
'ดอกเบี้ย-สภาพคล่อง'ปัจจัยที่กังวลปี57
สวัสดีเศรษฐกิจ : ดอกเบี้ย สภาพคล่อง และปัจจัยที่กังวลในปี 2557 : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
เวลาไม่เคยคอยใครๆ จริงครับ เผลอแผล็บเดียว ปี 2556 ก็กำลังผ่านพ้นไปอีกแล้วครับ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ดูจากตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ที่แถลงออกมาล่าสุด ไตรมาส 3 ของปีนี้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจออกมาค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 2.7% ทำให้ต้องทบทวนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ใหม่ ปรับลดลงจาก 3.8-4.3% เหลือแค่ 3% โดยแรงฉุดหลักยังคงเป็นเรื่องการส่งออกที่สภาพัฒน์คาดว่าปีนี้การเติบโตเป็น 0% นั่นคือ เราส่งออกสินค้าได้เท่ากับปีที่แล้ว ส่วนไตรมาสสุดท้ายของปีก็มองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้แค่ 1%
ขณะที่ในปีหน้าสภาพัฒน์มองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ 4-5% จากแรงสนับสนุนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การส่งออกขยายตัวดีขึ้นน่าจะอยู่ในระดับ 7% และการบริโภคขยายตัว 2.7% ส่วนการลงทุนน่าจะขยายตัว 7.1% ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ต่ำที่ระดับ 2.1-3.1%
นอกจากสภาพัฒน์แล้ว ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ก็เริ่มมีการออกมาประมาณการว่าอัตราดอกเบี้ยในปี 2557 มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นจากอัตราที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ต่ำเตี้ยกันมาอย่างยาวนานพอสมควร ความกังวลเรื่องการไหลออกของเงินทุนจากมาตรการพิมพ์เงินของสหรัฐอเมริกาจะมีความชัดเจนมากขึ้น ว่าจะไหลออกหรือไม่ออก หากไหลออกแล้วจะรุนแรงมากแค่ไหน และจะส่งผลต่อความปั่นป่วนระดับใด
"กิจการ และบริษัทใหญ่ที่มีแผนการลงทุนชัดเจนจะหันไปออกตราสาร ไปออกหุ้นกู้ระยะยาวมาขายเพื่อล็อกต้นทุนทางการเงินไว้ก่อน เพราะหากไม่ทำแบบนี้ต้นทุนทางการเงินของตนเองก็จะสูงขึ้น นั่นหมายความว่า มันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่จะซื้อตราสารเหล่านั้นเพื่อลงทุน เพราะอาจได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงินหรือการลงทุนในปี 2556 นี้" คำพูดของนายธนาคารท่านหนึ่งที่ดูแลธนาคารระดับภูมิภาค
ประเด็นต่อมาคือการแย่งชิงเงินทุนในอนาคตเพราะเหตุว่า ดอกเบี้ยในตลาดเงินมีแนวโน้มจะปรับสูงขึ้น ด้วยเหตุผลว่าเนื่องจากมีเงินไหลออกและรัฐบาลจะต้องใช้เงินมากขึ้นในโครงการต่างๆ มากมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งลงทุนและการบริโภค ผลคือสภาพคล่องทางการเงินในตลาดอาจจะลดลง จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับขนาดของการลงทุนและการบริโภค มีคนจำนวนมากเชื่อว่าในปีหน้าดอกเบี้ยจะขึ้นไม่เกิน 0.5% แต่ก็มีตัวแปรที่จะทำให้ดอกเบี้ยขยับเพิ่มหรือลดลงจากการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การลงทุนโครงการของรัฐอาจจะให้เอกชนเข้าไปร่วมลงทุน การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลจะได้ตามเป้าหมายหรือไม่ และธนาคารของรัฐจะเป็นแขนขาในการดำเนินนโยบายของรัฐได้มากน้อยแค่ไหน
"สิ่งที่ต้องระวังสำหรับการทำธุรกิจในปีหน้าก็คือ ความเสี่ยงในเรื่องการเมือง การขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้รัฐบาลไม่สามารถกำหนดนโยบายระยะยาวได้ ดังนั้นภาคเอกชนก็จะมองทิศทางได้ยากเช่นกัน" ความตอนท้ายของการให้ข้อมูลของนายธนาคารท่านนั้น
------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ดอกเบี้ย สภาพคล่อง และปัจจัยที่กังวลในปี 2557 : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



