
จ่อเรียก'หมอนิ่ม'สอบทรัพย์สิน60ล.
จ่อหมายเรียก "หมอนิ่ม" สอบคดีทรัพย์สิน 60 ล้านในตู้เซฟแบงก์กสิกรไทย
วันที่ 21 พ.ย.56 พ.ต.ท.อิสระ ณ พัทลุง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.บางชัน รายงานความคืบหน้าคดี นายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ "เอ็กซ์ แจ้งความดำเนินคดีหมอนิ่มภรรยาตัวเองข้อหา ลักทรัพย์ในตู้เซฟธนาคารกสิกรไทย มายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า มีการเปลี่ยนตัวผู้เสียหายจากผู้ตายมาเป็นบิดาคือ นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม เรียบร้อยแล้ว และได้เรียกตัวมาสอบปากคำในส่วนของทรัพย์สินที่หายไปเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้น นายมานพ ขอไปตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้างที่หายไป รวมแล้วมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องเก่าแก่ ซึ่งนายมานพ เป็นตัวแทนผู้ตายในฐานะเจ้าทุกข์ จากนั้นจะเรียก พ.ญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ มาสอบสวนต่อไป หากไม่มาพบจะมีการออกหมายเรียกตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย
ด้าน ร.ต.ท.มารุต ปัณดิษฐโต พนักงานสอบสวน สน.บางชัน เจ้าของคดี กล่าวว่า ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ พนักงานสอบสวนจะเรียกนายมานพ มาสอบปากคำอีกครั้ง พร้อมด้วยทนายความที่เดินทางมาแจ้งความกับ จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ ในวันเกิดเหตุ แต่ยังไม่ได้ประสานไป โดยตำรวจจะแยกสอบนายมานพ กับทนายความ หลังจากนั้นเมื่อได้ข้อมูลครบจากทั้งสองคนแล้ว ตำรวจจะเรียกหมอนิ่มมาสอบต่อ สำหรับผู้จัดการธนาคารกสิกรไทยนั้น คงไม่เรียกมาสอบอีกแล้ว เพราะสอบปากคำไปหมดแล้ว แต่หากมีข้อมูลหรือประเด็นใหม่ที่ได้จากการสอบปากคำ นายมานพ ทนายความ และหมอนิ่มก็อาจเรียกมาสอบใหม่ได้
ร.ต.ท.มารุต กล่าวต่อว่า ทางนายมานพ แจ้งกับทางตำรวจว่า ได้ให้พระเครื่องรุ่นดัง 3-4 องค์กับ จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ มูลค่า 1.3 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินตรงนี้อยู่ในตู้เซฟธนาคารด้วย แต่ทรัพย์สินส่วนอื่นทางนายมานพ ไม่ทราบ ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องสอบปากคำทั้งหมอนิ่ม กับนายมานพ เพื่อดูว่าให้การตรงกันหรือไม่ต่อไป ทั้งนี้การที่นายมานพ จะเป็นผู้เสียหายแทนจ.ส.อ.จักรกฤษณ์ ในคดีนี้ได้หรือไม่นั้น เบื้องต้นทางศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะต้องมีคำสั่งให้นายมานพ เป็นผู้จัดการมรดกก่อน จึงสามารถเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ได้ ซึ่งนายมานพ มีสิทธิที่จะเป็นได้ เพราะเป็นพ่อแท้ๆ ของ จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ และหากได้เป็นผู้เสียหายแทนก็สามารถดำเนินการฟ้องร้องทางคดีแพ่งได้ ส่วนทางอาญานั้นทางตำรวจจะดูสำนวนที่ได้จากการสอบปากคำเพื่อดูความเป็นไปได้ทางคดีต่อไป



