน้าของเเต่ละหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญหลังศาลวินิจฉัย เช่นการถอดถอนเเละดำเนินคดีอาญากับ 312 สมาชิกรัฐสภา พรรคเพื่อไทยจะทำอย่างไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ยังไม่มีการหารือเเบบเป็นกิจจะลักษณะ ตอนนี้พรรคไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยในครั้งนี้ เเต่ขั้นตอนที่จะทำอะไรต่อไปนั้นยังไม่มี เเต่ต้องวิเคระห์ว่า จากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเเละจะทำอย่างไร เพราะการวินิจฉัยครั้งนี้ไม่ใช่การปลดชนวน เเต่ทำลายหลักการประชาธิปไตยเเละนิติธรรมอย่างร้ายเเรง ปิดประตูไม่ให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเเละปิดการเเก้ปัญหาการเมืองโดยวิถีรัฐสภา ปัญหาอื่นๆ จะตามมา เช่น บางคนจะไปร้องป.ป.ช.ให้ถอดถอน หากป.ป.ช.ชี้มูลสมาชิกรัฐสภาจะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่จนอาจเป็นวิกฤติการเมือง บางคนบอกตนว่า ศาลวินิจฉัยเเบบกลางซอย เพราะไม่ได้ยุบพรรค เเต่อ้างว่า เสียงส่วนใหญ่กระทำการให้ได้อำนาจมาโดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ



