
ตั้งทีมแก้ปัญหาสภาพคล่องเอสเอ็มอี"ส.อ.ท.-บสย."คาดเซ็นเอ็มโอยูก.ค.นี้
ส.อ.ท.-บสย.ตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องของเอสเอ็มอี คาดเซ็นเอ็มโอยูเดือนกรกฎาคมนี้ ด้านประธานส.อ.ท.เตรียมพบแบงก์ชาติ 18 มิถุนายนนี้ ถกปัญหาแบงก์ไม่ปล่อยกู้-ค่าเงินบาท
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังหารือกับนายพิชิต อัคราทิตย์ ประธานคณะกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ว่า ได้ชี้แจงกรณีที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีปัญหาขาดสภาพคล่องไม่สามารถขอสินเชื่อจากธนาคารได้ เนื่องจากมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอ ขณะที่บางรายมีปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และจากการหารือทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะทำบันทึกความตกลง (เอ็มโอยู) ในการค้ำประกันสินเชื่อให้แก่สมาชิกส.อ.ท. และทั้งสองฝ่ายจะตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดรายละเอียดข้อตกลงและเร่งให้ลงนามภายในเดือนกรกฎาคมนี้
นอกจากนี้ ส.อ.ท.ต้องการให้ บสย.มีข้อตกลงให้ค้ำประกันสินเชื่อเป็นกลุ่ม หากเอสเอ็มอีรายใดเป็นเอ็นพีแอล ก็จะร่วมกันหาวิธีเพื่อให้สามารถขอสินเชื่อได้ รวมทั้งปัจจุบัน บสย.ค้ำประกันให้เอสเอ็มอีประมาณ 20% ของวงเงินสินเชื่อและส่วนที่เหลือผู้กู้ต้องค้ำประกันเอง ซึ่งจะมีวงเงินที่ บสย.เข้าไปค้ำประกันไม่เกิน 20 ล้านบาท โดย ส.อ.ท.จะขอให้วงเงินกู้ของเอสเอ็มอีที่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่จะให้ บสย.เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อทั้งหมด
ด้านนายสมมาต ขุนเศรษร รองเลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธาน ส.อ.ท.จะเข้าพบนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ซึ่ง ธปท.เชิญไปรับฟังเกี่ยวกับนโยบายการเงินที่จะช่วยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดย ส.อ.ท.จะขอหารือเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีปัญหาในการขอสินเชื่อ และ จะหารือเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนด้วย เพราะขณะนี้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ถ้า ธปท.เห็นว่าการส่งออกมีความสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยก็ควรจะมีการเข้ามาดูอัตราแลกเปลี่ยนให้เหมาะสม
"ผู้ส่งออกเห็นว่าค่าเงินบาทปัจจุบันที่ 34 บาท เป็นอัตราที่แข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค หากปล่อยให้เงินบาทมีอัตราแข็งค่ามากกว่าประเทศอื่นจะทำให้ขีดความสามารถการแข่งขันลดลง และขณะนี้หลายประเทศพยายามดูแลค่าเงินของตัวเองให้อ่อนค่าลงเพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออก เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น" นายธนิตกล่าว



