
รัฐออกบอนด์กู้'จำนำข้าว'7.5หมื่นล.
คลังออกพันธบัตรกู้เงิน 7.5 หมื่นล.ให้ ธ.ก.ส.ใช้รับจำนำข้าวรอบใหม่ ขายนักลงทุนสถาบันเคาะดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 3% นักวิชาการอัดรัฐเข้าตาจน เลือกใช้วิธีการไม่เหมาะสม
20 พ.ย. 56 นายสุวิชญ โรจนวานิช รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.เตรียมออกพันธบัตรธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ทำให้พันธบัตรดังกล่าวมีเครดิตเทียบเท่าพันธบัตรรัฐบาล มีอายุ 3 ปี วงเงิน 75,000 ล้านบาท ซึ่งจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความสนใจของตลาดในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ น่าจะอยู่ที่ระดับ 3% หรือ ไม่เกิน 3.9% และเปิดให้นักลงทุนสถาบันจองซื้อในวันที่ 27-28 พฤศจิกายนนี้ โดยการออกพันธบัตรดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการกู้ยืมเพื่อใช้ในโครงการจำนำข้าวปีการผลิต 2556/2557 ที่กำหนดวงเงิน 2.7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการกู้ยืมเงิน 1.4 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากพันธบัตร ธ.ก.ส. ที่ออกมาระดมทุนครั้งนี้ไม่ได้รับความสนใจ สบน.ได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว โดยจะใช้วิธีการกู้ยืมจากสถาบันการเงินแทน ซึ่งอาจมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเล็กน้อย แต่ดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการเบิกเงินจากสถาบันการเงินนั้นๆ นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนรูปแบบของพันบัตร ธ.ก.ส. เดิมมาเป็นรุ่นใหม่หรือเรียกว่า GGLB โดยแยกระหว่างพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรรัฐวิสาหกิจออกจากกันและให้มีความชัดเจนว่าเป็นพันธบัตรที่ใช้ในโครงการจำนำข้าว
นายสุวิชญ กล่าวว่า สบน.ได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งนักลงทุนสถาบัน มาชี้แจงทำความเข้าใจถึงการออกพันธบัตร ธ.ก.ส.ในครั้งนี้ โดยจะมีสถาบันการเงินของไทยและต่างชาติ 7 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย กสิกรไทย ซีเอเอ็มบีไทย สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ดอยซ์แบงก์ เอจี ธ.ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตร และในอนาคตจะทยอยปรับจากพันธบัตร ธ.ก.ส.รุ่นเดิมเป็นรุ่นใหม่ให้ครบทั้ง 1.8 แสนล้านบาทที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเน้นรุ่นอายุ 3 ปีเป็นหลัก ซึ่งนอกจากจะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ ลดต้นทุนและลดความเสี่ยงในการถือครองแล้ว ยังช่วยสร้างอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดรองตราสารหนี้ด้วย ซึ่งนอกจากพันธบัตรของธ.ก.ส.แล้วพันธบัตรของรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ก็จะนำมาปรับมาเป็นพันธบัตรรูปแบบใหม่ทั้งหมดด้วย
นายสมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ เปิดเผยว่า การที่กระทรวงการคลังจะออกพันธบัตรเงินกู้เพื่อนำเงินมาซื้อข้าวในโครงการรับจำนำนั้น ถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากหลักการของการออกพันธบัตร คือ การระดมเงินเพื่อนำมาสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และจะต้องเป็นสิ่งที่จะให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าในอนาคตด้วย ดังนั้น การออกพันธบัตรรัฐบาลแต่ละครั้งจึงเหมาะสมที่จะใช้เพื่อนำเงินมาใช้ในโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า การนำมาบริหารโครงการรับจำนำข้าว ที่รับรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นโครงการที่ขาดทุน อย่างน้อยตันละ 10,000 บาท
"วิธีการคิดแบบนี้ของรัฐบาล เป็นการเข้าตาจน คงไม่มีวิธีการใดแล้วที่จะหาเงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวครั้งนี้ ข้าวที่มีอยู่ในสต็อก ขายไม่ทัน ทั้งหมดกำลังจะเป็นสาเหตุหลักของปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวมที่จะมีขึ้นในไม่ช้า การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ทำได้ยากมาก หากรัฐบาลยังดึงดันที่จะดำเนินโครงการนี้ไม่มีการทบทวนในทางที่ถูกต้อง บุคคลหรือนักเศรษฐศาสตร์ที่คิดเรื่องออกพันธบัตรขึ้นมา ถือว่าเป็นคนแปลกมาก" นายสมพรกล่าว



