ข่าว

'จารุพงศ์'เมินคำตัดสินศาลรธน.

'จารุพงศ์'เมินคำตัดสินศาลรธน.

20 พ.ย. 2556

'จารุพงศ์' ลั่นไม่รับคำตัดสินศาลรธน. จวก 6-7 คน ตัดสินความถูกผิดของปท.ไม่ได้ ด้าน 'โภคิณ' ระบุศาลจงใจทำขัดรธน. ขณะที่ 'นิคม' ชี้กม.ที่มา ส.ส.-ส.ว. เป็นโมฆะแล้ว

 

                           20 พ.ย. 56  นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ว่า ตนไม่เข้าใจเจตนารมย์ของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นประชาธิปไตยจริงๆ หรือไม่ ที่เห็นว่าส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งดีกว่าส.ว.เลือกตั้ง ตนยืนยันว่า ไม่ขอรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเอาคน 6-7 คน มาทำหน้าที่ตัดสินความถูกผิดของประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย ท่าทีของเราชัดเจนตั้งแต่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วว่า ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 โดยเฉพาะประเด็นที่มาส.ว.ที่ต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในระบอบประชาธิปไตยแล้ว แต่พอแก้ไขแล้วกลับเป็นแบบนี้

                           ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว นายจารุพงศ์ กล่าวว่า จะปล่อยให้ร่างที่ทูลเกล้าฯ คงอยู่แบบนั้น เพราะนายกรัฐมนตรีได้ทูลเกล้าฯ ไปแล้ว ไม่สามารถถวายคำแนะนำได้ และไม่อาจก้าวล่วง เพราะเป็นพระราชอำนาจของพระองค์ สำหรับกระแสกดดันที่อาจจะตกอยู่กับนายกรัฐมนตรีนั้น นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ไม่ควรกดดัน หรือกล่าวโทษมาที่นายกรัฐมนตรี แต่ควรกดดันไปที่ศาลรัฐธรรมนูญมากกว่า เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้ขัดมาตรา 68 แต่ขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ยืนยันว่ารับไม่ได้ และไม่ได้โอหัง เพราะตนก็กลัวติดคุกเหมือนกัน แต่เรื่องนี้พูดกันในแง่วิชาการ คนเป็นหัวหน้าพรรคจะทำอะไรทุกย่างก้าวต้องคิดด้วยความสุขุมรอบคอบ ไม่ต้องการให้ฝ่ายไหนต้องมาแลกกันด้วยชีวิต

 

 

'โภคิณ' ชี้ศาลจงใจทำขัดรัฐธรรมนูญ

 

                           นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ามีอำนาจวินิจฉัยในเรื่องนี้และฟังว่าการแก้ไขดังกล่าวผิดทางเทคนิค ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 68 แต่ไม่ตัดสิทธิการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคหรือยุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องนั้น ตรงนี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้อธิบายเหตุผลไว้ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น จึงดูแปลกๆ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 68 ก็ระบุว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ การที่รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช้การใช้สิทธิเสรีภาพของบุคคล แต่เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ ดังนั้นการรับคำร้องและวินิจฉัยเรื่องนี้ถือว่าจงใจกระทำขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง และตามหลักนิติธรรมทุกคนต้องเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ประชาชนจะตัดสินเองว่าอยากมีรัฐธรรมนูญแบบไหน หากแก้แล้วไม่ถูกใจเมื่อมีการเลือกตั้งคราวหน้าประชาชนก็ไม่เลือกเอง หากเป็นอย่างนี้บ้านเมืองจะไม่วุ่นวาย 

 

 

'นิคม' ชี้กม.ที่มา ส.ส.-ส.ว. เป็นโมฆะแล้ว

 

                           นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ว่า วันนี้กฎหมายฉบับนี้ ถือว่าเป็นโมฆะและสูญเปล่า ซึ่งไม่สามารถนำขึ้นทูลเกล้าต่อได้ ถือว่าถูกปัดตกไปโดยปริยาย และยืนยันว่า จะไม่มีการนำร่างนี้มาพิจารณาใหม่ ทั้งนี้จากคำวินิจฉัยที่ออกมา ตนก็ยังงงอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่เมื่อศาลเห็นว่ากระบวนการผิด ต่อไปนี้ก็คงต้องไปตรวจสอบว่าผิดตรงไหนแล้ว คงต้องมีการปรับแก้ให้มีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตนทำให้หน้าที่ตามข้อบังคับการประชุม เมื่อมีผู้เสนอปิดอภิปราย ตนก็ต้องปฏิบัติ และหากคิดว่าตนทำผิดก็คงต้องไปแก้ไขข้อบังคับการประชุมเพื่อให้เกิดความชัดเจน

                           เมื่อถามว่าก่อนหน้า นายนิคม ก็ระบุว่า ไม่รับอำนาจศาล ขณะที่คนเสื้อแดงก็ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาล คิดว่าหลังจากนี้สถานการณ์การเมืองจะมีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายนิคม กล่าวว่า ยืนยันว่าการออกกฎหมายเป็นหน้าที่ของ ส.ส.และส.ว.ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ก็ต้องมานั่งคุยกัน

 

 

'พงศ์เทพ' อุ้ม 'นายกฯ' ยันที่ผ่านมาทำหน้าที่ตามกม.

 

                           นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 68(1) ว่า ต้องไปดูคำตัดสินทั้งหมดของศาล เพราะตนไม่ได้ฟังตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ตนเห็นว่าประเด็นอยู่ที่เหตุผลของคำพิพากษาว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ามีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้ใช้บทบัญญัติมาตราใดในการรับคดีนี้ไว้ เพราะถ้าศาลไม่มีอำนาจที่จะรับไว้ก็ไม่สามารถตัดสินคดีนี้ได้ เพราะไม่ใช่ใครจะนำเรื่องอะไรก็ได้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมีกรณีที่เปิดโอกาสให้ไปร้องต่อศาลรธน.ได้ ซึ่งกรณีของรธน. ม.68 ที่เอามาใช้อ้างกัน ก็บัญญัติไว้ให้ใช้กับกรณีบุคคลใดที่ใช้สิทธิและเสรีภาพตามรธน.ไปในทิศทางที่เป็นการล้มล้างการปกครอง แต่การปฏิบัติหน้าที่ของส.ส. และส.ว. เป็นการนำเสนอและพิจารณากฎหมาย ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับตรงนั้น

                           นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า บทบัญญัติของม.68 มีมาตั้งแต่รธน.2540 เพราะขณะนั้นมีการกำหนดสิทธิเสรีภาพใหม่ๆ จำนวนมาก จึงมีคนกลัวว่าถ้ามีการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกแล้วไปเชิญชวนคนให้จับอาวุธมายึดอำนาจ ก็ถือว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพไม่ได้ จึงต้องมีบทบัญญัติดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่มาใช้กับคนที่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย

                           ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีผู้เห็นว่าศาลรธน.ไม่มีอำนาจวินิจฉัยจะสามารถยื่นถอดถอนตุลาการศาลรธน.ได้หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ถ้ายกตัวอย่างแบบสุดๆ สมมติว่ามีคนนำคดีอาญาไปร้องศาลรธน. แล้วศาลรธน.วินิจฉัย ขอถามว่ากรณีเช่นนั้นคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องมีข้อสงสัยว่า ไปฟ้องร้องได้หรือไม่ว่าศาลรธน.ใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกต้องตามรธน. ซึ่งตนก็เชื่อว่าคงไม่มีใครปฏิเสธว่ากรณีนี้จะถูกนำไปร้องต่อปปปช. หรือฟ้องร้องเป็นคดีอาญาไม่ได้ อย่างไรก็ตามการที่ตนพูดเช่นนี้ไม่ได้บอกว่าไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรธน. แต่บอกว่าเราต้องมดูว่าศาลรธน.มีอำนาจวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งเป็นหัวใจของเรื่องนี้ แต่ทางศาลรธน.ก็ออกคำตัดสินที่พยายามทำให้คนรู้สึกว่าถูกกดดันจนเกินไป โดยบอกว่าร่างแก้ไขรธน.ฉบับดังกล่าวเป็นสิ่งที่ใช้บังคับไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร จนทำให้ใครคิดว่ามีความรุนแรงซึ่งศาลคงไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งในการใช้รธน. ทั้งนี้ในบางประเทศ ถ้าศาลรธน.ตัดสินออกมาแบบสุดๆ องค์กรอื่นก็จะไม่รับอำนาจคำตัดสินนี้ ซึ่งบางประเทศเคยเกิดวิกฤติรธน.ขึ้นมาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็คงทราบตรงนี้ดีว่า ถ้าไปไกลกว่านี้ก็อาจเกิดเหตุการแบบเดียวกับประเทศอื่นที่มีวิกฤติรธน.ก็ได้

                           เมื่อถามว่า คิดว่าสามารถนำร่างแก้ไขรธน.ฉบับดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ได้หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า นายกฯ ไม่มีทางทำอย่างอื่นได้ เมื่อมีการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวหลังจากที่ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมรัฐสภาแล้ว นายกฯ ก็ต้องนำขึ้นทูลเกล้าภายใน 20 วันตามบทบัญญัติของกฎหมาย

                           เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายโจมตีว่ารัฐบาลกระทำการระคายเบื้องพระยุคลบาท นายพงศ์เทพ กล่าวว่า รัฐบาลทำตามรัฐธรรมนูญ นายกฯ จะไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ไม่ได้เพราะถ้าไม่ดำเนินการดังกล่าวก็จะถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ

                           เมื่อถามว่า ถ้ามีบางฝ่ายออกมาบอกว่านายกฯนำกฎหมายที่มีที่มาไม่ถูกต้องขึ้นทูลเกล้าฯ เรื่องดังกล่าวจะมีผลผูกพันต่อตัวนายกฯหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า นายกฯมีหน้าที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐสภาส่งกฎหมายมาให้นายกฯ ก็ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน มีหน้าที่เท่านี้ ซึ่งตอนนี้นายกฯก็หมดหน้าที่ไปแล้ว ที่ผ่านมานายกฯไม่ได้ทำผิดอะไร