ข่าว

เล่าขาน100ปี'สรรเสริญพระบารมี'

เล่าขาน100ปี'สรรเสริญพระบารมี'

21 พ.ย. 2556

ไลฟ์สไตล์ : เล่าขาน 100 ปี 'สรรเสริญพระบารมี'

 

                      ภาพตรึงหัวใจก่อนภาพยนตร์จะเริ่มฉาย เราคนไทยจะลุกขึ้นยืนถวายความเคารพแล้วซาบซึ้งไปกับเพลง "สรรเสริญพระบารมี" พร้อมภาพพระราชกรณียกิจนานัปการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จริงๆ แล้วจะมีสักกี่คนที่รู้ถึงความเป็นมาของเสียงเพลงที่ดังกึกก้องนี้...เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา อีกทั้งเผยแพร่ความรู้ของเพลงแห่งความทรงจำที่มีอายุครบ 100 ปีในปีนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงร่วมกับมูลนิธิร่วมร้อยใจไทย จัดงานแถลงข่าว "โครงการสรรเสริญพระบารมี 100 ปี ร่วมร้อยใจไทย" พร้อมเปิดตัวมิวสิกวิดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับใหม่ บริเวณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน

                      ศิวลักษณ์ศิวลี ฐานะ ประธานมูลนิธิร่วมร้อยใจไทย กล่าวในวงเสวนาว่า ปี 2556 เป็นปีครบ 100 ปีเพลงสรรเสริญพระบารมี จึงเกิดการรวมตัวของคนที่มีหัวใจเดียวกันที่อยากทำงานเพื่อสังคม ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่ละคนมาจากต่างอาชีพแต่มีจุดหมายเดียวกันนั่นคือร่วมร้องเพลงถวายพ่อหลวงของไทย ผ่านผลงานภาพยนตร์สรรเสริญพระบารมีเวอร์ชั่นใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งต้นฉบับทุกประการ โดยปรมาจารย์เครื่องเป่า อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

                      ด้าน ขวัญชัย สินเพิ่มคูณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมซอง ฟิล์ม แอนด์ โปรดักชั่น ผู้ผลิตภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมีเวอร์ชั่นล่าสุด เผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทผลิตโฆษณามาหลายสิบชิ้น ครั้งหนึ่งในชีวิตก็อยากทำภาพยนตร์ประกอบเพลงที่อยู่ในใจคนไทย เพื่อร่วมถวายความจงรักภักดี ถือเป็นการทำงานที่เป็นที่สุดในชีวิตแล้ว

                      "คิดตลอดว่าอยากทำ แล้วฝันก็เป็นจริง เมื่อเริ่มคุยเขาก็ให้ไอเดียมาว่าอยากได้ภาพและเพลงที่เป็นที่จดจำ ดาราทุกคนที่มาร่วมร้องและแสดงล้วนมาด้วยใจ ใช้เวลาถ่ายทำ 5-6 คิวก็เสร็จ ความยากไม่มี แต่กังวลบางช่วงที่ถ่ายทอดออกมาเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 20-30 ปีมาแล้ว ทำอย่างไรให้ดาราคนนั้นแต่งตัวทำผมออกมาใกล้เคียงกับความทรงจำเดิมๆ ตอนนี้แม้จะเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ก็ต้องเกลาให้เนียนยิ่งขึ้น" เจ้าของไอเดีย กล่าว

                      สำหรับความเป็นมาของเพลงสรรเสริญพระบารมีนั้น ก่อนที่ไทยจะใช้ "เพลงชาติ" เป็นเพลงของชาติอย่างเป็นทางการ พบว่ามีการใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงหลักที่แสดงความเป็นองค์แทนหรือตัวแทนของความเป็นชาติผ่านสถาบันพระมหากษัตริย์มาก่อน ซึ่งเพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อร้องโบราณมีหลายฉบับ หนึ่งในเวอร์ชั่นที่เป็นเนื้อร้องโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สำหรับใช้กับกองทัพบก เป็นดังนี้

                      "ข้าวรพุทธเจ้า เหล่าวิริยพลพลา สบสมัยกา ละปิติกมล ร่วมนรจำเรียงพรรค์ สรรดุริยพล สฤษดิมณฑล ทำสดุดีเด่นฤบาล ผลพระคุณะรักษา พลนิกายะศุขสานต์ ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสิฤษดิดัง หวังวรหฤทัย ดุจถวายชัย ฉะนี้ฯ"
 ในส่วนของเนื้อร้องฉบับปัจจุบันที่พวกเรารู้จักกันดีนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์เนื้อร้องประกอบและได้มีการบรรเลงเป็นครั้งแรก ณ ศาลายุทธนาธิการในปี พ.ศ. 2531 ต่อมาเมื่อถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงนำเพลงสรรเสริญพระบารมี มาพระราชนิพนธ์คำร้องขึ้นใหม่ โดยทรงรักษาคำร้องเดิมเอาไว้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นคำร้องในท่อนสุดท้ายว่า "ฉะนี้" เปลี่ยนเป็น "ชโย" และประกาศใช้ในวันที่ 1 มีนาคม 2456 และใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยเนื้อร้องเป็นดังนี้

                      "ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน นบพระภูมิบาล บุญดิเรก เอกบรมจักริน พระสยามินทร์ พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์ ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย ดุจถวายชัย ชโย...."

                      นอกจากภาพยนตร์ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมีเวอร์ชั่นใหม่ที่จะปรากฏสู่สายตาในเวลาอันใกล้นี้แล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อีก อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติของเพลงสรรเสริญพระบารมี, การปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ และการประกวดความสามารถของเด็กไทย เป็นต้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/rphyouthproject